โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ณัฐพงษ์ยืนยัน พรรคประชาชนวางเงื่อนไขเดิมเพื่อช่วยโหวตเลือกนายกฯ ใหม่ หากการเมืองถึงทางตัน

THE STANDARD

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 07.27 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 07.27 น. • thestandard.co
ณัฐพงษ์ยืนยัน พรรคประชาชนวางเงื่อนไขเดิมเพื่อช่วยโหวตเลือกนายกฯ ใหม่ หากการเมืองถึงทางตัน

วันนี้ (25 สิงหาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประเมินแนวโน้มผลวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนาของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 กันยายนนี้

ณัฐพงษ์ระบุว่า ในเรื่องของการพิจารณาคดีขอให้เป็นเรื่องของศาล ตนเองคงไปก้าวล่วงในข้อคิดเห็นของศาลไม่ได้ ก่อนจะมีคำตัดสินออกมา ส่วนหลังคำตัดสินออกมาแล้ว การเมืองจะเป็นไปในทิศทางใดนั้น ยืนยันว่าพวกเราพร้อมจะใช้จำนวน สส. ในสภาฯ กำกับทิศทางของระบบการเมืองภายในสภาฯ ให้เดินหน้าไปเป็นเสาหลักให้ความมั่นคงกับประชาชนได้

ส่วนหากต้องมีการโหวตเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ณัฐพงษ์มองว่า ทุกคนที่อยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง ทุกคนมีสิทธิตามกฎหมาย

“ส่วนใครที่พรรคประชาชนจะโหวตให้นั้น เป็นไปตามที่เราได้แถลงข่าวไปแล้ว ว่าเราจะไม่ร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน หากวันหนึ่งการเมืองไทยจะไปถึงทางตัน สส. ของพรรคการเมืองอื่นๆ ไม่สามารถรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็จำเป็นต้องรับเงื่อนไขตามที่พรรคประชาชนให้แถลงข่าวไปก่อนหน้านี้” ณัฐพงษ์กล่าว

ณัฐพงษ์ย้ำว่า เงื่อนไขต่างๆ ยังคงเป็นไปตามเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เรายืนยันอีกครั้งว่า ณ วันนี้ สิ่งที่สังคมไทยต้องการเป็นอย่างยิ่งคือรัฐบาลที่มีความชอบธรรม เปลี่ยนรัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก มีเสถียรภาพมากเพียงพอในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และการรับมือกับภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พรรคประชาชนเปิดเผยเงื่อนไขในการลงมติให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ยอมรับเงื่อนไขในการเป็นเพียงรัฐบาลชั่วคราวที่มีภารกิจในการเดินหน้าสู่การยุบสภา โดยทางพรรคประชาชนจะไม่เข้าร่วมรัฐบาลและจะไม่มีใครจากพรรคประชาชนไปเป็นรัฐมนตรี

โดยเงื่อนไขประกอบไปด้วยอย่างน้อย การประกาศเส้นตายว่าจะยุบสภาภายในสิ้นปี และการยืนยันภารกิจเฉพาะหน้าที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว เช่น การดำเนินการให้มีการจัดประชามติพร้อมกับการเลือกตั้ง เพื่อถามประชาชนเรื่องการมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่, การคลี่คลายสถานการณ์กรณีพิพาทไทย-กัมพูชาเฉพาะหน้า, การทำให้งบประมาณที่จำเป็นต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาปากท้องประชาชนไม่ต้องสะดุดลงเพราะการเลือกตั้ง

▪️พร้อมลงพื้นที่เลือกตั้งซ่อมเชียงราย ไม่หวั่นชนทักษิณ

ณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม สส. จังหวัดเชียงราย เขต 7 ที่มีกระแสข่าวว่า ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ช่วยหาเสียง โดยณัฐพงษ์ยืนยันว่า ตนเองในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน ก็ต้องไปลงพื้นที่หาเสียงอยู่แล้ว

ทั้งนี้ อยากให้ประชาชนติดตามสนามเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ยิ่งมีประชาชนติดตามการเลือกตั้งซ่อมมากขึ้นเท่าไร ผลประโยชน์ก็จะตกที่ประชาชนชาวเชียงรายทุกคน

ส่วนคำพิพากษายกฟ้องในคดีมาตรา 112 ของทักษิณจะส่งผลต่อการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้หรือไม่นั้น ณัฐพงษ์มองว่า เรื่องคำวินิจฉัยของศาล ศาลก็ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในฐานะฝ่ายตุลาการ ส่วนจะมีผลอย่างไรต่อการเมือง อยู่ที่ประชาชนจะมีความรู้สึกหรือประเมินสถานการณ์อย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...