'ชาตรามือ' เปิดสาขาแรกในแคนาดา บุกตลาดอเมริกาเหนือ
“ชาตรามือ” (ChaTraMue) แบรนด์ชาชื่อดังของไทย เดินหน้าขยายธุรกิจสู่ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดสาขาแรกในประเทศแคนาดา ที่ 341 Spadina Avenue, Toronto ท่ามกลางบรรยากาศ Grand Opening สุดคึกคัก ดึงดูดทั้งชาวไทยและชาวแคนาดาที่หลงใหลในรสชาติชาไทยต้นตำรับ
การเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างฐานลูกค้าใหม่ในทวีปอเมริกาเหนือ แต่ยังตอกย้ำความสำเร็จของชาตรามือในก้าวจาก “ชาไทยในบ้านเรา” สู่การเป็น แบรนด์เครื่องดื่มระดับโลก ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
“ชาตรามือ” (ChaTraMue) แบรนด์ชาไทยชื่อดังระดับตำนาน เดินหน้าขยายสู่ตลาดโลกอย่างเป็นทางการ ล่าสุดเปิด สาขาแรกในประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยเลือกปักหมุดที่ 341 Spadina Avenue ใจกลางเมืองโตรอนโต ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่รวบรวมความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเป็นย่านที่ผู้คนพลุกพล่าน เหมาะกับการสร้างการรับรู้แบรนด์ในตลาดอเมริกาเหนือ
งานเปิดตัวเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคัก มีโปรโมชั่นพิเศษมอบให้แฟน ๆ ชาไทย ไม่ว่าจะเป็นการแจก ชาไทยฟรีสำหรับ 100 คนแรก ที่มาร่วมงานตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป รวมถึงแคมเปญ “ซื้อ 1 แถมแก้วที่สองลด 50%” ซึ่งจัดต่อเนื่องยาวไปถึงวันที่ 25 สิงหาคม เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ และสร้างการจดจำแบรนด์ในหมู่ผู้บริโภค
การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขายเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึง “พลังของชาไทย” ที่ก้าวสู่เวทีโลก หลังจากแบรนด์ชาตรามือก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2488 และสั่งสมชื่อเสียงด้วยสูตรชาไทยต้นตำรับที่โดดเด่นทั้งรสชาติและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ การเข้ามาสู่แคนาดาจึงเป็นก้าวสำคัญต่อการขยายอาณาจักร จากการเติบโตในเอเชียไปสู่ตลาดตะวันตกอย่างจริงจัง
ปัจจุบันชาตรามือมีสาขามากกว่า 220 แห่งทั่วประเทศไทย และกว่า 114 สาขาใน 11 ประเทศทั่วโลก โดยใช้โมเดลแฟรนไชส์ในการขยายธุรกิจ ปีนี้บริษัทตั้งเป้าขยายสาขาต่างประเทศเพิ่มอีก 4 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา ลาว เม็กซิโก และอินโดนีเซีย รวมเป็น 130 สาขาภายในสิ้นปี พร้อมเดินหน้าสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เช่น ชาไทยไม่ใส่สี ชาคอมบูชะ ไอศกรีมชาไทย และชาเขียว รวมถึงการคอลแลบส์กับแบรนด์ไลฟ์สไตล์และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่
ประวัติ ‘ชาตรามือ’
“ชาตรามือ” หรือ ChaTraMue แบรนด์ชาไทยอันดับหนึ่งของประเทศ เริ่มต้นขึ้นจากครอบครัวชาวจีนแต้จิ๋วที่อพยพมายังประเทศไทยราวปี พ.ศ. 2463 (ค.ศ. 1920) ลูกชายคนที่สามของตระกูลได้พาพี่น้องอีกแปดคนเข้ามาตั้งรกรากที่กรุงเทพฯ และในปี พ.ศ. 2468 (ค.ศ. 1925) “ซาแป” หรือ Sa Pae ได้เปิดร้านชาจีนชื่อ “ลิ้มเม้งกี่” (Lim Meng Kee) บนถนนเจริญบุรี ย่านเยาวราช โดยนำเข้าชาจากประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นชาอู่หลง ชาเขียว และชาจีนแบบดั้งเดิม ร้านนี้นับเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ครอบครัวเริ่มต้นธุรกิจเกี่ยวกับชาเป็นต้นมา
