โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สะเทือนขวัญสหรัฐฯ! “ชาร์ลี เคิร์ก” พันธมิตรคนสนิท “โดนัลด์ ทรัมป์” ถูกลอบยิงดับกลางเวทีมหาวิทยาลัย

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 11 ก.ย 2568 เวลา 05.47 น.

สะเทือนขวัญสหรัฐฯ! “ชาร์ลี เคิร์ก” พันธมิตรคนสนิท “โดนัลด์ ทรัมป์” ถูกลอบยิงดับกลางเวทีมหาวิทยาลัย

เมื่อวันที่ 11 กันยายน สื่อต่างประเทศรายงานเหตุสะเทือนขวัญในสหรัฐอเมริกาชาร์ลี เคิร์ก (Charlie Kirk) วัย 31 ปี นักเคลื่อนไหวอนุรักษ์นิยมชื่อดัง และคนใกล้ชิดประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ถูกลอบยิงเสียชีวิต ระหว่างขึ้นเวทีปราศรัยในงานกิจกรรมของมหาวิทยาลัยยูทาห์วัลเลย์ เมืองโอเร็ม รัฐยูทาห์

รายงานระบุว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน โดยเคิร์กถูกยิงเข้าบริเวณคอ เพียง 20 นาทีหลังเริ่มกล่าวสุนทรพจน์ มือปืนลอบยิงจากระยะไกลกว่า 100 หลา (ราว 91 เมตร) ทำให้บรรยากาศงานกลายเป็นความโกลาหล มีผู้ร่วมงานหลายร้อยคนวิ่งหนีเอาชีวิตรอด

แม้มหาวิทยาลัยจะออกแถลงการณ์เบื้องต้นว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว แต่ต่อมาพบว่าไม่ใช่มือปืนตัวจริง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทั้งระดับท้องถิ่นและรัฐบาลกลางเร่งตามล่าผู้ก่อเหตุอย่างเร่งด่วน

จากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ เห็นชัดว่า หลังเสียงปืนดังขึ้น ศีรษะของเคิร์กกระตุกกลับ ก่อนจะล้มลง ขณะที่เลือดไหลออกจากบาดแผลคอ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้เข้าร่วมงาน

สำหรับชาร์ลี เคิร์ก เป็นผู้ก่อตั้งและหัวหน้ากลุ่ม Turning Point USA ตั้งแต่อายุ 18 ปี และกลายเป็นหนึ่งในนักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาที่ทรงอิทธิพลที่สุดของสหรัฐฯ แม้ไม่ได้อยู่ในรัฐบาลโดยตรง แต่อิทธิพลของเขาต่อทำเนียบขาวยุคทรัมป์ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง

ภายหลังข่าวการเสียชีวิต โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวไว้อาลัยว่า “ไม่มีใครเข้าใจและเข้าถึงหัวใจของเยาวชนอเมริกันได้ดีไปกว่าชาร์ลี เขาเป็นที่รักและชื่นชมของทุกคน โดยเฉพาะผม”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...