โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรุป “บัตรเครดิต - เดบิต - ATM” เหมือนหรือต่างกันยังไง? เปิดวิธีใช้บัตรแบบคุ้มค่า

Thairath Money

อัพเดต 26 ก.ย 2568 เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2568 เวลา 10.10 น.
ภาพไฮไลต์

บัตร ATM, บัตรเดบิต และบัตรเครดิต…ทั้ง 3 ใบนี้ดูแม้จะเป็นบัตรเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วเปรียบเสมือนกุญแจที่ไขเข้าสู่ประตูการเงินคนละบาน บทความนี้จะพาทุกคนไปสำรวจความแตกต่าง ความเหมือนที่ซ่อนอยู่ในบัตรแต่ละใบ พร้อมวิธีใช้ให้คุ้มค่าและไม่สร้างภาระในอนาคต

บัตร ATM = กดเงินง่าย

ใครที่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคาร และอยากกดถอนเงินสดที่ตู้ ATM ได้ สามารถติดต่อธนาคารให้ออกบัตร ATM สำหรับทำธุรกรรม “ฝาก - ถอน - โอน - จ่าย” หรือตรวจเช็กยอดเงินคงเหลือในบัญชีได้ผ่านตู้ ATM ที่มีอยู่ทั่วประเทศ บางธนาคารอาจคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเมื่อทำธุรกรรมข้ามธนาคารหรือข้ามจังหวัด

บัตร ATM ถือเป็นบัตรแบบดั้งเดิมที่ใช้กับตู้ ATM แต่ไม่สามารถนำไปรูดซื้อของตามร้านค้าต่างๆ ได้ ปัจจุบันธนาคารมักไม่มีบัตร ATM แบบพื้นฐาน แต่เปลี่ยนเป็นบัตรเดบิตกันแล้ว

บัตรเดบิต = พร้อมเปย์

ทุกวันนี้บางคนอาจเรียกบัตรที่ถอนเงินจากตู้ว่า บัตร ATM แต่ที่จริงแล้วบัตรที่คุณถืออยู่อาจเป็น “บัตรเดบิต” ต่างหาก โดยเราอาจสังเกตได้ที่หน้าบัตรถ้ามีระบุคำว่า Debit Card หรือมีสัญลักษณ์ เทคโนโลยีไร้สัมผัส (Contactless) นั่นคือบัตรเดบิต

ดังนั้น ‘บัตรเดบิต’ จะคล้ายกับบัตร ATM เพราะจะเชื่อมกับบัญชีเงินฝากของเรา แต่สามารถนำไปรูดซื้อสินค้าที่ร้านค้าและจ่ายเงินออนไลน์ได้ ผ่านร้านค้าที่รับบัตรเดบิต และใช้จ่ายได้ตามจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีเท่านั้น อาจเหมาะสำหรับคนที่อยากมีบัตรเพื่อใช้จ่ายได้สะดวกขึ้น แต่ยังควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในกรอบการเงินที่ตัวเองมี เช่น นักเรียน นักศึกษา

บัตรเครดิต = เงินอนาคต?

สุดท้าย บัตรเครดิต คือบัตรที่ออกโดยธนาคารหรือบริษัทบัตรเครดิตที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) ซึ่งจะอนุมัติวงเงินให้ลูกค้านำไปใช้ก่อนจ่ายคืนทีหลัง ตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท ปัจจุบันจะคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมกันได้ไม่เกิน 16% ต่อปี

บัตรเครดิตสามารถนำไปรูดใช้เพื่อซื้อสินค้า, กดเงินสดจากตู้ ATM (การขอสินเชื่อ), เมื่อใช้จ่ายแล้วอาจได้สิทธิประโยชน์เพื่ม เช่น ส่วนลดร้านอาหาร, คะแนนสะสมที่ใช้แลกเป็นส่วนลดหรือสิ่งของได้ แต่ควรใช้ให้เหมาะสมกับตนเอง เพราะเป็นสินเชื่อชนิดหนึ่ง ถ้าไม่จ่ายคืนตามเวลาย่อมมีค่าใช้จ่ายหรือดอกเบี้ยตามมา

[ How to ใช้บัตรยังไงให้ไม่เสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม - ดอกเบี้ยน้อย]

