โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แถลงการณ์ "คณะทำงานร่วมฯ" เรียกร้อง "นายกฯ" สั่ง "รมว.คลัง" ปรับลดภาษีน้ำมัน " ให้ "รมว.พลังงาน" อย่าลดราคาน้ำมันหลอกลวงปชช.อุ้มโรงกลั่น

สยามรัฐ

อัพเดต 47 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 12 ก.ค.2569 คณะอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค), มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ,เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) และกลุ่มผีเสื้อกระพือปีก ได้ออกแถลงการณ์ร่วม เรื่อง " เรียกร้องนายกรัฐมนตรี สั่งการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปรับลดภาษีน้ำมัน และเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อย่าลดราคาน้ำมันแบบหลอกลวงประชาชน เพื่ออุ้มผลประโยชน์โรงกลั่นน้ำมันเหมือนเดิม โดยระบุว่า

" ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หาแนวทางในการลดราคาขายปลีกน้ำมันลงให้ได้ หลังจากราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลงแล้ว ราคาขายปลีกในประเทศจึงสมควรที่จะลดลง โดยต้องนึกถึงค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายของประชาชน และต้นทุนของผู้ประกอบการ รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะลดค่าน้ำมันลงให้ได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

กระทรวงพลังงาน เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เป็นการเร่งด่วนในช่วงเย็นวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เพื่อพิจารณาแนวทางปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันให้เกิดผลโดยเร็ว และคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีมติให้ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ กลุ่มน้ำมันดีเซล : มีมติปรับลดราคาลง 2.56 บาทต่อลิตร กลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด : มีมติปรับลดราคาลง 2.51 บาทต่อลิตร มีผลเวลา 05.00 น. ของวันที่ 8 กรกฎาคม 2569

ต่อมาในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 กบน. ได้ประกาศปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ทั้ง บี 0 บี 7 และ บี 20 ลดลง 1.40 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 9 – 29 กรกฎาคม 2569

คณะทำงานร่วมฯ ภาคประชาชน ได้ตรวจสอบเรื่องนี้แล้วพบข้อมูลสำคัญดังนี้

1. ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน นับเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศยังมีระดับราคาที่สูง โดยปัจจุบันเบนซิน 95 ถูกเก็บอยู่ที่ 7.50 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 เก็บที่ 6.75 บาทต่อลิตร ดีเซล บี 7 เก็บที่ 6.92 บาทต่อลิตร บี 20 อยู่ที่ 5.9530 บาทต่อลิตร การที่นายกรัฐมนตรีมีนโยบายที่จะลดค่าน้ำมันลงให้ได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้โดยต้องนึกถึงค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายของประชาชน และต้นทุนของผู้ประกอบการ การแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ การสั่งการดำเนินการเพื่อลดราคาน้ำมันที่ไม่ได้ สั่งการต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย จึงเป็นการสั่งการที่ไม่ครบถ้วน

2. การปรับลดราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศเพื่อให้มีผลในเช้าตรู่ของวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นั้น กระทรวงพลังงานดำเนินการผ่านการใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนี้

2.1 ในกลุ่มน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ ได้ใช้วิธีลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันในเบนซิน 95 แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 แล้วไปเพิ่มการจ่ายเงินชดเชยให้กับอี 20 และ อี 85 ตัวอย่างเช่น แก๊สโซฮอล์ 95 ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ถูกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน 2.49 บาทต่อลิตร ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ถูกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน 0.42 บาทต่อลิตร หรือลดลง 2.41 บาทต่อลิตร ขณะที่ อี 20 ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 กองทุนน้ำมันจ่ายชดเชยให้ 1.61 บาทต่อลิตร ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 กองทุนน้ำมันจ่ายชดเชยให้ 3.71 บาท ต่อลิตร หรือจ่ายชดเชยเพิ่ม 2.10 บาทต่อลิตร

