โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

แรร์เอิร์ธคืออะไร สำคัญแค่ไหน ? ถึงทำให้ผู้นำไทย - สหรัฐฯ ตัดสินใจจับมือกัน !

BT Beartai

อัพเดต 30 ต.ค. 2568 เวลา 04.10 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2568 เวลา 11.27 น.
แรร์เอิร์ธคืออะไร สำคัญแค่ไหน ? ถึงทำให้ผู้นำไทย - สหรัฐฯ ตัดสินใจจับมือกัน !

จากเหตุการณ์นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย และ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ร่วมลงนามใน MOU แร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความร่วมมือในการค้นหาและลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญมาก ๆ ในด้านเทคโนโลยี

คำถามคือ ทำไมแร่แรร์เอิร์ธ คืออะไร สำคัญแค่ไหนกับโลกใบนี้ ?

ทำไมแร่แรร์เอิร์ธ ถึงได้รับความสนใจ ?

แร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth Elements – REEs) หรือที่เรียกกันติดปากว่า แร่หายาก คือกลุ่มโลหะพิเศษจำนวน 17 ชนิด ที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสมาร์ตโฟน รถยนต์ไฟฟ้า กังหันลม หลอด LED แบตเตอรี่ แม่เหล็กถาวรประสิทธิภาพสูง สารเรืองแสง และอุปกรณ์ทางการแพทย์

แม้ว่าจะได้ชื่อว่า แรร์ ที่แปลว่าหายาก แต่จริง ๆ หาไม่ยากเลย สามารถพบได้ตามชั้นหินบนเปลือกโลก แต่ที่หายากจริง ๆ คือการได้แร่ในรูปบริสุทธิ์ เพราะต้องผ่านกระบวนการแยกสกัดและถลุงหลายขั้นตอน ใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนและต้นทุนสูง แถมยังผลิตมลพิษจำนวนมากเข้าสู่สิ่งแวดล้อม เช่น น้ำเสีย สารหนู หรือโลหะหนัก จึงไม่ใช่ทุกประเทศที่อยากจะตั้งโรงงานผลิตแร่ประเภทนี้ไว้ในบ้านตัวเอง

ใครที่สามารถขุดขึ้นมาได้เยอะ ก็สามารถคุมอำนาจต่อรองในระดับโลกได้ เหมือนตอนที่สหรัฐฯ ทำสงครามการค้ากับจีนด้วยการขึ้นกำแพงภาษี จีนที่เป็นผู้ผลิตแรร์เอิร์ธและส่งออกที่คิดเป็น 70% ของการผลิตทั่วโลก ก็ตอบโต้ทันทีด้วยการลดการส่งออกทำให้ห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ เกิดปัญหา

แรร์เอิร์ธมีธาตุอะไรบ้าง ?

แรร์เอิร์ธประกอบด้วยธาตุทั้งหมด 17 ชนิด ประกอบด้วย

  • สแกนเดียม (Sc : Scandium)
  • อิตเทรียม (Y : Yttrium)
  • แลนทานัม (La : Lanthanum)
  • ซีเรียม (Ce : Cerium)
  • เพรซีโอดิเมียม (Pr : Praseodymium)
  • นีโอดิเมียม (Nd : Neodymium)
  • โพรมีเทียม (Pm : Promethium)
  • ซาแมเรียม (Sm : Samarium)
  • ยูโรเพียม (Eu : Europium)
  • แกโดลิเนียม (Gd : Gadolinium)
  • เทอร์เบียม (Tb : Terbium)
  • ดิสโพรเซียม (Dy : Dysprosium)
  • โฮลเมียม (Ho : Holmium)
  • เออร์เบียม (Er : Erbium)
  • ทูเลียม (Tm : Thulium)
  • อิตเทอร์เบียม (Yb : Ytterbium)
  • ลูทีเชียม (Lu : Lutetium)

แร่เหล่านี้คือ “วัตถุดิบ” สำคัญที่ขาดไม่ได้ในการสร้างเทคโนโลยี เป็นหัวใจของเทคโนโลยีขั้นสูงแทบทุกชนิด ตั้งแต่มอเตอร์ในรถยนต์ไฟฟ้า (EV), แม่เหล็กในกังหันลม, ฮาร์ดไดรฟ์คอมพิวเตอร์ ไปจนถึงระบบนำวิถีขีปนาวุธ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ และแม้ว่าจะขุดเจอได้ง่าย แต่หลังจากมีการสกัดออกมาแล้ว แรร์เอิร์ธบางชนิดกลับมีมูลค่ามากกว่าทองคำซะอีก หนึ่งในนั้นคือ ลูทีเชียม (Lu : Lutetium) แร่ที่หายากที่สุด และมีราคาสูงที่สุด

แร่ลูทีเชียม (Lu : Lutetium)

ลูทีเชียมหายากแค่ไหน ?

