โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘เนสท์เล่’ ปลด ‘ซีอีโอ’ ฟ้าฝ่า หลังรับตำแหน่งเพียง 1 ปี เหตุมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ ‘ลูกน้อง’

Positioningmag

อัพเดต 02 ก.ย 2568 เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2568 เวลา 08.30 น. • TopTen

บริษัท เนสท์เล่ (Nestlé) ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศปลด โลรองต์ เฟร็กซ์ (Laurent Freixe) ออกจากตำแหน่งซีอีโอเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังทำงานได้เพียง 1 ปี เนื่องจากการสอบสวนพบว่า เขาไม่เปิดเผยความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพนักงานใต้บังคับบัญชาโดยตรง ซึ่งถือว่าละเมิดจรรยาบรรณของบริษัท

เนสท์เล่ระบุว่าการสอบสวนเรื่องความสัมพันธ์ของเฟร็กซ์นำโดย พอล บุลเค (Paul Bulcke) ประธานบริษัท และ ปาโบล อิสลา (Pablo Isla)ผู้อำนวยการอิสระอาวุโส ซึ่งพบว่าโลรองต์ เฟร็กซ์ ละเมิดหลักธรรมาภิบาลของบริษัท
“นี่คือการตัดสินใจที่จำเป็น เนสท์เล่ยึดมั่นในค่านิยมและธรรมาภิบาลที่แข็งแกร่ง ผมขอขอบคุณโลรองต์สำหรับการทำงานตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราจะไม่เปลี่ยนแผนกลยุทธ์และยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง” พอล บุลเค ระบุ
ซึ่งการเปลี่ยนตัวผู้บริหารระดับสูงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทายสำหรับผู้บริโภคทั่วโลกและความเสี่ยงจากมาตรการภาษีการค้า นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนสท์เล่เพิ่งประกาศว่า พอล บุลเค ประธานบริษัทที่ดำรงตำแหน่งมานานจะก้าวลงจากตำแหน่งในปีหน้า
เฟร็กซ์เข้ารับตำแหน่งซีอีโอเมื่อปีที่แล้ว หลังจากเนสท์เล่ปลดซีอีโอคนก่อน มาร์ค ชไนเดอร์ (Mark Schneider) โดยหลังจากที่ปลด โลรองต์ เฟร็กซ์ เนสท์เล่ ได้แต่งตั้ง ฟิลิปป์ นาฟราทิล (Philipp Navratil)ผู้บริหารมากประสบการณ์ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าแผนกกาแฟแคปซูล Nespresso ให้ดำรงตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ทันที
โดยนาฟราทิล เขาเริ่มทำงานกับเนสท์เล่ในปี 2001 ในตำแหน่งผู้ตรวจสอบภายใน ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศฮอนดูรัสในปี 2009 และก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าธุรกิจเครื่องดื่มในเม็กซิโกในปี 2013 ก่อนจะมาร่วมทีมกลยุทธ์ธุรกิจกาแฟในปี 2020 และได้ย้ายไปบริหารแบรนด์ Nespresso ในเดือนกรกฎาคม 2024 และเพิ่งเข้าร่วมคณะกรรมการบริหารเนสท์เล่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคมปีนี้
ทั้งนี้ การโดนปลดอย่างกะทันหันของเฟร็กซ์ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ปรับเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในปีนี้ เช่นคู่แข่งอย่าง Unilever, Diageoและ Hersheyขณะที่ Kohl’sก็เพิ่งปลดซีอีโอ แอชลีย์ บูคาแนน (Ashley Buchanan)ในเดือนพฤษภาคม หลังตรวจสอบพบการเอื้อประโยชน์ต่อคู่ค้าซึ่งมีความสัมพันธ์ส่วนตัว
Source

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...