2.2 ในกลุ่มดีเซล ก่อนการประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันที่จะให้มีผลในเช้าตรู่ของวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 กองทุนน้ำมันฯ จ่ายเงินชดเชยให้ดีเซล บี 7 อยู่ที่ 0.19 บาทต่อลิตร จ่ายเงินชดเชยให้ดีเซล บี 20 อยู่ที่ 5.79 บาทต่อลิตร ต่อมาในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 กองทุนน้ำมันฯ ต้องจ่ายเงินชดเชยดีเซล บี 7 อยู่ที่ 2.90 บาทต่อลิตร หรือจ่ายชดเชยเพิ่มขึ้นจากวันที่ 7 กรกฎาคม 2.71 บาทต่อลิตร และจ่ายชดเชยให้ดีเซล บี 20 อยู่ที่ 8.46 บาทต่อลิตร จ่ายชดเชยเพิ่มขึ้นจากวันที่ 7 กรกฎาคม 2.67 บาทต่อลิตร เพื่อให้ได้ผลตามที่แถลงว่า สามารถปรับลดราคาน้ำมันดีเซลลงมาได้ 2.51 บาทต่อลิตร

3. การประกาศปรับลดราคา ณ โรงกลั่น (ราคาค้าส่งให้สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังไม่รวมภาษีและเงินกองทุนน้ำมันฯ) สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วทุกชนิด ลดลง 1.40 บาทต่อลิตร ให้มีผลในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ไม่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรส่วนเกินที่ไม่เป็นธรรมที่โรงกลั่นน้ำมันได้รับ เนื่องจากกองทุนน้ำมันฯ จ่ายเงินชดเชยราคาให้กลุ่มน้ำมันดีเซลล่วงหน้าไปแล้วเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 (ตามที่กล่าวมาในข้อ 2.2) และราคา ณ โรงกลั่นกลุ่มดีเซลที่ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาโครงสร้างราคาที่ไม่เป็นธรรมก็ได้มีการปรับขึ้นราคาขึ้นมาอีกอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ราคา ณ โรงกลั่นของดีเซล บี 7 อยู่ที่ 25.8875 บาทต่อลิตร ดีเซล บี 20 อยู่ที่ 27.8395 บาทต่อลิตร และในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ราคา ณ โรงกลั่นของดีเซล บี 7 อยู่ที่ 26.4465 บาทต่อลิตร ดีเซล บี 20 อยู่ที่ 28.3243 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มขึ้น 0.5590 บาทต่อลิตร และ 0.4848 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 50 สตางค์ต่อลิตร

4. แม้ว่าการประกาศปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วทุกชนิด ลดลง 1.40 บาทต่อลิตร จะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 – 29 กรกฎาคม 2569 แต่ราคาดีเซล ณ โรงกลั่นน้ำมันทั้งบี 7 และ บี 20 ก็ยังมีทิศทางขยับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องไม่สอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลก ทั้งจากการไม่มีกลไกการกำกับดูแลราคาจากโรงกลั่นที่ยังไม่มีการปรับโครงสร้างราคาให้เป็นธรรมกับประชาชน

และจากนโยบายส่งเสริมการผสมน้ำมันไบโอดีเซล แต่ไม่มีการกำกับดูแลซื้อขายไม่ให้เกิดผลกระทบกับกองทุนน้ำมันฯ และกับประชาชนผู้ใช้น้ำมันดีเซล จากหน่วยงานใดของรัฐบาล ปล่อยให้เป็นราคาที่แจ้งมาจากโรงกลั่นน้ำมันกับกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันปาล์มเท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่สังคมไม่สามารถตรวจสอบได้ ไม่มีการเปิดเผยราคาซื้อขายต่อสาธารณะ แม้ว่าคณะทำงานร่วมฯ ภาคประชาชนจะได้เรียกร้องมานานแล้วก็ตาม การที่ราคา ณ โรงกลั่นยังสามารถปรับขึ้นสูงได้โดยไม่มีกลไกกำกับดูแลที่ดี การประกาศปรับลดราคาที่หน้า โรงกลั่นในกลุ่มดีเซล 1.40 บาท จึงไม่ส่งผลให้ภาระของกองทุนน้ำมันลดลงแต่อย่างใด

