โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บ้านคือทรัพย์สินหรือหนี้สิน? เจาะลึกมุมมอง "ซีเค เจิง" พร้อมคำตอบที่คนอยากมีบ้านต้องรู้!

Thairath Money

อัพเดต 01 ก.ย 2568 เวลา 04.07 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2568 เวลา 02.13 น.
ภาพไฮไลต์

“บ้านไม่ใช่ทรัพย์สินของคุณ เพราะทรัพย์สินคือสิ่งที่จะเอาเงินเข้ามาในกระเป๋า แต่บ้านคือสิ่งที่จะเอาเงินออกจากกระเป๋าคุณ และไปเข้ากระเป๋าธนาคารแทน ดังนั้นบ้านเป็นทรัพย์สินของธนาคาร ไม่ใช่ของคุณ”

นี่คือวาทะเด็ดของ “ซีเค เจิง” CEO บริษัท FASTWORK วิทยากรด้านการเงินขวัญใจคนรุ่นใหม่ ที่ถูกแชร์ต่อและกลายเป็นกระแสถกเถียงบนโลกออนไลน์ทันที เพราะมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฝั่งหนึ่งมองว่า “บ้าน” คือภาระที่สร้างหนี้สินมหาศาล ในขณะที่อีกฝั่งยืนยันว่าการผ่อนบ้านคือการสร้างทรัพย์สินและความมั่นคงในชีวิต แล้วความจริงคืออะไรกันแน่? บทความนี้ชวนมาหาคำตอบกัน

บ้านในมุม “หนี้สิน”

แนวคิดนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกโดย Robert Kiyosaki ผู้เขียนหนังสือ Rich Dad Poor Dad เขาให้นิยามไว้ว่า …

  • ทรัพย์สิน (Asset) = สิ่งที่ทำให้เงินไหลเข้ากระเป๋า
  • หนี้สิน (Liability) = สิ่งที่ทำให้เงินไหลออกจากกระเป๋า

บ้านที่เราอยู่อาศัยเองจึงเข้าข่าย “หนี้สิน” เพราะแทนที่จะสร้างรายได้ กลับกลายเป็นภาระที่ต้องจ่ายต่อเนื่องทุกเดือน

เหตุผลสำคัญที่สนับสนุนแนวคิดนี้ ได้แก่

  • ภาระผ่อนและดอกเบี้ย : การกู้บ้านมักยาวนาน 20–30 ปี และเมื่อรวมดอกเบี้ยแล้ว ยอดที่จ่ายจริงอาจมากกว่าราคาบ้าน 1.5–2 เท่าตัว
  • ค่าใช้จ่ายแฝง : เช่น ค่าซ่อมบำรุง, ค่าประกันภัย, ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นรายจ่ายที่เลี่ยงไม่ได้ และต้องจ่ายออกตลอดไป
  • โอกาสทางการเงินที่หายไป : เงินดาวน์บ้าน 10–20% หากนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า อาจงอกเงยได้มากกว่าการ “เก็บไว้ในบ้าน”
  • สภาพคล่องต่ำ : แม้บ้านจะเป็นสิ่งที่มีมูลค่าสูง แต่บ้านก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันที การขายต่อใช้เวลานาน และอาจขายไม่ได้ในราคาที่หวัง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ซัพพลายล้นตลาด
  • ราคาไม่ได้ขึ้นเสมอไป : ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ระบุว่า ราคาคอนโดฯ บางทำเลในกรุงเทพฯและปริมณฑลมีแนวโน้มลดลงติดต่อกันหลายปีแล้ว

ทั้งหมดนี้ จึงชี้ว่าบ้านอาจเป็น “หนี้สินระยะยาว” หากซื้อโดยไม่คำนึงถึงภาระทางการเงินและความสามารถในการผ่อนจริง

บ้านในมุม “ทรัพย์สิน”

ในอีกด้านหนึ่ง หลายคนกลับมองว่าบ้านคือทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดในชีวิต และเป็นการสะสมความมั่งคั่งที่จับต้องได้ ขาดบ้าน ชีวิตก็ไม่ “มั่นคง”

