ค่าเงินบาทปรับตัวผันผวน หลังเฟดลดดอกเบี้ย
ค่าเงินบาทปรับตัวผันผวน หลังเฟดลดดอกเบี้ย หอการค้าไทยเสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินมาตรการสำคัญหลายด้านอย่างทันที พร้อมทั้งขอธนาคารแห่งประเทศไทยดูแลค่าเงินบาทเชิงรุกให้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ราว 34.00-35.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/09) ที่ระดับ 31.85/86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (17/09) ที่ระดับ 31.72/73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดย Dollar Index เปิดเช้านี้ (18/09) ที่ระดับ 96.95 หลังจากธนาคารกลางสหัฐ (เฟด) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด
อย่างไรก็ดี เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดส่งสัญญาณระมัดระวังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเชิงรุก คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาครกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติ 11 ต่อ 1 เสียง อนุมัติการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมวานนี้ (17/09) ตามการคาดการณ์ของตลาด
ขณะที่การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟด ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% รวม 0.50% ก่อนสิ้นปีนี้
ประธานเฟดระบุว่า การตัดสินใจของคณะกรรมการกำหนดนโยายการเงินของเฟด (FOMC) สะท้อนถึงความต้องการที่จะควบคุมความเสี่ยงที่มีต่อเศรษฐกิจ โดยการจ้างงานมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเผชิญภาวะขาลง เมื่อเทียบกับตัวเลขเงินเฟ้อ แต่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงต้องมีการประเมินและต้องควบคุม
ทั้งนี้เฟดได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ในปีนี้สู่ระดับ 1.6% จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 1.4% ขณะที่คงตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อและอัตราว่างงานในปีนี้
สำหรับแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 3.3% ในไตรมาส 3/2568 หลังจากเศรษฐกิจหดตัว 0.5% ในไตรมาส 1 และขยายตัว 3.3% ในไตรมาส 2
นักวิเคราะห์จากบริษัท Angeles Investments กล่าวว่า การแสดงความเห็นของพาวเวลล์ได้ลดทอนความคาดหวังของนักลงทุนที่ต้องการเห็นสัญญาณของการผ่อนคลายนโยบายการเงินเชิงรุกมากขึ้น โดยเขาระบุถึงความอ่อนแอของตลาดแรงงาน แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสถานการณ์ททางเศรษฐกิจมีทิศทางอ่อนแอมากขึ้น ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในขณะนี้
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (18/09) นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้า ได้วางนโยบายขับเคลื่อนในส่วนของภาคเอกชน โดยข้อเสนอแนะทั้งหมดนี้ รวบรวมจากเครือข่ายหอการค้าไทยทั่วประเทศ ทั้งหอการค้าจังหวัด สมาคมการค้า ตลอดจนหอการค้าต่างประเทศ
นายพจน์กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อเสนอในระยะเร่งด่วน 4 เดือน หอการค้าไทยเสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินมาตรการสำคัญหลายด้านอย่างทันที ด้านการค้าระหว่างประเทศ ที่ควรเร่งรัดการเจรจากับสหรัฐ ภายใต้กรอบ Reciprocal Tariff (RT) ควบคู่กับการแก้ไขอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี และการขยายตลาดใหม่ในภูมิภาคที่มีศักยภาพ เช่น จีน แอฟริกา และตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรดูแลค่าเงินบาทเชิงรุกให้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ราว 34.00-35.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาความได้เปรียบด้านการส่งออก การกระตุ้นเศรษฐกิจ ควรเดินหน้ามาตรการกระตุ้นกำลังซื้อที่ประชาชนคุ้นเคย เช่น “คนละครึ่ง” และ “Easy E-Receipt” รวมถึงรณรงค์ “ใช้ของไทย ฟื้น SME พร้อมทั้งเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 เพื่อช่วยเพิ่มการจ้างงานภาคการท่องเที่ยว
รัฐบาลควรตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแบบเบ็ดเสร็จ และยกระดับมาตรการความปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจีน ควบคู่กับการลดภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์หมวดไลฟ์สไตล์ในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และเขียงใหม่
ด้านมาตรการสำหรับภาคธุรกิจ SME ขอให้มีการจัดสรรงบประมาณจำนวน 10,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเสียหายจากหนี้เสีย (NPL) และเร่งผลักดันโครงการ THAI SME -GP ด้านแรงงาน รัฐบาลควรกำหนดการปรับค่าจ้างตามมาตรา 87 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โดยใช้กลไกไตรภาคี รวมถึงหาทางออกต่อปัญหาการขาดแคลนแรงงาน
ด้านประชาชนควรได้รับการบรรเทาภาระค่าครองชีพ ผ่านมาตรการลดดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี และการปรับลดภาษีที่ดิน และ สิ่งปลูกสร้างลง 50% เป็นเวลา 1 ปี เดินหน้านโยบาย Zero Corruption และบูรณาการการปราบปรามปัญหาสังคม ทั้งยาเสพติด การค้ามนุษย์ กลโกงออนไลน์ และการพนันอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.74-31.94 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.77/78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/09) ที่ระดับ 1.1827/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (17/09) ที่ระดับ 1.1849/50 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยวันนี้ (18/09) นักลงทุนจับตารอดูผลประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ในวันนี้ (18/09) ในวันนี้ (18/09) เวลา 18.00 น. ตามเวลาไทย ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1824-1.183 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 18.45/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/09) ที่ระดับ 147.21/22 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (17/09) ที่ระดับ 146.28/29 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยวันนี้ (18/09) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะเริ่มการประชุมนโยบายการเงินวันแรกในวันนี้ (18/09) และจะแถลงมติการประชุมในวันพรุ่งนี้ (19/09) ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยูในกรอบระหว่าง 147.14-147.20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 147.21/22 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรเดือน ก.ค. ของญี่ปุ่น (18/09), ธนาครกลางอังกฤษ (BOE) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย (18/09), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (18/09), ดัชนีการผลิตเดือน ก.ย.จากเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย (18/09),
ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ส.ค.จาก Conference Board ของสหรัฐ (18/09), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย (18-19/09), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย.ของอังกฤษ (19/09), ยอดค้าปลีกเดือน ส.ค.ของอังกฤษ (19/09), อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. ของญี่ปุ่น (19/09) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ส.ค. ของเยอรมนี (19/09)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap Pint) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.5/-7.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.6/-5.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ค่าเงินบาทปรับตัวผันผวน หลังเฟดลดดอกเบี้ย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net