ด้วยหลังการประกาศปรับลดราคาน้ำมันดีเซลที่หน้าโรงกลั่นมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 พบว่า กองทุนน้ำมันฯ ยังต้องจ่ายชดเชยราคาให้น้ำมันกลุ่มดีเซลในทิศทางที่เพิ่มขึ้น คือ ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 กองทุนน้ำมันฯ จ่ายชดเชยให้ ดีเซล บี 7 อยู่ที่ 2.04 บาทต่อลิตร จ่ายชดเชยให้ บี 20 ที่ 7.53 บาทต่อลิตร และในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 กองทุนน้ำมันฯ จ่ายชดเชยให้ ดีเซล บี 7 อยู่ที่ 3.05 บาทต่อลิตร จ่ายชดเชยให้ บี 20 ที่ 8.41 บาทต่อลิตร

5. ค่าการตลาดน้ำมัน กลุ่มเบนซินแก๊สโซฮอล์ ยังคงอยู่ในอัตราที่สูงเกินกว่า 3 บาทต่อลิตร และค่าการตลาดของกลุ่มดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 2 บาทต่อลิตร ซึ่งถือว่าอยู่ในอัตราที่สูงกว่าเกณฑ์ที่ กบง. เคยประกาศใช้ และเป็นผลประโยชน์ที่สูงมากเมื่อเทียบกับยอดขายราว 60-80 ล้านลิตรต่อวัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของสถานีบริการน้ำมันตัวจริงจะเป็นผู้รับประโยชน์ในส่วนนี้ทั้งหมด

6. จากข้อเสนอของคณะทำงานร่วมฯ ภาคประชาชน ทั้งเรื่อง การเก็บภาษีลาภลอยจากวิกฤติราคาน้ำมันที่ส่งผลให้มีค่าการกลั่นที่สูงเกินสมควร ปัญหาโครงสร้างราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่นที่ไม่เป็นธรรม ทั้งน้ำมันเบนซิน ดีเซล และก๊าซ LPG การใช้เงินของทุนน้ำมันข้ามประเภท หมิ่นเหม่ต่อการผิดวัตถุประสงค์ของกองทุนน้ำมันฯ การปล่อยให้ค่าการตลาดสูงเกินสมควรและไม่ส่งผลประโยชน์ไปยังเจ้าของสถานีบริการเชื้อเพลิงอย่างเป็นธรรม การเปิดเผยข้อมูลราคาเชื้อเพลิงชีวภาพที่ใช้ผสมในน้ำมัน ยังไม่ได้รับการดำเนินการที่เกิดผลจริงจังแต่อย่างใด

จากข้อมูลที่กล่าวมา คณะทำงานร่วมฯ ภาคประชาชนจึงมีข้อเรียกร้องต่อท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาสั่งการให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พิจารณาปรับลดการเรียกเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อมีการดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้อย่างแท้จริง

และมีข้อเรียกร้องต่อนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโครงสร้างราคาพลังงานทุกส่วนตามข้อเสนอของคณะทำงานร่วมฯ ภาคประชาชนโดยเร็ว อย่าปล่อยให้มีการแสวงประโยชน์ ยิ่งช้าเท่าไหร่ประชาชนก็เสียประโยชน์ทุกวัน วันละแปดร้อยถึงหนึ่งพันล้านบาท จากค่าการกลั่นที่สูงเกินกว่าค่าการกลั่นเฉลี่ยที่ไม่เกินเจ็ดเหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือเท่ากับ 1.40 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้ เนื่องจากนายเอกนัฏ ได้ให้ข่าวเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ว่าจะใช้เวลาอีก 1 เดือนเพื่อพิจารณาการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้แล้วเสร็จ จึงอาจทำให้ประชาชนเข้าใจได้ว่า เป็นการจงใจถ่วงเวลาให้สถานการณ์คลี่คลายไปเอง หรือซื้อเวลาให้ผู้ประกอบการโรงกลั่นได้กำไรส่วนเกินให้เต็มที่ต่อไปเรื่อย ๆ จนสถานการณ์กลับสู่สภาพปกติโดยไม่มีการแก้ไขปัญหาโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่เป็นธรรม

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ การไม่กำหนดเพดานค่าการกลั่นทำให้โรงกลั่นได้รับกำไรส่วนเกินในภาวะวิกฤติการณ์ราคาน้ำมัน และการไม่กำหนดเพดานค่าการตลาดและสัดส่วนค่าการตลาดที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงควรได้รับอย่างเป็นธรรมจากโรงกลั่นน้ำมันและผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่อย่างเป็นธรรม"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...