โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ค่าเงินบาทปรับตัวผันผวน หลังเฟดลดดอกเบี้ย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.ย 2568 เวลา 11.33 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2568 เวลา 11.33 น.

ค่าเงินบาทปรับตัวผันผวน หลังเฟดลดดอกเบี้ย หอการค้าไทยเสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินมาตรการสำคัญหลายด้านอย่างทันที พร้อมทั้งขอธนาคารแห่งประเทศไทยดูแลค่าเงินบาทเชิงรุกให้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ราว 34.00-35.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/09) ที่ระดับ 31.85/86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (17/09) ที่ระดับ 31.72/73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดย Dollar Index เปิดเช้านี้ (18/09) ที่ระดับ 96.95 หลังจากธนาคารกลางสหัฐ (เฟด) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

อย่างไรก็ดี เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดส่งสัญญาณระมัดระวังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเชิงรุก คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาครกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติ 11 ต่อ 1 เสียง อนุมัติการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมวานนี้ (17/09) ตามการคาดการณ์ของตลาด

ขณะที่การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟด ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% รวม 0.50% ก่อนสิ้นปีนี้

ประธานเฟดระบุว่า การตัดสินใจของคณะกรรมการกำหนดนโยายการเงินของเฟด (FOMC) สะท้อนถึงความต้องการที่จะควบคุมความเสี่ยงที่มีต่อเศรษฐกิจ โดยการจ้างงานมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเผชิญภาวะขาลง เมื่อเทียบกับตัวเลขเงินเฟ้อ แต่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงต้องมีการประเมินและต้องควบคุม

ทั้งนี้เฟดได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ในปีนี้สู่ระดับ 1.6% จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 1.4% ขณะที่คงตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อและอัตราว่างงานในปีนี้

สำหรับแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 3.3% ในไตรมาส 3/2568 หลังจากเศรษฐกิจหดตัว 0.5% ในไตรมาส 1 และขยายตัว 3.3% ในไตรมาส 2

นักวิเคราะห์จากบริษัท Angeles Investments กล่าวว่า การแสดงความเห็นของพาวเวลล์ได้ลดทอนความคาดหวังของนักลงทุนที่ต้องการเห็นสัญญาณของการผ่อนคลายนโยบายการเงินเชิงรุกมากขึ้น โดยเขาระบุถึงความอ่อนแอของตลาดแรงงาน แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสถานการณ์ททางเศรษฐกิจมีทิศทางอ่อนแอมากขึ้น ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในขณะนี้

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (18/09) นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้า ได้วางนโยบายขับเคลื่อนในส่วนของภาคเอกชน โดยข้อเสนอแนะทั้งหมดนี้ รวบรวมจากเครือข่ายหอการค้าไทยทั่วประเทศ ทั้งหอการค้าจังหวัด สมาคมการค้า ตลอดจนหอการค้าต่างประเทศ

นายพจน์กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อเสนอในระยะเร่งด่วน 4 เดือน หอการค้าไทยเสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินมาตรการสำคัญหลายด้านอย่างทันที ด้านการค้าระหว่างประเทศ ที่ควรเร่งรัดการเจรจากับสหรัฐ ภายใต้กรอบ Reciprocal Tariff (RT) ควบคู่กับการแก้ไขอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี และการขยายตลาดใหม่ในภูมิภาคที่มีศักยภาพ เช่น จีน แอฟริกา และตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรดูแลค่าเงินบาทเชิงรุกให้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ราว 34.00-35.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาความได้เปรียบด้านการส่งออก การกระตุ้นเศรษฐกิจ ควรเดินหน้ามาตรการกระตุ้นกำลังซื้อที่ประชาชนคุ้นเคย เช่น “คนละครึ่ง” และ “Easy E-Receipt” รวมถึงรณรงค์ “ใช้ของไทย ฟื้น SME พร้อมทั้งเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 เพื่อช่วยเพิ่มการจ้างงานภาคการท่องเที่ยว

รัฐบาลควรตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแบบเบ็ดเสร็จ และยกระดับมาตรการความปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจีน ควบคู่กับการลดภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์หมวดไลฟ์สไตล์ในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และเขียงใหม่

ด้านมาตรการสำหรับภาคธุรกิจ SME ขอให้มีการจัดสรรงบประมาณจำนวน 10,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเสียหายจากหนี้เสีย (NPL) และเร่งผลักดันโครงการ THAI SME -GP ด้านแรงงาน รัฐบาลควรกำหนดการปรับค่าจ้างตามมาตรา 87 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โดยใช้กลไกไตรภาคี รวมถึงหาทางออกต่อปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

ด้านประชาชนควรได้รับการบรรเทาภาระค่าครองชีพ ผ่านมาตรการลดดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี และการปรับลดภาษีที่ดิน และ สิ่งปลูกสร้างลง 50% เป็นเวลา 1 ปี เดินหน้านโยบาย Zero Corruption และบูรณาการการปราบปรามปัญหาสังคม ทั้งยาเสพติด การค้ามนุษย์ กลโกงออนไลน์ และการพนันอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.74-31.94 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.77/78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/09) ที่ระดับ 1.1827/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (17/09) ที่ระดับ 1.1849/50 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยวันนี้ (18/09) นักลงทุนจับตารอดูผลประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ในวันนี้ (18/09) ในวันนี้ (18/09) เวลา 18.00 น. ตามเวลาไทย ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1824-1.183 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 18.45/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/09) ที่ระดับ 147.21/22 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (17/09) ที่ระดับ 146.28/29 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยวันนี้ (18/09) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะเริ่มการประชุมนโยบายการเงินวันแรกในวันนี้ (18/09) และจะแถลงมติการประชุมในวันพรุ่งนี้ (19/09) ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยูในกรอบระหว่าง 147.14-147.20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 147.21/22 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรเดือน ก.ค. ของญี่ปุ่น (18/09), ธนาครกลางอังกฤษ (BOE) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย (18/09), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (18/09), ดัชนีการผลิตเดือน ก.ย.จากเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย (18/09),

ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ส.ค.จาก Conference Board ของสหรัฐ (18/09), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย (18-19/09), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย.ของอังกฤษ (19/09), ยอดค้าปลีกเดือน ส.ค.ของอังกฤษ (19/09), อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. ของญี่ปุ่น (19/09) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ส.ค. ของเยอรมนี (19/09)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap Pint) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.5/-7.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.6/-5.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ค่าเงินบาทปรับตัวผันผวน หลังเฟดลดดอกเบี้ย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...