โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

นร.ม.6 โรงเรียนชื่อดังย่านบางเขน ร้อง ถูกครูลวนลามยกห้อง นักศึกษาฝึกสอน เผยเคยตกเป็นเหยื่อด้วย

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นร.ม.6 โรงเรียนชื่อดังย่านบางเขน ร้อง ถูกครูลวนลามยกห้อง นักศึกษาฝึกสอน เผยเคยตกเป็นเหยื่อด้วย

(12 ก.ค. 69) ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร คุณครูพร้อมตัวแทนเด็กนักเรียนจากโรงเรียนชื่อดังย่านบางเขน เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกครูรายหนึ่ง ซึ่งเป็นบุคคลหลากหลายทางเพศ (LGBT) มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ลวนลามและจับอวัยวะเพศของนักเรียนหลายราย รวมถึงมีครูฝึกสอนในโรงเรียนอ้างว่าตกเป็นผู้เสียหายเช่นกัน ปัจจุบันมีภาวะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าขนาดถึงขั้นคิดสั้น

ตัวแทนนักเรียนผู้เสียหายรายแรก เปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ในช่วงที่ตนเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปัจจุบันตนศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ขณะนั้นตนได้เรียนกับครูคนดังกล่าวเป็นครั้งแรก โดยครูได้ลวนลามโดยการใช้มือลูบขึ้นลงบริเวณต้นขา จากนั้นได้พยายามล่วงเข้าไปด้านในอวัยวะเพศ แต่จังหวะนั้นตนได้ใช้มือปัดออกก่อน ส่งผลให้จากที่ตนเป็นเด็กนั่งหน้าห้องต้องกลายมาเป็นนั่งหลังห้องเพราะกลัวว่าจะถูกล่วงละเมิดซ้ำอีก ซึ่งหลังจากตนเริ่มหนีออกห่าง ครูก็เริ่มไปทำพฤติกรรมดังกล่าวกับเพื่อนรายอื่นๆ ทำให้ตนเห็นว่าเพื่อนหลายคนตกอยู่ในสถานการณ์ลักษณะเดียวกัน

เมื่อถูกถามว่าทำไมจึงไม่แจ้งครูคนอื่นหรือผู้ปกครอง ผู้เสียหายยอมรับว่า ขณะนั้นไม่มีใครกล้าบอก เพราะทุกครั้งหลังเกิดเหตุ ครูจะกำชับว่า "อย่าไปบอกใคร อย่าบอกครูหรือผู้ปกครอง" อีกทั้งตนและเพื่อนต่างกังวลว่าจะมีปัญหา กระทบต่อการเรียน หรือทำให้เรียนไม่จบและเสียโอกาสในการเข้าศึกษาต่อ

ผู้เสียหายยังเปิดเผยว่า จากการสอบถามเพื่อนหลายห้อง พบว่ามีขณะนี้ผู้ที่อ้างว่าถูกกระทำอนาจารแล้วเกือบ 20 คน หรืออาจมากกว่านั้น โดยแต่ละห้องมีผู้เสียหายประมาณ 4-5 คน กระทั่งล่าสุดจึงเริ่มมีการรวบรวมรายชื่อผู้เสียหาย แต่สุดท้ายหลายคนยังไม่กล้าแจ้งเรื่อง เนื่องจากต่างหวั่นเกรงผลกระทบที่จะตามมา

นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังอ้างว่า เคยได้ยินข้อมูลจากครูคนอื่นว่า ครูผู้ถูกกล่าวหาเคยมีพฤติกรรมลักษณะเดียวกันกับที่โรงเรียนอื่นก่อนหน้าที่จะถูกผู้ปกครองร้องเรียนและมีการย้ายตัวมายังโรงเรียนปัจจุบัน

