เเม่ใส่ “ห่วงอนามัย” เเต่ดันท้อง หมอบอก คนจะเกิดคุมกำเนิดก็เอาไม่อยู่
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แปลกมากเลยค่ะ!
เมื่อวันที่ 29 ก.ย.68 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุแปลกในต่างประเทศเมื่อทารกเพิ่งคลอด ถือห่วงอนามัยของแม่ออกมาด้วย ซึ่งเป็นไปได้ยากมาก แต่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ยังไง?
อันดับแรก เรามารู้จัก “ห่วงอนามัย” กันก่อนค่ะ
ห่วงอนามัย หรือ ห่วงคุมกำเนิด (Intrauterine Device : IUD) เป็นวิธีคุมกำเนิดที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูง มีผลข้างเคียงน้อย ปัจจุบันห่วงอนามัย แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ห่วงอนามัยชนิดเคลือบสารทองแดง และ ห่วงอนามัยชนิดเคลือบฮอร์โมนโพรเจสติน ห่วงอนามัยเป็นอุปกรณ์คุมกำเนิดที่ มีลักษณะเป็นรูปตัวที (T) มีขนาดประมาณ 3 เซนติเมตร ใช้วิธีใส่เข้าไปให้พอดีกับมดลูก ทำหน้าที่ป้องกันอสุจิเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ สามารถคุม กำเนิดได้นาน 3 – 10 ปี แล้วแต่ชนิดของห่วงคุมกำเนิด
ทั้งนี้ ‘อีจัน’ อยากจะขอยกเคสต่างประเทศเคสนี้มาเนื่องจากว่า ห่วงคุมกำเนิด ที่ใช้ป้องกันการท้อง แต่กลับใช้ไม่ได้ผลในเคสนี้ค่ะ โดยเด็กทารกคนหนึ่ง ชื่อ มาเธอัส กาเบรียล ถูกถ่ายภาพอย่างน่าประทับใจพร้อมกับห่วงคุมกำเนิดรูปตัว T หลังจากคลอดซึ่งคาดว่าจะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 99% จากข้อมูล พบว่า ด้าน เกวดี อาราอูโฮ เด โอลิเวียรา คุณแม่ของเขา ได้ใช้ห่วงคุมกำเนิดนี้มาประมาณสองปี ก่อนที่จะตั้งครรภ์โดยไม่คาดคิด ซึ่งด้านคุณแม่ของเด็กเองรู้ว่าตัวเองท้องระหว่างการตรวจสุขภาพตามปกติ แต่ช่วงที่ท้องเองห่วงอนามัยก็ยังคงอยู่ในท้อง หมอเลยบอกว่าการเอาห่วงอนามัยออกมีความเสี่ยงสูง จึงทำให้ห่วงอนามัยยังคงอยู่ในช่วงที่มีการท้องมาตลอด ซึ่งก็มีภาวะแทรกซ้อนบางอย่าง เช่น เลือดออกและหลุดลอก
ซึ่งพอถึงกำหนดคลอด กลับพบว่าทารกที่เพิ่งคลอดออกมาพร้อมห่วงอนามัย ด้านคุณหมอแปลกใจมากเพราะเคสนี้เกิดขึ้นแทบไม่ได้เลย จึงตัดสินใจเอาห่วงอนามัยไว้ในมือเล็กๆ ของเด็ก เพื่อตอกย้ำชัยชนะ มีโอกาสแค่ 1% ที่จะเกิดแบบนี้ ก็อย่างว่าเนอะ คนมันจะเกิดคุมกำเนิดก็เอาไม่อยู่
สำหรับเรื่องนี้เองก็เป็นเคสเเปลกอีก 1 เคสของต่างประเทศนะคะ ส่วนความเป็นได้ที่จะเกิดขึ้นได้บ่อยนั้นก็ไม่คอนเฟิร์มว่าจะเป็นไปได้ในเคสที่เห็นกันทั่วไปหรือไม่?
ล่าสุด ‘อีจัน’ ได้มีการโทรสัมภาษณ์กับ พญ.จุฑาธิป พูนศรัทธา สูตินรีแพทย์ชำนาญการด้านการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลเวชธานีอินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งได้ตอบคำถามประเด็นนี้ ระบุว่า….
การใส่ห่วงอนามัย สามารถปกป้องการตั้งครรภ์ได้ 99.99 % ซึ่งเป็นการคุมกำเนิดที่ดี เเต่ก็ไม่ใช่ 100% เพราะอาจเกิดการผิดพลาดเเล้วท้องขึ้นมาได้ อย่างเคสดังกล่าว ซึ่งเป็นไปได้น้อยมากๆที่จะเจอ เเต่ถ้าจะเป็นก็คงจะมีปัจจัยดังนี้ เช่น ตอนที่ใส่ห่วงไม่ได้ตรวจการตั้งครรภ์ก่อน หรือตอนใส่ห่วงมีการตั้งครรภ์ไปเเล้วหรือป่าว อะไรเเบบนี้ ซึ่งก็อาจมีน้อยมากที่จะพลาดเพราะส่วนใหญ่คุณหมอที่ใส่ห่วงให้จะมีการตรวจครรภ์ก่อนอยู่เเล้ว หรืออีกอย่างก็คือ การใส่ห่วง เราต้องใส่เข้าไปในโพรงมดลูกทีนี้ในบางคนการใส่ห่วงเข้าไปในมดลูก เเต่เกิดมดลูกมีการบีบตัวเพื่อพยายามบีบไล่ห่วงออกมาก็อาจทำให้ตำเเหน่งของห่วงไม่เหมาะสม เช่นห่วงอาจอยู่ต่ำเกินไป หรืออยู่ตื้นไป ไม่ได้เข้าไปอยู่ในเเกนกลางของโพรงมดลูกก็อาจทำให้ ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดน้อยลง
อย่างไรก็ตาม การคุมกำเนิดเเบบไหนก็เเล้วเเต่ ฉีดยาคุมหรือใส่ห่วงอนามัย ก็มันไม่ได้ 100% อยู่เเล้ว โอกาสที่จะมีการตั้งครรภ์ก็มีเหมือนกันได้เเค่มีเปอร์เซ็นน้อยมากๆ ถ้าเราใช้วิธีการอย่างถูกต้องเหมาะสม เเต่การใส่ห่วงคุมกำเนิด ประสิทธิภาพการป้องกันจะลดน้อยลง หากห่วงอยู่ในตำเเหน่งที่ไม่ดี เพราะฉะนั้นถ้าใครที่จะใส่ห่วงคุมกำเนิด ควรไปเช็กมดลูกหรือตำเเหน่งห่วงภายใน อย่างน้อยปีละครั้ง หรือปีละ 2 ครั้งก็ได้ เพื่อความชัวร์
ที่มา: เว็บไซต์ รพ.นครธน , เว็บไซต์ต่างประเทศ https://www.mirror.co.uk/news/health/newborn-baby-holds-contraceptive-coil-35983166