เมื่อรู้จักบัตรทั้ง 3 ใบแล้ว เรามาเรียนรู้วิธีใช้บัตรยังไงให้ไม่เสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม - ดอกเบี้ยน้อยกันบ้าง

เริ่มกันที่ บัตรเดบิต มักมีค่าธรรมเนียมตอนเปิดบัตร และรายปีเริ่มต้นที่ 150 บาท/ปี บางบัตรอาจไม่เสียค่าธรรมเนียม หรือคิดเป็นหลักพันบาทซึ่งขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ในบัตร เช่น มีประกันภัย, ประกันอุบัติเหตุ เป็นต้น

ขณะที่การใช้งานบัตรเดบิต ยังมีอีกค่าธรรมเนียมที่ต้องรู้ คือการทำธุรกรรมที่ตู้ ATM เช่น กดเงินสดที่ตู้ ถ้าข้ามเขต ข้ามจังหวัด บางธนาคารอาจคิดค่าธรรมเนียมถอนเงิน 20 บาท/ครั้ง เป็นต้น ดังนั้นเราต้องเช็กให้ดีก่อนใช้ เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

ด้านบัตรเครดิต เป็นสินเชื่อที่ใช้ง่าย แต่มีสิทธิประโยชน์ให้หลายด้าน ถ้าจะใช้ให้คุ้มเลยเราต้องดูใน 3 เรื่อง

1. เช็กเงื่อนไข “ค่าธรรมเนียม-ดอกเบี้ย”

จะมีบัตรเครดิตสักใบต้องดูว่า ค่าธรรมเนียมรายปี อยู่ที่เท่าไร (แม้ปีแรกจะบอกฟรี แต่ปีถัดไปมักจะเก็บเสมอ) และมีเงื่อนไขจะยกเว้นให้หรือไม่ เช่น บางบัตรไม่เสียค่าธรรมเนียมรายปีหากใช้จ่ายถึงยอดที่กำหนด เป็นต้น อีกเรื่องคือ อัตราดอกเบี้ยฯ ต้องดูให้ละเอียดว่า คิดเท่าไร จะกดใช้เงินสดเสียดอกเบี้ยเท่าไร

นอกจากนี้ บัตรเครดิตมักมีโปรโมชันให้เลือกมากมาย ซึ่งอาจช่วยแบ่งเบาภาระจากเงินก้อนใหญ่เป็นผ่อนชำระได้ ถ้ามีเงื่อนไขคุ้มๆ อย่าง ถ้าต้องการผ่อนตู้เย็น มีข้อเสนอดอกเบี้ย 0% ผ่อน 4 เดือน ถ้าเราประเมินแล้วว่าสามารถจ่ายคืนได้ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

2. จ่ายหนี้ตรงเวลา

ใช้วงเงินสินเชื่อในบัตรเครดิตไป เราต้องดูว่า กำหนดในการชำระคือวันที่เท่าไร ถ้าจ่ายช้ากว่านั้นย่อมต้องเจอค่าใช้จ่าย 2 ส่วน ได้แก่ 1) ดอกเบี้ยที่จ่ายช้า 2) ค่าธรรมเนียมการติดตามทวงถามหนี้ ที่อาจบวกมาในยอดบิลของเดือนถัดไป เช่น แม้เราจะค้างจ่ายบิลรอบนี้แค่ 5 บาท แต่ก็จะมีทั้งดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่จ่ายล่าช้า รวมถึงค่าทวงถามหนี้ 100 + 7 บาท (VAT 7 %) ตามมา

ดังนั้น ใช้ไปเท่าไร ควรวางแผนการชำระให้ตรงตามกำหนดเพื่อป้องกันไม่สร้างหนี้ก้อนใหญ่โดยไม่จำเป็น

3. กดสินเชื่อเงินสด ต้องคิดให้หนัก

การกดเงินสดจากบัตรเครดิตนั้นอาจมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เช่น ค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสด, ค่าเบิกใช้วงเงิน, VAT 7%, ดอกเบี้ยที่อาจสูงถึง 16% ดังนั้น ถ้าเลือกได้ควรหลีกเลี่ยง หรือให้การเบิกเงินสดจากบัตรเครดิตเป็นทางเลือกสุดท้ายจะดีกว่า

ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย [1] [2] [3], ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ttb

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรุป “บัตรเครดิต - เดบิต - ATM” เหมือนหรือต่างกันยังไง? เปิดวิธีใช้บัตรแบบคุ้มค่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...