โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คาราบาว นำเข้า “เบียร์ชิงเต่า” ตีตลาดเบียร์ไทยตั้งเป้าขยายตัว 20% ใน 3 ปีแรก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 ก.ย 2568 เวลา 18.15 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2568 เวลา 11.15 น.

คาราบาว MOU ชิงเต่า-นามยง นำเข้า “เบียร์ชิงเต่า” รุกตลาดเบียร์ไทย พร้อมบุกตลาดเครื่องดื่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มูลค่าตลาดหลายแสนล้านบาท คาด 3 ปีแรกขยายตัวไม่ต่ำกว่า 30% ผ่านช่องทางจำหน่าย 2,000 แห่งของคาราบาว

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 บริษัท เบียร์ชิงเต่า ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ระดับโลกจากประเทศจีน ร่วมกับ บริษัท โรงเบียร์ตะวันแดง 1999 จำกัด (ในเครือคาราบาวกรุ๊ป) และ บริษัท ไทย ไชน่า เบฟเวอร์เรจ จำกัด (ในเครือ นามยง เทอร์มินัล) พร้อมด้วย บริษัท ชิงเต่า เบียร์ (ฮ่องกง) เทรดดิ้ง จำกัด ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์สามฝ่าย ณ สำนักงานใหญ่คาราบาวกรุ๊ป พิธีลงนามดังกล่าวถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการผนึกกำลังของสามภาคธุรกิจหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม โลจิสติกส์ และการค้าปลีก

ทั้งนี้ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในพิธีว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็น 'หมุดหมายสำคัญ' ที่จะช่วยยกระดับมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการนำเข้า-ส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค เนื่องจากมีการบูรณาการความเชี่ยวชาญของทั้งสามฝ่าย ทั้งนี้ ข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ชี้ว่า มูลค่าการค้าระหว่างไทยและจีน ในปีที่ผ่านมาสูงถึง 105,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ความร่วมมือในภาคเอกชนขนาดใหญ่นี้จึงมีศักยภาพในการขยายตัวเลขดังกล่าวให้เพิ่มขึ้นอีกอย่างมีนัยสำคัญ

นายเจียง จงเสียง ประธานกรรมการบริษัทเบียร์ชิงเต่า เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์การขยายตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีประชากรรวมกว่า 680 ล้านคน โดยเน้นย้ำถึงประสบการณ์กว่า 100 ปีของเบียร์ชิงเต่า และเครือข่ายที่ครอบคลุมกว่า 120 ประเทศและภูมิภาค ทั่วโลก การผนึกกำลังกับคาราบาวจะช่วยให้เบียร์ชิงเต่าสามารถเข้าถึงตลาดประเทศไทยที่มีมูลค่า ตลาดเบียร์ ประมาณ 2.5 แสนล้านบาท และ ตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัล ประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

[caption id="attachment_199790" align="aligncenter" width="1000"]

คาราบาว MOU ชิงเต่า-นามยง นำเข้า “เบียร์ชิงเต่า”

นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)[/caption]

ด้าน นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ชี้ให้เห็นถึงความได้เปรียบของกลุ่มบริษัทฯ ในการเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลของไทย และ ความแข็งแกร่งของระบบช่องทางจัดจำหน่าย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือนี้ คาราบาวพร้อมที่จะใช้เครือข่ายโลจิสติกส์และการจัดจำหน่ายของตน ซึ่งเข้าถึงร้านค้าปลีกดั้งเดิม (Traditional Trade) และร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ เพื่อเป็น 'แพลตฟอร์มกระจายสินค้า' ให้แก่ผลิตภัณฑ์เบียร์พรีเมียมและผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มใหม่ๆ ของเบียร์ชิงเต่าที่ต้องการรุกตลาดไทยและอาเซียน

ขณะที่ดร.เทพรักษ์ เหลืองสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) ได้เน้นย้ำถึง ศักยภาพด้านโลจิสติกส์ ที่จะเข้ามาสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ดร.เทพรักษ์ เปิดเผยว่า ท่าเรือในเครือของนามยงฯ เป็น ท่าเรือขนส่งรถยนต์แบบ Ro-Ro (Roll-on/Roll-off) แห่งเดียวในประเทศไทย และติดอันดับ 4 ของโลก ในแง่ของปริมาณการขนส่ง โดยมีสถิติการส่งออกรถยนต์มากกว่า 1.5 ล้านคันต่อปี

ความเชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่และสินค้าระหว่างประเทศของนามยงฯ ผ่าน บริษัท ไทย ไชน่า เบฟเวอร์เรจ จำกัด จะถูกนำมาใช้ในการบริหารจัดการการนำเข้าผลิตภัณฑ์เบียร์ชิงเต่าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการพิจารณาการขยายความร่วมมือไปสู่การขนส่งผลิตภัณฑ์ของคาราบาวไปยังตลาดจีนในอนาคต

หวังเติบโตในตลาดเป้าหมาย ไทย-อาเซียน

ความร่วมมือนี้ วางเป้าหมายที่จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาด ของผลิตภัณฑ์เบียร์ชิงเต่าในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายการจัดจำหน่ายครอบคลุมร้านค้ากว่า 2,000 แห่ง ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20% ภายใน 3 ปีแรก ผ่านการใช้โรงงานและเทคโนโลยีการผลิตที่ได้มาตรฐานของคาราบาวในการพิจารณาผลิตสินค้าบางประเภทในไทย (localization of production) เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์และเพิ่มความรวดเร็วในการทำตลาด

ในมิติของผลิตภัณฑ์ คาดการณ์ว่าความร่วมมือจะเปิดเส้นทางสำหรับผลิตภัณฑ์เบียร์ระดับพรีเมียมใหม่ ๆ และการขยายสายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มของทั้งสองฝ่าย ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของ การบริโภคเบียร์ระดับพรีเมียม ในไทยที่ยังคงมีการขยายตัวต่อเนื่อง แม้ว่าตลาดรวมจะมีความผันผวน

การลงนามนี้เป็นการรวมพลังทางธุรกิจที่นำมาซึ่ง การถ่ายโอนเทคโนโลยี การเข้าถึงตลาด และการจัดการช่องทางจัดจำหน่าย อย่างครบวงจร ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับทั้งสามบริษัท แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความแน่นแฟ้นของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างไทย-จีน ในวาระครบรอบ 50 ปี

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...