โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ร้องเอาผิด พนักงานโบรกเกอร์ดังหลอกเทรดหุ้นทิพย์ 22 ล้าน

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 26 ก.ย 2568 เวลา 05.54 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2568 เวลา 05.54 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(26 ก.ย. 68) ที่หน้าศาลจังหวัดขอนแก่น สัตวแพทย์หญิง เอ(นามสมมติ) อายุ 40 ปี เจ้าของโรงพยาบาลสัตว์แห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายวลงกรณ์ โสดาศรี ทนายความ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรม หลังได้รับความเสียหายจากการลงทุนซื้อขายหุ้นกับบริษัทหลักทรัพย์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งมีพนักงานแนะนำการลงทุน (Investment Consultant หรือ IC) ทำหน้าที่ดูแลพอร์ตการลงทุนให้ผู้เสียหาย แต่กลับถูกหลอกลวงและปกปิดข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับมูลค่าทรัพย์สิน พร้อมทั้งชักจูงให้ทำธุรกรรมในลักษณะที่ไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ซื้อหุ้นต่อเนื่องรวมกว่า 100 ตัวในลักษณะซื้อสองทางทั้งหุ้นขึ้นและหุ้นลง จนเกิดความเสียหายรวมกว่า 22 ล้านบาท

ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนได้เปิดบัญชีลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าวตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 โดยบริษัทนี้ก่อตั้งถูกต้องตามกฏหมาย มีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. รองรับ โดยได้ลงทุนสินทรัพย์ประเภทบล็อกเทรด คือ บริการการซื้อขาย Single Stock Futures (SSF) ในปริมาณมาก นอกกระดานซื้อขายปกติ (Over-the-Counter - OTC) โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) เข้ามาเป็นคู่สัญญาตรงกับนักลงทุน เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องสภาพคล่องของ SSF ในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้สามารถซื้อขายได้ในปริมาณมากตามต้องการ และใช้เงินทุนน้อยกว่าการลงทุนหุ้นจริงด้วยระบบอัตราทด (Leverage) แต่ต้องแลกมากับความเสี่ยงที่สูงขึ้นเช่นกันมี และจำเป็นต้องมีพนักงาน IC ทำหน้าที่ดูแลพอร์ตการลงทุน ซึ่งนักลงทุนจะไม่สามารถซื้อขายได้เองจะต้องผ่านบริษัทเป็นผู้ซื้อขายตามสัญญาของบริษัท

แต่ตลอดระยะเวลา 2 ปี 3 เดือนที่ผ่านมา กลับพบว่ามีการให้ข้อมูลบิดเบือน ไม่โปร่งใส ไม่ตรงตามความเป็นจริง และใช้ถ้อยคำแปลกๆชักจูง อาทิ “โฮลทิพย์ ขาดทุนทิพย์ แต่กำไรจริง ” ซึ่งเป็นศัพท์เกี่ยวกับนักเล่นหุ้นเพื่อสร้างความมั่นใจ ทั้งยังมีการดำเนินธุรกรรมที่ผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่ควรแนะนำแก่นักลงทุน ซึ่งเป็นวิธีไม่ถูกต้อง ด้วยการให้ลงทุนแบบคู่สเปซคือลงทุนทั้งขึ้นและลงโดยชี้นำว่าจะได้รับกำไร มีการให้โรลโอเวอร์ตลอดเวลา คือการย้ายจากสัญญาที่มีวันหมดอายุใกล้เข้ามา ไปยังสัญญาเดือนถัดไปล่วงหน้า อ้างว่าเพื่อรักษาความต่อเนื่องของการลงทุน เพื่อเพิ่มค่าคอมมิชชั่นและเปอร์เซ็นต์ให้กับตัวพนักงานเองและบริษัท

โดยทั้งหมดตนเองมาทราบรายละเอียดข้อเท็จจริงทีหลังจากการศึกษาด้วยตัวเอง พอเริ่มไม่ชอบมาพากลจึงร้องเรียนไปยังบริษัทก่อนเพราะยังไม่ทราบตัวเลขความเสียหาย ทางบริษัทจึงเปลี่ยนพนักงาน IC คนใหม่เข้ามา ตนเองจึงได้มีการสอบถามรายละเอียดต่างๆทั้งหมด และจากการตรวจสอบพบว่ามีความไม่ถูกต้องหลายอย่าง โดยพบว่าพนักงาน IC ดังกล่าวได้รับค่าคอมมิชชั่นจากธุรกรรมประมาณ 2.9 ล้านบาท และบริษัทหลักทรัพย์ฯ ได้รับดอกเบี้ยจากการทำธุรกรรมอีกกว่า 10.8 ล้านบาท รวมความเสียหายเบื้องต้นกว่า 11 ล้านบาท

ทางบริษัทบอกให้รอการสอบสวนอีก 3 เดือน ซึ่งตนเองรอไม่ได้จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2567 ก่อนที่จะมีผลการตรวจสอบของทางบริษัทแจ้งเบื้องต้นว่า ปฏิเสธการชดเชยเยียวยา โดยระบุว่า พนักงานรายดังกล่าวมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของการเป็นผู้แนะนำการลงทุน ตามลักษณะความผิดตามเกณฑ์ที่ ก.ล.ต.กำหนดไว้ และไม่สามารถสอบสวนต่อไปได้เนื่องจากพนักงานดังกล่าวลาออกไปก่อนที่จะมีการสอบสวนเสร็จ

