‘พิจารณ์’ ผิดหวัง ‘เสรีพิศุทธ์’ สิ้นไร้ไม้ตอก กุข่าวพรรคประชาชนรับเงินโหวต ‘อนุทิน’ นั่งนายกฯ
เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อ้างว่ามีการจ่ายเงินให้แกนนำพรรคประชาชนในการโหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมย้ำถึงเหตุผลที่ไม่ร่วมลงชื่อในการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยประเด็นจริยธรรมของนายกรัฐมนตรี ว่า นี่เป็นคำกล่าวหาที่ไร้หลักฐาน ไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาจากผู้ที่อ้างตนว่าเป็นคนตงฉินและหนักแน่นในทางการเมือง แทนที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะโต้แย้งด้วยหลักการ กลับหันมาใช้เกมการเมืองสาดโคลนแบบเดิมๆ ที่ทำให้ประชาชนหมดศรัทธากับนักการเมือง ตนเข้าใจว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เติบโตมาในระบบการเมืองแบบเก่า เคยชินกับการเมืองที่ใช้เงินซื้อตัวและต่อรองผลประโยชน์ จนมองว่าทุกคนต้องทำการเมืองแบบเดียวกัน แต่ตนยืนยันว่าพรรคประชาชนไม่ได้ทำการเมืองแบบนั้น
นายพิจารณ์ กล่าวว่า ตนย้ำอีกครั้งว่าการที่พรรคประชาชนไม่ร่วมลงชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นจริยธรรม เพราะเราไม่เห็นด้วยกับการขยายอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นผู้ผูกขาดมาตรฐานจริยธรรมตามดุลพินิจของตัวเอง จนเสี่ยงถูกใช้เป็นเครื่องมือเล่นงานนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทั้งนี้ พรรคประชาชนไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลอนุทินเช่นกัน และย้ำมาโดยตลอดว่าระบอบสีน้ำเงินกำลังผูกขาดกินรวบประเทศไทย แต่การพาประเทศไทยออกจากระบอบสีน้ำเงินจำเป็นต้องใช้วิธีการและอำนาจที่ชอบธรรม คือฉันทามติของประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่การเลือกวิธีอะไรก็ได้ ขอเพียงได้กำจัดคู่แข่งทางการเมือง แต่จะส่งผลเสียต่อสังคมไทยในระยะยาวข้างหน้า
นายพิจารณ์ กล่าวต่อไปว่า ในขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตั้งคำถามต่อจุดยืนของพรรคประชาชน ซึ่งเรายืนยันว่ายืนอยู่จุดเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ตนขอตั้งคำถามถึงจุดยืนทางการเมืองของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เช่นกัน ว่าที่เคยยืนยันหนักแน่นว่าอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย แต่วันหนึ่งก็ยอมไปรวมกับอีกขั้วการเมืองหนึ่งที่เคยอยู่ตรงข้าม หันมาขอให้เด็ก “สละเรือ” ให้ นี่คือตัวอย่างการทำการเมืองแบบคนตงฉินของท่านหรือ
“น่าผิดหวังที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นผู้อาวุโสทางการเมือง กลับกุข่าวที่ไม่มีมูลความจริงเพียงเพื่อดิสเครดิตกัน แต่ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนมองออกว่าใครเป็นอย่างไร และตัดสินได้ว่าควรเชื่อถือคุณเสรีพิศุทธ์ต่อไปหรือไม่” นายพิจารณ์ กล่าว.