โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้หรือไม่ "ห้ามสะบัดหลังฉี่เสร็จ" เปิด 4 วิธีที่ดีที่สุดแก้ปัสสาวะค้างท่อ

Khaosod

อัพเดต 25 ต.ค. 2568 เวลา 11.23 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2568 เวลา 07.06 น.
รู้หรือไม่

รู้หรือไม่ "ห้ามสะบัดหลังฉี่เสร็จ" เปิด 4 วิธีที่ดีที่สุดแก้ปัสสาวะค้างท่อ เรียกว่า "การรีดท่อปัสสาวะ" เผย ต้องทำอย่างไร เพียงกดเบา ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หมออาม หรือ นพ.ศิริอนันต์ ประสิทธิ์ ศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะ ได้โพสต์ข้อความให้ความรู้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก โรคนิ่วน่ารู้ Urology ระบุว่า มีการแชร์กันเยอะกับคลิปของอาจารย์ฟูจิเรื่อง "ห้ามสะบัดหลังฉี่เสร็จ" วันนี้จะมาอธิบายเพิ่มเติมครับว่าจริง ๆ แล้วควรทำอย่างไรกันแน่

ท่อปัสสาวะ (urethra) ของผู้ชายอยู่ในบริเวณอุ้งเชิงกรานของร่างกาย ท่อปัสสาวะจะเริ่มจากกระเพาะปัสสาวะผ่านต่อมลูกหมาก (prostate) และทอดยาวไปจนถึงอวัยวะเพศชาย (penis) ในผู้ชายท่อปัสสาวะจะยาวประมาณ 7-8 นิ้ว หรือราว 20 เซนติเมตร

อาการปัสสาวะหยดหลังการปัสสาวะ (Post-Micturition dribble) เกิดขึ้นได้ในผู้ชาย เนื่องจากมีปัสสาวะค้างในท่อปัสสาวะ วิธีที่จะช่วยให้ไม่มีอาการปัสสาวะหยดเรียกว่า "การรีดท่อปัสสาวะ (urethral milking)"

การรีดท่อปัสสาวะ (urethral milking) เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัสสาวะที่ค้างอยู่ในท่อ ปัสสาวะออกด้วยการใช้ปลายนิ้ว "รีด" ก่อนจะเขย่าอวัยวะเพศในขั้นตอนสุดท้าย วิธีการทำมีดังนี้

  • หลังจากปัสสาวะเสร็จ ให้รอสักครู่เพื่อให้กระเพาะปัสสาวะขับปัสสาวะออกจนหมด
  • วางปลายนิ้วมือบริเวณห่างจากถุงอัณฑะไปทางด้านหลังประมาณสามนิ้วมือ แล้วกดเบาๆ หลังจากนั้นรูดนิ้วไปข้างหน้าและขึ้นด้านบนในทิศทางไปยังโคนของอวัยวะเพศใต้ถุงอัณฑะ
  • การทำเช่นนี้จะช่วย “รีด” ปัสสาวะที่ค้างอยู่ในท่อปัสสาวะส่วนต้นให้ไหลเข้าสู่ท่อปัสสาวะส่วนปลายอวัยวะเพศ ซึ่งสามารถไหลออกได้ด้วยการเขย่าหรือบีบเบา ๆ ตามปกติ
  • ทำซ้ำอีกสองครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าท่อปัสสาวะถูกระบายจนหมด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้หรือไม่ "ห้ามสะบัดหลังฉี่เสร็จ" เปิด 4 วิธีที่ดีที่สุดแก้ปัสสาวะค้างท่อ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...