และยังระบุว่าตนเองกับพนักงานรายดังกล่าวทำข้อตกลงแบบส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับทางบริษัทเพราะเป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง บริษัทจึงไม่สามารถชดเชยเยียวยาให้ได้ตามข้อร้องเรียนเพราะไม่อยู่ในขอบเขตการรับผิดชอบของบริษัท และยังระบุว่าตนเองทำให้ทางบริษัทเสียโอกาสในการลงโทษพนักงานเพราะชิงลาออกไปก่อน ซึ่งในข้อความนี้เองตนเองยิ่งรู้สึกว่าเหมือนบริษัทปัดความรับผิดชอบโดยโยนความผิดให้ตนเอง ภายใต้สัญญาที่ไม่เป็นธรรม นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบว่ามูลค่าความเสียหายจริงๆนั้น มีมูลค่ารวมสูงถึงกว่า 22 ล้านบาท จึงตัดสินใจดำเนินคดีอาญากับทั้ง พนักงาน และบริษัทหลักทรัพย์ฯ ในข้อหาฉ้อโกงและความผิดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

“หลังจากได้คำตอบจากทางบริษัทที่โทษความผิดเป็นของตนเอง จึงเข้าร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งได้ร้องเรียนควบคู่กันไปก่อนหน้านี้ แต่ล่าสุดทาง ก.ล.ต.แจ้งว่ายังไม่ถึงขั้นตอนการสอบสวนพนักงาน ic และ บริษัท ยังเป็นขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน จนถึงตอนนี้ไม่มีความคืบหน้าทำให้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยผ่านมานานถึง 18 เดือนแล้ว และกรณีของตนเองนั้นใช้เวลาการตรวจสอบนานที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะเท่าที่ตนเองสอบถามเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต.บอกว่า ส่วนใหญ่แต่ละเคสจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี นานสุดคือ 15 เดือน เพราะหากเกิน 15 เดือน พนักงานของ ก.ล.ต.จะถูกประเมินว่าทำงานล่าช้า ตนเองจึงได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยัง เลขาธิการ ก.ล.ต.เพื่อขอความเป็นธรรมให้เร่งรัดติดตามผลการตรวจสอบ เนื่องจากจะต้องขึ้นศาลนัดสืบพยานในวันที่ 7 ต.ค.นี้ แต่ยังไม่มีหลักฐานอะไรไปแถลงต่อศาลเลย”

ในส่วนคดีนั้นได้มีการดำเนินการ 2 ส่วน คือทางอาญาและแพ่ง โดยคดีอาญาแจ้งความดำเนินคดีกับทางพนักงานและบริษัท ในความผิดฐานฉ้อโกง และ ความผิดฐาน พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงฐานความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในส่วนของคดีแพ่งนั้น ได้มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกรณีละเมิดจากตัวพนักงานและบริษัท ที่จะมีการสืบพยานในวันที่ 7-10 ต.ค.2568 โดยเบื้องต้นพยานหลักฐานที่เรามีนั้นก็พอจะสามารถเอาผิดได้ เพราะมีหนังสือชี้แจงจากทางบริษัทว่าพนักงานผิดจริง ซึ่งทางบริษัทก็อาจจะต้องมีการรับผิดชอบในส่วนนี้ด้วย

สัตวแพทย์หญิงผู้เสียหาย บอกอีกว่า หลังจากร้องเรียนทางบริษัทไม่ได้มีการขอไกล่เกลี่ยใดๆ ตนเองในฐานะผู้ลงทุนรายย่อย ไม่ได้มีความรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก จึงเลือกบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ โดยได้เลือกบริษัทนี้เพราะมีชื่อเสียงในอันดับต้นๆ จึงไว้วางใจและไม่ได้คิดว่าคำแนะนำจากพนักงานจะทำให้เกิดความเสียหายมากขนาดนี้ แต่หากเป็นการลงทุนผิดทางเราก็ยังพอเข้าใจเพราะเราตัดสินใจเอง แต่สิ่งที่พนักงานแนะนำตนเองนั้นเป็นข้อมูลที่ผิด บิดเบือน ข้อมูลต่างๆที่ได้รับผิดทั้งหมด กลายเป็นเราลงทุนเสียทิ้งแต่ไปเพิ่มค่าคอมมิชชั่นให้แก่ตัวพนักงานเฉยๆ จนได้รับรางวัลพนักงานดีเด่น เพราะตนเองลงทุนมากที่สุดของบริษัท ระยะเวลา 2 ปี 3 เดือนนั้น เสียเปล่า และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากบริษัทรวมถึง ก.ล.ต. ที่ล่าช้า เพราะหากความยุติธรรมมาช้า ก็เหมือนไม่ได้รับความยุติธรรมแล้วสำหรับผู้เสียหาย สำหรับตนเองตอนนี้อยากได้รับความเป็นธรรมจากทาง ก.ล.ต.มากที่สุด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงและกำกับดูแล เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของนักลงทุนรายย่อย พร้อมทั้งระบุว่ากรณีนี้ควรเป็นอุทาหรณ์แก่ประชาชนว่า แม้การลงทุนจะทำผ่านบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีความน่าเชื่อถือ แต่ก็ยังมีความเสี่ยง หากขาดความโปร่งใสและจริยธรรมจากผู้แนะนำการลงทุน เพราะความเชื่อใจไว้ใจในตัวบริษัทและพนักงานของเราเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...