ตัวแทนนักเรียนอีกรายเปิดใจเล่าเหตุการณ์ในลักษณะคล้ายกัน แต่ของตนนั้นถูกครูรายดังกล่าวเรียกเข้าไปคุยในห้องเรียน จากนั้นได้มีการปิดล็อคประตู ซึ่งตอนแรกก็เป็นการพูดคุยสอบถามเรื่องการเรียน ต่อมาเริ่มถามคำถามที่ส่อไปในทางลามก และหนักสุดคือจับอวัยวะเพศ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนตนทนไม่ไหว จนกระทั่งมีครูรายนึงได้ทราบเรื่อง เนื่องจากก่อนหน้านี้ครูรายดังกล่าวทราบเรื่องที่เกิดขึ้นกับครูผู้ฝึกสอนที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย

ต่อมาเมื่อครูรายดังกล่าวทราบเรื่องจึงได้มีการแจ้งเรื่องไปยังฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องในโรงเรียน จนมีตัวแทนเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่สุดท้ายเรื่องก็เหมือนจะเงียบหายไป

ขณะที่ด้านผู้อำนวยการโรงเรียน ก็ได้มีการเข้ามาสอบถามรายละเอียดของเหตุการณ์ แต่เมื่อผู้เสียหายถามกลับถึงความรับผิดชอบ ทาง ผอ. กลับยังไม่สามารถให้คำตอบอะไรได้
ด้านผู้ปกครองของครูฝึกสอนที่ตกเป็นผู้เสียหายอีกรายเปิดใจว่า ตลอดระยะเวลา 2 เดือน ลูกชายของตนได้เข้าไปทำหน้าที่เป็นครูฝึกสอนในโรงเรียนดังกล่าว ซึ่งครูผู้ถูกกล่าวหามีหน้าที่เป็นผู้ดูแลลูกของตนอีกทีนึง ซึ่งจากการสอบถามลูกชายเล่าว่า ถูกครูรายนี้พยานามจะถอดกางเกง ซึ่งปัจจุบันลูกชายยังเล่าเหตุการณ์ได้ไม่หมดเรื่องจากสภาพจิตใจย่ำแย่เมื่อต้องเล่าถึงเหตุการณ์ ปัจจุบันลูกชายมีภาวะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หนักสุดถึงขั้นคิดสั้น บางวันแต่งตัวออกจากบ้านทำทีจะไปสอนหนังสือ แต่ความจริงแล้วไปไม่ถึงโรงเรียน ล่าสุดทางโรงเรียนติดต่อขอมอบเงิน 10,000 บาท โดยอ้างว่าครูหลายคนในโรงเรียนเห็นใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงได้มีการรวบรวมเงินกันเผื่อมอบให้ ขณะที่ครูผู้ถูกกล่าวหาเองก็อ้างว่าผู้เสียหายสมยอม ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงทำไมตอนนี้ สภาพจิตใจผู้เสียหายถึงแย่ได้ขนาดนี้

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะประสานผู้ปกครองและนักเรียนผู้เสียหายเข้าแจ้งความ พร้อมดำเนินการสอบปากคำตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยผู้เสียหายที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จะต้องเข้าสู่กระบวนการสอบปากคำตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก ส่วนผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนได้ทันที

อีกทั้งจะประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และศูนย์ความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเห็นว่า หากครูผู้ถูกกล่าวหามีพฤติกรรมตามที่ถูกร้องเรียนจริง หน่วยงานต้นสังกัดควรมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างการสอบสวน และผู้ที่ให้การช่วยเหลือหรือปกปิดการกระทำผิด หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ควรดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน

สุดท้ายโรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียนทุกคน หากผู้บริหารสถานศึกษาทราบว่ามีเหตุลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้น จะต้องเร่งพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความและให้ความคุ้มครองเด็ก รวมถึงดำเนินการเอาผิดผู้กระทำ ไม่ว่าจะเป็นครู ผู้บริหาร หรือบุคคลใดก็ตาม พร้อมยืนยันว่าจะติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิดต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...