ทภ.1 ชี้แจง ไม่มีการสั่งการให้เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว รอง มทภ.1 ตรวจพื้นที่ชายแดน เก็บกู้ทุ่นระเบิด-ก่อสร้างหลุมหลบภัย
สระแก้ว – กองทัพภาคที่ 1 ชี้แจงยังไม่มีการสั่งการให้เปิดด่านเขาดิน อ.คลองหาด ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ จ.สระแก้ว ส่วน รองแม่ทัพภาคที่ 1 ตรวจพื้นที่ชายแดนสระแก้วร่วมกับหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิด ที่บ้านหนองจานเป็นครั้งแรก หลังจากมีประชุม JBC เดินหน้าสร้างความปลอดภัยให้ชายแดนไทย และตรวจติดตามการก่อสร้างบังเกอร์และหลุมหลบภัย ตามโครงการ “หทัยทิพย์” เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินประชาชน เมื่อวันที่ 27 ต.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูล อ้างทหารได้รับแจ้งให้เตรียมเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านถาวรบ้านเขาดิน ต.คลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ใน 1 พ.ย.68 นี้
ทางกองทัพภาคที่ 1 ขอเรียนชี้แจงว่า ไม่มีการสั่งการให้เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ในความรับผิดชอบของ กกล.บูรพา ในพื้นที่ จ.สระแก้วแต่อย่างใด โดยกองทัพภาคที่ 1 ยังคงยึดถือปฏิบัติตามนโยบายการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่รับผิดชอบเช่นเดิม
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รองแม่ทัพภาคที่1 ร่วมสังเกตการณ์การเก็บกู้วัตถุระเบิดที่บ้านหนองจานเป็นครั้งแรก หลังจากที่มีประชุม JBC ครับ ขณะที่ประชาชนคนไทย มองว่าการลงนามสันติภาพกับกัมพูชา อาจจะเสียเปรียบ
ทางด้าน พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ รองแม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมคณะ ลงพื้นที่อําเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่ชายแดน และติดตามภารกิจสําคัญด้านความปลอดภัยและมนุษยธรรม ของกองทัพภาคที่ 1 โดยหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ ได้แก่ กองกําลังบูรพา, หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1, และกองพันทหารช่างที่ 2 ได้ร่วมกันดําเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่บ้านหนองจาน อําเภอโคกสูง ซึ่งเป็นพื้นที่อันตรายต้องสงสัยใหม่ เนื้อที่กว่า 7 ไร่ หรือประมาณ 11,500 ตารางเมตร เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับชุมชนชายแดน
โดยภารกิจครั้งนี้ ใช้เครื่องจักรและยานพาหนะทางทหารหลายประเภท เช่น รถกวาดล้างทุ่นระเบิด GSC-200, รถหุ้มเกราะ BearCat และรถถากถางหุ้มเกราะ เพื่อให้การเก็บกู้เป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ หลังเคยตรวจพบทุ่นระเบิดดักรถถังชนิด Type-59 ในพื้นที่ดังกล่าว
จากนั้น รองแม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมด้วย พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ได้ลงพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว เพื่อตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างหลุมหลบภัยและที่มั่นกําบัง ภายใต้ โครงการ “กองทุนหทัยทิพย์” ของกองทัพบก ซึ่งสามารถรองรับได้ถึง 40 คนต่อหลุม โดยกองกําลังบูรพาและกองพันทหารช่างที่ 2 เริ่มดําเนินการ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งโครงการดังกล่าว มุ่งสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดน เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยในยามเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมถึงส่งเสริมการเตรียมพร้อมด้านความมั่นคงของประเทศ
อย่างไรก็ตาม พล.ต.สิทธิพร ได้กล่าวให้กําลังใจเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ พร้อมทั้งระบุว่า ภารกิจของกองทัพภาคที่ 1 ไม่เพียงแต่ดูแลความมั่นคงชายแดนเท่านั้น แต่ยังเป็น “ภารกิจเพื่อมนุษยธรรม” ที่มุ่งยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลด้วย
—————————– ภ่าพ/กกล.บูรพา