เหตุผลที่สนับสนุนแนวคิดนี้ ได้แก่

  • การสะสมความมั่งคั่งระยะยาว : บ้านและที่ดินถือเป็น “Store of Value” ที่มักมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามเวลา โดยเฉพาะในทำเลที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ราคาที่อยู่อาศัยแนวราบมีแนวโน้มขยับขึ้นสม่ำเสมอตามการเติบโตของเมือง
  • ความมั่นคงของชีวิต : การมีบ้านของตัวเองคือการปลดล็อกความเสี่ยงเรื่องค่าเช่าที่ปรับขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อผ่อนหมด บ้านกลายเป็นกรรมสิทธิ์ที่สร้างความอุ่นใจให้ครอบครัวได้
  • หลักประกันทางการเงิน – บ้านสามารถนำไปใช้ค้ำประกันเงินกู้ หรือทำสินเชื่อรีไฟแนนซ์ / Home Equity Loan ได้ ถือเป็น “ทรัพย์สินด้านเครดิต” ที่สถาบันการเงินยอมรับโดยทั่วไป
  • สร้างรายได้เสริม : หากปล่อยเช่า บ้านสามารถเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินที่ก่อรายได้ (Income Generating Asset) ทั้งในรูปค่าเช่าและกำไรจากการขาย (Capital Gain)
  • เทียบกับค่าเช่า : การจ่ายค่าเช่าเป็นเงินที่ “หายไปตลอดกาล” ในขณะที่การผ่อนบ้านแม้จะเป็นภาระ แต่ส่วนหนึ่งคือเงินต้นที่กลับมาเป็นทรัพย์สินของเรา

เมื่อมองในมุมนี้ “บ้าน” จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นการลงทุนเพื่อความมั่นคงและสร้างความมั่งคั่งระยะยาว

อ่านบทความ : ปัญหาโลกแตก “บ้าน” เป็นหนี้สิน หรือ ทรัพย์สิน กันแน่! ทำไมใครๆ ก็อยากมีบ้าน

สรุปแล้ว “บ้าน” เป็น ทรัพย์สิน หรือ หนี้สิน กันแน่ ?

ความจริงแล้ว บ้านอาจไม่ใช่ “ทรัพย์สินแท้” หรือ “หนี้สินแท้” หากแต่เป็น สินทรัพย์กึ่งกลาง (Hybrid Asset) ที่ขึ้นอยู่กับมุมมองและการบริหารจัดการ

บ้านจะกลายเป็น "หนี้สิน" ถ้า…

  • ซื้อบ้าน เกินกำลัง ผ่อนเกินกว่า 40% ของรายได้ต่อเดือน และต้องกู้ยืมจนกระทบชีวิตประจำวัน แบบนี้เรียกว่า “ภาระหนี้”
  • มีค่าใช้จ่ายแฝงตลอดเวลา ค่าซ่อมบำรุง, ค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ค่าธรรมเนียมต่างๆ ทำให้เงินไหลออกต่อเนื่อง โดยที่บ้านยังไม่สร้างรายได้กลับมา บ้าน อาจเป็นหนี้สิน สำหรับคุณ
  • บ้านที่ซื้อทำเลไม่ดี ราคาตลาดไม่ขึ้น หรือ สภาพคล่องต่ำ ขายต่อยาก ก็ไม่ต่างจาก หนี้สิน

บ้านจะกลายเป็น "ทรัพย์สิน" ถ้า…

  • เลือกซื้อบ้านในทำเลที่มีมูลค่าเพิ่ม แนวโน้มการเติบโตของราคาอยู่ในทิศทางบวก บ้าน จึงสามารถเก็บมูลค่าในระยะยาว แบบนี้ “บ้าน” เอียงไปทางทรัพย์สิน
  • หากบ้านสามารถสร้างรายได้ เช่น ปล่อยเช่า, แบ่งเป็นโฮมออฟฟิศ หรือใช้เป็นหลักประกันกู้ธุรกิจ บ้านจึงเปลี่ยนจาก “ค่าใช้จ่าย” เป็น “สินทรัพย์สร้างเงินสด” ได้
  • ผ่อนบ้านอยู่ในระดับเหมาะสม (ไม่เกิน 30–35% ของรายได้) และไม่กระทบคุณภาพชีวิต บ้าน จึงมีความหมาย ทรัพย์สินเพื่อความมั่นคงระยะยาวได้

ดังนั้น คำพูดของ CK จึงไม่ใช่การปฏิเสธคุณค่าของการมีบ้าน แต่เป็นการชี้ให้ตระหนักว่า บ้านอาจไม่ได้เป็นทรัพย์สิน “อัตโนมัติ” อย่างที่หลายคนเชื่อ ทุกอย่างขึ้นกับ “เป้าหมายทางการเงิน” และ “วินัยทางการเงิน” ของเจ้าของบ้านเอง ดังนั้น คำถามที่สำคัญกว่าคือ… สำหรับคุณ บ้านคือภาระที่ต้องจ่าย หรือ คือทรัพย์สินที่จะต่อยอดในอนาคต?

ที่มา : Robert Kiyosaki, Rich Dad Poor Dad (1997) ,ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ,ธปท.,KKP

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บ้านคือทรัพย์สินหรือหนี้สิน? เจาะลึกมุมมอง "ซีเค เจิง" พร้อมคำตอบที่คนอยากมีบ้านต้องรู้!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...