หยางหยาง จั่นเจา 2026 นักเรียนดีเด่นจากสถาบันศิลปะการละครและดนตรีแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 27 พ.ค. เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. เวลา 03.06 น. • HELLO! Magazine Thailandหากพูดถึงพระเอกระดับท็อปของจีน ชื่อของ ‘หยางหยาง’ (Yang Yang) ย่อมมาเป็นอันดับต้นๆ และล่าสุดจากผลงานซีรีส์ฟอร์มยักษ์เรื่อง ‘จั่นเจาตะลุยยุทธภพ‘ เขาได้รับคำชมอย่างล้นหลาม เมื่อโปรดิวเซอร์ชื่อดังอย่าง ‘โหวหงเลี่ยง’ ถึงกับเอ่ยปากว่า‘หยางหยางคือจั่นเจาที่ถูกสวรรค์เลือก’ ในเวอร์ชั่นปี 2026 นี้
แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า เบื้องหลังการถ่ายทอดบทบู๊สุดท้าทายได้อย่างทรงพลังและแข็งแกร่งในซีรีส์เรื่องนี้ เป็นเพราะเขามีพื้นฐานการเรียนเต้นในอดีต HELLO! จึงไม่พลาดที่จะพาทุกคนไปย้อนรอยภูมิหลังด้านการศึกษาของ ‘แมวหลวง’ คนล่าสุดกัน
“สถาบันศิลปะการละครและดนตรีแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน” (จวินอี้) ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น The College of Military Culture of the PLA National Defense University วิทยาลัยวัฒนธรรมทหารแห่งมหาวิทยาลัยป้องกันประเทศกองทัพปลดปล่อยประชาชน (PLA) มุ่งมั่นในการเป็นเบ้าหลอมอันแข็งแกร่งเพื่อผลิตบุคลากรทางศิลปะผู้เปี่ยมด้วยระเบียบวินัย จิตวิญญาณที่ทรหด และความเป็นเลิศในศาสตร์แขนงต่างๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สถาบันแห่งนี้ไม่เพียงเคี่ยวกรำทักษะเชิงวิชาการและภาคปฏิบัติ หากแต่ยังหล่อหลอมคุณลักษณะอันสง่างามตามแบบฉบับของชายชาติทหารให้แก่ผู้เรียนทุกคน
บนเส้นทางแห่งความสำเร็จของสถาบัน “หยางหยาง” คือหนึ่งในผลผลิตอันเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดในฐานะศิษย์เก่าดีเด่นของภาควิชานาฏศิลป์ นับตั้งแต่วันแรกที่เขาก้าวเข้าสู่รั้วสถาบันแห่งนี้ในวัยเยาว์ หยางหยางได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันเด็ดเดี่ยว ผ่านตารางการฝึกซ้อมที่เข้มงวดหยาดเหงื่อและความอดทนจนสามารถคว้าทุนการศึกษาอันดับหนึ่ง และได้รับเกียรติสูงสุดเป็นตัวแทนนักศึกษาแสดงระบำเดี่ยวในพิธีสำเร็จการศึกษา รากฐานอันมั่นคงเหล่านี้เองที่เป็น “อาวุธสำคัญ” หล่อหลอมให้เขามีท่วงท่าที่สง่างาม มีบุคลิกภาพที่โดดเด่น และมีจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ต่อความยากลำบาก
ชีวิตการเรียนที่เข้มงวดในโรงเรียนทหาร (ตารางเวลาแบบวิถีทหาร)
หยางหยางเข้าเรียนสาขานาฏศิลป์ (Dance Department) ตั้งแต่อายุประมาณ 11-12 ปี เขาเคยให้สัมภาษณ์กับทาง Tencent Sports และสื่ออื่นๆ ถึงตารางการเรียนที่เหมือนกันทุกวันตลอด 5 ปีว่า:
“ตารางชีวิตของผมเป๊ะมาก ตื่นนอนตอนตี 5 กว่าๆ เพื่อฝึกซ้อมรอบเช้า กินข้าวตอน 6 โมงครึ่ง มารวมตัวกันตอน 7 โมง 20 นาที จากนั้นก็เข้าเรียนวิชาการพื้นฐานหรือวิชาเต้นภาคทฤษฎี/ปฏิบัติคลาสใหญ่ พอช่วงบ่ายโมงเกือบบ่ายสองก็เข้าเรียนต่อ ตกเย็น 6 โมงครึ่งหลังจากเลิกเรียน ก็ต้องซ้อมการแสดงและฝึกฝนต่อจนถึง 4 ทุ่ม ได้เข้านอนตอน 5 ทุ่ม เป็นแบบนี้ตลอด 5 ปีเต็ม”
ผลการเรียนในระดับท็อปและความเป็น “เด็กเรียนดี”
