โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘ออมสิน’จัดซอฟต์โลนแสนล. อุ้มเอสเอ็มอี-คนละครึ่งหนุน

ทันหุ้น

อัพเดต 16 ก.ย 2568 เวลา 03.57 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2568 เวลา 18.00 น.

#ออมสิน #ทันหุ้น – “ออมสิน” เดินหน้าปล่อยซอฟต์โลนวงเงิน 100,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำช่วยเอสเอ็มอีเสริมสภาพคล่อง ฝ่าวิกฤติสงครามการค้า พร้อมชี้โครงการ “คนละครึ่ง” หนุนการใช้จ่าย-สร้างประวัติทางการเงิน เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบ

นายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกมีการเติบโตที่ดี แต่ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะผลกระทบจาก “สงครามการค้า” ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มสูงขึ้น ธนาคารเน้นย้ำว่า SMEs โดยเฉพาะรายเล็ก ต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด พร้อมยืนยันบทบาทในฐานะ Social Bank ที่จะเข้ามาช่วยเติมเงินและให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ

ทั้งนี้หากพิจารณาสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรก จะเห็นว่ามีการเติบโตที่ดี อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปีหลัง สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า การขึ้นภาษีนี้ส่งผลกระทบโดยตรง เนื่องจากสินค้าบางประเภทหรือธุรกิจบางอย่างที่ไม่เคยเสียภาษีมาก่อน ต้องเผชิญกับภาษีที่เพิ่มขึ้น

*เร่งช่วยผู้ประกอบการ

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาธนาคารได้ดำเนินโครงการสินเชื่อสำคัญหลายโครงการ เช่น สินเชื่อกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ GSB D-Home สร้างบ้านเพื่อคนไทย วงเงิน 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 3.50% ต่อปี อนุมัติแล้ว 6,000 ล้านบาท โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB Boost Up Plus วงเงิน 100,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 2.99% ต่อปี อนุมัติแล้ว 98,700 ล้านบาท

รวมถึงมีโครงการใหม่ ทั้ง Soft Loan เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาทต่อราย และโครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องประมง ระยะ 3 วงเงินโครงการ 2,000 ล้านบาท วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาทต่อราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการประมงและสนับสนุนนโยบายรัฐในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน

ล่าสุด เตรียมออก Soft Loan เพิ่มเติม วงเงินโครงการ 100,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.01% ต่อปี ให้สถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการนำไปปล่อยต่อให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3.50% ต่อปี ใน 2 ปีแรก เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและพัฒนาศักยภาพธุรกิจไทยให้เข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้ต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในเร็วๆ นี้

*กำไรครึ่งปี 1.6 หมื่นลบ.

นายวีระชัย กล่าวต่อว่า ธนาคารออมสิน มีผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ สามารถทำกำไรได้ กว่า 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นผลประกอบการที่น่าพอใจ โดยคาดการณ์ว่ากำไรสิ้นปีจะสามารถเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ อย่างไรก็ตามธนาคารไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำกำไรที่สูงมากนัก เนื่องจากเป็นธนาคารที่มีภารกิจเพื่อสังคม โดยมุ่งนำกำไรที่ได้มาสนับสนุนและช่วยเหลือสังคมให้มากขึ้น

ขณะที่ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปหลายครั้ง ซึ่งส่งผลให้ธนาคารต่างๆ รวมถึงธนาคารแห่งนี้ต้องปรับลดดอกเบี้ยลงอย่างพร้อมเพรียงและรุนแรง การปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของธนาคารโดยตรง แต่ถึงกระนั้น ธนาคารยังคงสามารถรักษาผลกำไรในระดับที่น่าพอใจได้ โดยคาดว่าระดับกำไรอาจจะใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า แต่อาจจะไม่เท่าเดิม

*คนละครึ่ง”หนุน

ในส่วนของโครงการ “คนละครึ่ง” ของภาครัฐบาลที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ มองว่ามีข้อดีในการกระตุ้นการใช้จ่ายและเพิ่มการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากผู้ประกอบการมีการทำธุรกรรมการโอนเงินผ่านแพลตฟอร์มของธนาคาร อย่างเช่นแอปพลิเคชัน “MyMo” จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากข้อมูลประวัติการเดินบัญชีสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาขอสินเชื่อได้ ซึ่งแตกต่างจากการทำธุรกรรมผ่านโครงการ “คนละครึ่ง” แบบเดิมที่ธนาคารเดิมอาจไม่สามารถนำข้อมูลมาใช้ช่วยเหลือผู้ประกอบการได้มากนัก

โดยรวมแล้ว ธนาคารเชื่อว่าโครงการนี้เป็นผลดีต่อพ่อค้าแม่ค้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนเกิดการใช้จ่ายและใช้สอยมากขึ้น เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและสังคมโดยรวมอย่างต่อเนื่อง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...