โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สศก. เผยจีดีพีภาคเกษตร Q2 พุ่ง 5.5% อานิสงส์น้ำดี-อากาศหนุน คาดทั้งปีโต 2-3%

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 ส.ค. 2568 เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 04.52 น.

สศก. เผยจีดีพีภาคเกษตร Q2 พุ่ง 5.5% อานิสงส์น้ำดี-อากาศหนุน คาดทั้งปีโต 2-3%

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 2 ปี 2568 (เมษายน – มิถุนายน) พบว่าขยายตัวถึง 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 ต่อเนื่องมาถึงช่วงต้นปี 2568 ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำตามธรรมชาติมีเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกพืชในช่วงฤดูแล้ง ประกอบกับสภาพอากาศโดยทั่วไปเอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของพืชผล เกษตรกรจึงมีการขยายพื้นที่เพาะปลูกในพื้นที่ที่เคยปล่อยว่าง รวมทั้งมีการบำรุงดูแลและเฝ้าระวังโรคมากขึ้น ส่งผลให้สาขาพืชซึ่งเป็นสาขาการผลิตหลักขยายตัวได้ดี และส่งผลบวกต่อเนื่องไปยังสาขาบริการทางการเกษตร ขณะที่สาขาประมงและสาขาป่าไม้ขยายตัวจากความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น ส่วนสาขาปศุสัตว์มีทิศทางหดตัว มีรายละเอียดโดยสรุป ดังนี้

สาขาพืชโตเด่น 7.9%

นายฉันทานนท์ กล่าวว่า สาขาพืช ซึ่งเป็นหัวใจหลักของภาคเกษตรขยายตัวสูงถึง 7.9% โดยผลผลิตพืชที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ได้แก่ ข้าวนาปรัง ที่เกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูกอย่างมากทั้งในและนอกเขตชลประทาน โดยบางพื้นที่สามารถปลูกได้ถึง 2 รอบ เนื่องจากน้ำมีเพียงพอ และราคาข้าวที่ดีจูงใจให้ดูแลบำรุงอย่างเต็มที่ รวมถึง สับปะรดปัตตาเวีย และ ปาล์มน้ำมัน ที่ผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมากจากสภาพอากาศที่เหมาะสมและเกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูกแทนพืชชนิดอื่น นอกจากนี้ ลำไย ทุเรียน มังคุด และเงาะ ก็ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมากในภาคตะวันออก เนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยและราคาที่อยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่องหลายปี

ในทางตรงกันข้าม พืชบางชนิดก็มีผลผลิตลดลง เช่น มันสำปะหลัง ที่ได้รับผลกระทบจากโรคใบด่างและสภาพอากาศแปรปรวน ส่วน อ้อยโรงงาน ผลผลิตลดลงในไตรมาสนี้เพราะมีการเก็บเกี่ยวไปแล้วส่วนใหญ่ตั้งแต่ไตรมาสแรก ขณะที่ ยางพารา ก็มีผลผลิตลดลงจากการที่ภาครัฐขอความร่วมมือเลื่อนฤดูเปิดกรีด และเกษตรกรในบางพื้นที่เริ่มตัดโค่นต้นยางเก่าเพื่อเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน

สาขาปศุสัตว์ หดตัวลงเล็กน้อย 0.9% โดยเฉพาะ สุกรและไข่ไก่ ที่ผลผลิตลดลงจากโครงการรักษาเสถียรภาพราคาของภาครัฐ แต่ ไก่เนื้อและน้ำนมดิบ ยังคงมีการผลิตเพิ่มขึ้นตามความต้องการบริโภคและการส่งออกที่ขยายตัว

สาขาประมง ขยายตัวได้ 1.3% จากการเพิ่มปริมาณการปล่อยลูกกุ้งขาวแวนนาไมที่ราคาดี ส่งผลให้ผลผลิตเพิ่ม ส่วนปลานิล ปลาดุก และสัตว์น้ำทะเลลดลงจากต้นทุนอาหารและน้ำมันที่สูง สภาพอากาศแปรปรวนทำให้การออกเรือลดลง

สาขาบริการทางการเกษตร ขยายตัว 2.8% ตามการขยายพื้นที่เพาะปลูก โดยเฉพาะข้าวโพด สับปะรด ข้าวนาปรัง ขณะที่สาขาป่าไม้ขยายตัว 0.6% โดยผลผลิตไม้ยูคาลิปตัส ถ่านไม้ และรังนกเพิ่มขึ้น ส่วนไม้ยางพาราและครั่งลดลงจากสภาพอากาศและการลดพื้นที่ปลูก

คาดเศรษฐกิจเกษตรปี 68 โต 2-3%

นายฉันทานนท์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรทั้งปี 2568 สศก. คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วง 2.0 – 3.0% โดยมีแรงหนุนจากปริมาณฝนที่เพียงพอและนโยบายรัฐด้านการจัดการน้ำ การใช้เทคโนโลยีเกษตร และการเฝ้าระวังโรคพืชและสัตว์ อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ราคาปัจจัยการผลิตสูง และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามการค้าและนโยบายภาษีของประเทศคู่ค้าอย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยในระยะต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สศก. เผยจีดีพีภาคเกษตร Q2 พุ่ง 5.5% อานิสงส์น้ำดี-อากาศหนุน คาดทั้งปีโต 2-3%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...