แม้ว่าโรงเรียนทหารจะฝึกหนักมาก แต่หยางหยางมีผลการเรียนที่โดดเด่นทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ สื่อจีนอย่าง Sina เคยรายงานบทสัมภาษณ์และประวัติการเรียนของเขาว่า หยางหยางเป็นนักเรียนทุนที่ได้รับ “ทุนการศึกษาอันดับ 1” ของโรงเรียน และผลงานการเรียนเต้นของเขาก็อยู่ในระดับท็อปของรุ่น (มักจะสอบได้อันดับ 1 ในวิชาเฉพาะทาง)
ในสารคดีหรือการสัมภาษณ์เก่าของสถานีโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CCTV) สมัยที่เขายังเป็นนักเรียน ทักษะพื้นฐานและการเต้นของเขาถูกยกให้เป็นระดับอาจารย์ และก่อนจบการศึกษา เขาได้รับเลือกให้เป็น “ตัวแทนนักศึกษาดีเด่น” ในการขึ้นแสดงระบำเดี่ยว (Solo Dance) ในชุด Dandelion ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดของผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันนี้
ทัศนคติต่อความยากลำบากในการเรียน
เมื่อสื่อถามถึงความรู้สึกในช่วงที่เรียนเต้น ซึ่งต้องผ่านการฝึกที่ทรมานร่างกายมาก เช่น การฉีกขา หรือการฝึกตีลังกาและเทคนิคบนเสื่อ หยางหยางเล่าด้วยรอยยิ้มว่า:
“ตอนนั้นตอนที่ฝึกฉีกขาหรือฝึกเทคนิคต่างๆ มันเจ็บและทรมานมากครับ แต่ทุกครั้งที่รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว พอมองหันกลับไปเห็นเพื่อนๆ ร่วมชั้นที่หน้าเต็มไปด้วยเหงื่อเหมือนกัน มันกลับทำให้รู้สึกว่าไม่ลำบากเลย เพราะในตอนนั้น ความทุกข์ยากและความเหน็ดเหนื่อยทั้งหมด พวกเราผ่านมันไปด้วยกัน”
เขายังระบุด้วยว่า มิตรภาพที่เกิดในรั้วโรงเรียนทหารในช่วงวัยเรียนนั้นไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมชั้น แต่เป็นเหมือน “สหายร่วมรบ” ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน ทำให้เขามีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งและมีระเบียบวินัยสูง ซึ่งส่งผลดีต่อการทำงานในวงการบันเทิงในปัจจุบัน
การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นอกเหนือจากการเต้น
หยางหยางเคยให้สัมภาษณ์ว่า เนื่องจากเขาต้องเข้าโรงเรียนประจำและฝึกทหารตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาต้องเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตัวเองอย่างมาก (เช่น ในคลิปสัมภาษณ์สมัยเด็กของ CCTV เขายังเคยสาธิตและแชร์เคล็ดลับการซักถุงเท้าด้วยตัวเองให้สะอาด) และเมื่อเขาได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงจากการแคสติ้งบท “เจี่ยเป่าอวี้” ในซีรีส์เรื่อง ความฝันในหอแดง (The Dream of Red Mansions) ในปี 2007 ซึ่งเป็นบทที่ไม่ได้ใช้ทักษะการเต้นโดยตรง แต่เป็นทักษะการแสดง เท่ากับเขาต้องเริ่ม “นับหนึ่งใหม่ในการเรียนรู้ศาสตร์การแสดง” โดยอาศัยความอดทนและระเบียบวินัยที่ถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่สมัยเรียนทหารมาปรับใช้ในการทำงาน
เราจึงอาจกล่าวได้ว่า การเข้าเรียนที่สถาบันศิลปะการละครและดนตรีแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนช่วยบ่มเพาะให้หยางหยางกลายเป็นซูเปอร์สตาร์จีนที่พร้อมด้วยความสามารถรอบด้าน ทั้งทักษะพื้นฐานจากการเต้นรำร่วมสมัยและนาฏศิลป์จีนโบราณ ควบคู่กับระเบียบวินัยแบบทหารที่ได้รับจากสถาบัน จนกลายเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครเลียนแบบและเข้าถึงแก่นแท้ของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง ดังที่ผู้กำกับหลิวหงหยวนจากเรื่อง ‘จั่นเจาตะลุยยุทธภพ‘ ได้ชื่นชมความโดดเด่นทางการแสดงของหยางหยางไว้ว่า “เขาสามารถถ่ายฉากบู๊ที่ปกติต้องใช้เวลา 3-4 วัน เสร็จสิ้นได้ภายในวันเดียว!”