โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

“รถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์” ขับเคลื่อนด้วยแดด พร้อมลงแข่งในออสเตรเลีย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 17.27 น.
การแข่งขันรถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ Bridgestone World Solar Challenge เริ่มแล้วในออสเตรเลีย เพื่อเฟ้นหาต้นแบบรถพลังแสงอาทิตย์ที่วิ่งได้ไกลและทนที่สุด ต่อยอดไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์

ทีมแข่งรถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์จากทั่วโลกได้เริ่มต้นการเดินทางครั้งสำคัญแล้วในการแข่งขัน Bridgestone World Solar Challenge ปี 2025 หรือการแข่งขันวิ่งทางไกลของรถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ โดยออกสตาร์ตจากเมืองดาร์วิน เมื่อ 24 สิงหาคมที่ผ่านมาเพื่อพิชิตระยะทาง 3,000 กิโลเมตร ข้ามทะเลทรายอันกว้างใหญ่ สู่เส้นชัยที่เมืองแอดิเลด ออสเตรเลีย

การแข่งขันรถพลังแสงอาทิตย์พิชิตความอึด

การแข่งขันในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งความเร็วเท่านั้น แต่ยังเป็นการท้าทายขีดจำกัดด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และตั้งเป้าส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาในด้านยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับวิศวกรรุ่นใหม่ทั่วโลก ให้หันมาสนใจและคิดค้นโซลูชันที่ยั่งยืนสำหรับอนาคต

สำหรับปีนี้ บรรยากาศ ณ จุดเริ่มต้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ผู้ชมจำนวนมากต่างมาเฝ้ารอเป็นสักขีพยานในการออกตัวของรถยนต์แห่งอนาคตเหล่านี้ โดยเป็นการแสดงความสามารถด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และโซลูชันด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์

ปีนี้จุดสนใจอยู่ที่ “Battle of the Fins”

สำหรับปีนี้ ผู้จัดงานเรียกการแข่งขันว่า “Battle of the Fins” หรือ“ศึกแห่งครีบ” เนื่องจากหลายทีมได้เปิดตัวเทคโนโลยีครีบใหม่บนตัวรถเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความเสถียรและหลักอากาศพลศาสตร์ ทำให้รถสามารถทำความเร็วได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสภาพลมที่เหมาะสม

โดยในการทดสอบ "hot laps" หรือรอบซ้อมเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของรถเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเริ่มการแข่งจริง ทีมแข่ง Sonnenwagen Aachen จากเยอรมนี สามารถทำเวลาได้ดีที่สุด และคว้าตำแหน่งออกสตาร์ทแรกไปครองได้สำเร็จ

สำหรับการแข่งขัน Bridgestone World Solar Challenge เป็นหนึ่งในรายการแข่งขันรถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกรายการหนึ่ง การแข่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 วัน และคาดว่าจะถึงเส้นชัยที่เมืองแอดิเลดในวันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคมนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...