ร้านลิ้มเม้งกี่ ดำเนินกิจการมาได้ราวยี่สิบปี ก่อนที่จะได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ทิ้งระเบิดทำให้ร้านที่ถนนเจริญบุรีเสียหายจนต้องย้ายไปยังซอยผดุงด้าว ย่านเยาวราช และยังคงขายชาอู่หลง ชาเขียว รวมถึงเริ่มนำเข้าชาแดง (Red Tea) เข้ามาจำหน่ายเพิ่มเติม การเปลี่ยนแปลงนี้นำไปสู่การพัฒนาสูตรชาใหม่ที่เข้ากับรสนิยมของคนไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อน การดื่มชาร้อนแบบจีนไม่เป็นที่นิยมมากนัก ครอบครัวลิ้มเม้งกี่จึงทดลองปรับชาแดงให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับอากาศเมืองร้อน เกิดเป็น “ชาไทยเย็น” หรือ Thai Milk Tea และ “ชาไทยดำเย็น” ซึ่งเป็นต้นตำรับที่คนไทยคุ้นเคยและชื่นชอบ
ในปี พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ “ชาตรามือ” (ChaTraMue หรือ Number One Brand Thai Tea) และนับแต่นั้นมา ชาตรามือก็กลายเป็นชื่อที่ผูกพันกับสังคมไทยเรื่อยมา ช่วงเวลาหลังจากนั้นคือการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยคุณติ้ง ผู้จัดการร้านในขณะนั้น เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการปลูกชาในภาคเหนือ ได้เปิดโรงงานผลิตชาที่ดอยวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ในนาม “โรงงานชาหอม” หรือ Cha Hom Factory ซึ่งในยุคนั้นยังต้องใช้ช้างในการลากเครื่องจักรขึ้นไปบนภูเขาเพื่อผลิตชา แม้โรงงานแห่งนี้จะต้องปิดตัวลงในเวลาต่อมา เนื่องจากปัญหาด้านการเดินทางและการจัดการ แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาชาไทย
เมื่อการเดินทางสะดวกมากขึ้นในเวลาต่อมา เจ้าของรุ่นปัจจุบันเล็งเห็นถึงความสำคัญของพื้นที่ในเชียงรายซึ่งอุดมไปด้วยแหล่งปลูกชาคุณภาพ และในปี พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) จึงได้ก่อตั้งโรงงานใหม่ที่อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ใช้ชื่อว่า “โรงงานชา สยามที” (Siam Tea Factory) และจดทะเบียนเป็นบริษัท ชาไทยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Cha Thai International Co., Ltd.) ซึ่งเป็นผู้ดูแลและพัฒนาแบรนด์ชาตรามือมาจนถึงปัจจุบัน
จากร้านชาจีนเล็ก ๆ ในเยาวราช ชาตรามือได้สั่งสมประสบการณ์กว่า 80 ปีในการสร้างสรรค์ชาไทยสูตรเฉพาะ ด้วยกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันและมีเอกลักษณ์ จนได้รับความนิยมทั้งในหมู่คนไทยและต่างชาติ แบรนด์ยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น ชาเขียวนม ชากุหลาบ ชามะลิ รวมถึงไอศกรีมชาไทยและเครื่องดื่มฟิวชั่น เพื่อรองรับความนิยมของการดื่มชาที่ขยายตัวในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ และเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค ชาตรามือได้ยกระดับมาตรฐานการผลิตตามหลักสากล เช่น GMP Codex และ Halal
ปัจจุบันชาตรามือไม่ได้เป็นเพียงชาไทยที่อยู่คู่สังคมไทยเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ขยายสาขาไปแล้วกว่า 200 สาขาในประเทศไทย และอีกหลายสิบสาขาในต่างประเทศ โดยใช้โมเดลแฟรนไชส์ในการเติบโต พร้อมทั้งเดินหน้าต่อยอดตลาดใหม่ ๆ เช่น แคนาดา ลาว เม็กซิโก และอินโดนีเซีย เพื่อให้ชาไทยกลายเป็นรสชาติที่ผู้บริโภคทั่วโลกจดจำ
เรื่องราวของชาตรามือจึงไม่ใช่แค่ประวัติของแบรนด์ แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความพยายาม การปรับตัว และการพัฒนาที่ต่อเนื่อง จากรากเหง้าชาจีนในเยาวราช สู่การเป็นชาไทยอันดับหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ชาตรามือ’ เปิดสาขาแรกในแคนาดา บุกตลาดอเมริกาเหนือ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net