สาเหตุที่แร่ลูทีเชียม (Lu : Lutetium) หายากมาก เพราะสองเหตุผลหลักคือ มีน้อยมากและกระจัดกระจายสุด ๆ โดยในเปลือกโลกมีเพียง 0.5 ส่วนในล้านส่วน (ถ้าเราขุดแร่ขึ้นมาเท่ากับน้ำหนักรถ 1 คัน เราจะเจอแร่ลูทีเชียมเท่ากับคลิปหนีบกระดาษ 1 อัน)

และที่สำคัญที่สุดคือ มันไม่เคยสะสมตัวเป็นก้อนเหมือนทอง แต่จะอยู่ในรูปแบบฝุ่นปริมาณจิ๋ว (มักน้อยกว่า 0.003%) ที่ปะปนมากับแร่หายากชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติคล้ายกัน ทำให้การสกัดมันทำได้เพียงเป็น “ผลพลอยได้” (Byproduct) จากการแปรรูปแร่อื่น ๆ ในปริมาณมหาศาลเท่านั้น ซึ่งกระบวนการแยกก็ซับซ้อนและมีต้นทุนสูงมาก

แร่ลูทีเชียมแพงแค่ไหน ?

ด้วยความที่แร่ลูทีเชียมหายาก กว่าจะได้มาก็ต้องผ่านการแยกที่ซับซ้อนและมีต้นทุนสูง ทำให้ปริมาณมีน้อยมาก ๆ ราคาก็เลยสูงลิบลิ่ว และยิ่งบริสุทธิ์ราคาก็ยิ่งสูงเป็นเงาตามตัว ยกตัวอย่าง ลูทีเชียมออกไซด์ (Lutetium Oxide) (Lu₂O₃) สารตั้งต้นในอุตสาหกรรมที่ได้มาจากแร่ลูทีเชียม หากมีความบริสุทธิ์สูง 99.99% อาจมีราคาสูงถึงประมาณ 1,000 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 37,000 บาท) ต่อกิโลกรัม หรือมากกว่านั้น

และถ้ายิ่งเป็นลูทีเชียมโลหะ (Lutetium Metal) ที่มีความบริสุทธิ์สูงก็จะยิ่งแพงกว่าเดิม เพราะถือเป็นหนึ่งในโลหะที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ราคาล่าสุดจากผู้จัดจำหน่ายในยุโรป (99.9% ขึ้นไป) อยู่ที่ประมาณ 2,799 ยูโรต่อกิโลกรัม (ราว 100,000 บาทต่อกิโลกรัม)

ทำไมถึงแพงขนาดนี้ ?

การแยกและทำให้บริสุทธิ์ยากที่สุด ธาตุแรร์เอิร์ธมักเกาะกลุ่มกันแน่นในแร่ การจะแยกลูทีเชียมออกมาให้บริสุทธิ์ถึงระดับที่อุตสาหกรรมใช้ได้ ต้องผ่านกระบวนการเคมีที่เรียกว่า การสกัดด้วยตัวทำละลาย (Solvent Extraction) นับพันรอบ ซึ่งใช้พลังงานและสร้างของเสียเคมีมหาศาล

ความต้องการเฉพาะด้านสูงมาก ลูทีเชียมไม่ได้ใช้ในงานทั่วไป แต่เป็นหัวใจของเทคโนโลยีความแม่นยำสูง เช่น เครื่องตรวจมะเร็ง, เลเซอร์ และเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานในรูป Lutetium-177 (Lu-177) ซึ่งเป็นสารกัมมันตรังสีที่ใช้ในการ “รักษามะเร็งต่อมลูกหมาก” โดยตรง ทำให้ความต้องการในวงการแพทย์พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทำไมแรร์เอิร์ธถึงทำให้ผู้นำไทย – สหรัฐจับมือกัน

ข้อตกลงและความร่วมมือแรร์เอิร์ธระหว่างไทย-สหรัฐฯ เกิดขึ้นเพราะแรงกดดันด้านอำนาจการผลิตและควบคุมตลาดจากจีน ซึ่งจีนผลิตแรร์เอิร์ธคิดเป็น 70% ของโลก และอเมริกาในฐานะผู้นำเทคโนโลยีจึงจำเป็นต้องหาทางลดการพึ่งพาจีน และสร้างความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุปทานที่จำเป็นต่อการสร้างเทคโนโลยี ด้วยการสร้างพันธมิตรกับหลาย ๆ ประเทศ เช่น กับไทยที่เป็นผู้ผลิตแรร์เอิร์ธอันดับ 6 ของโลกด้วยปริมาณ 3%
และนี่คือเหตุผลที่สหรัฐฯ เลือกจับมือกับไทยในเรื่องของแรร์เอิร์ธ การที่ไทยและสหรัฐฯ ลงนาม MOU ว่าด้วยแร่แรร์เอิร์ธในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่ข้อตกลงทางการทูตทั่วไป แต่คือการเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานของ “ขุมทรัพย์” ที่ขับเคลื่อนโลกอนาคตเหล่านี้ และเป็นการส่งสัญญาณว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นผู้เล่นคนสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและพลังงานสะอาดระดับโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...