รีวิวไม่ใช่การวิจารณ์? ศิลปะของการวิจารณ์ เมื่องานวิจารณ์สำคัญต่อระบบนิเวศงานสร้างสรรค์
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีกระแสกระเพื่อมเล็กๆ ว่าด้วยกิจกรรมการอ่านคือการรีวิวหนังสือ ซึ่งรวมไปถึงกิจกรรมหรือการเกิดขึ้นของอินฟลูสายนักอ่าน การเกิดขึ้นของ Booktok กระแสเล็กๆ หนึ่งที่เกิดขึ้นคือการวิจารณ์ว่ากิจกรรมที่อาจจะสรุปสั้นๆ ว่าเป็น ‘การรีวิว’ หนังสือนั้น อาจทำให้การอ่านแย่ลง โดยในข้อวิจารณ์มีนัยของการแยกแยะระหว่างการ ‘วิจารณ์’ และ ‘การรีวิว’
ประเด็นของข้อสังเกต ถ้าเราพูดอย่างเรียบๆ ไม่มีนัยใดใด การแบ่งระหว่างการรีวิวและการวิจารณ์ ในทางเทคนิกก็เป็น ‘คนละอย่าง’ กันจริง มีรูปแบบและบทบาทต่อการอ่านหนังสือหรือตัวบทหนึ่งๆ แตกต่างกันจริง การรีวิวคือการมุ่งแนะนำจุดเด่นของหนังสือหรือตัวบทนั้นๆ เพื่อชี้ชวนให้ผู้อ่านไปอ่านหนังสือเล่มนั้น ส่วนงานวิจารณ์มักเป็นการสำรวจตัวบทหนึ่งๆ ในแง่มุมต่างๆ ด้วยแว่นหรือกรอบทฤษฎีที่แตกต่างกัน เพราะการอ่านอย่างขบคิดไม่ว่าจะด้วยรูปแบบหรือภาษาใดโดยชวนให้เราเข้าใจตัวบท และอาจกลับมาเข้าอะไรบางอย่างในโลกแห่งความจริงผ่านเรื่องในจินตนาการเหล่านั้น
ถ้าเท่านี้ก็ถือว่าไม่มีประเด็นปัญหาอะไร เพราะถ้าพูดอย่างเป็นธรรม ทุกคนมีสิทธิในการอ่านและการตีความ ใครจะเลือกอ่านหนังสืออะไร เพราะอะไร อ่านอย่างไร ด้วยวิธีแบบไหน รวมถึงการพูดถึงงานเขียนอย่างไรย่อมเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของปัจเจกนั้น
ขณะเดียวกัน หัวใจหนึ่งของการวิจารณ์ในระยะหลังคือการมุ่งทำลายเส้นแบ่งของสิ่งต่างๆ รวมถึงทำลายลำดับชั้นต่ำสูง ดังนั้นการวางให้การวิจารณ์สูงส่งกว่าการรีวิว รวมถึงการบอกว่าการรีวิวทำให้การอ่านถดถอยลง จึงฟังดูเป็นเพียงความพยายามในการรักษาสถานะของการอ่าน (Privilege) ในรูปแบบที่เฉพาะเกินไป สูงส่งเกินไป และกีดกันรูปแบบการอ่านอื่นๆ อย่างไม่เป็นธรรม
ทว่า ด้วยกรอบกว้างๆ ว่า การวิจารณ์และการรีวิว มีจุดมุ่งหมาย มีศิลปะของการเขียนงานวิจารณ์หรืองานรีวิวที่แตกต่างกัน อันที่จริง ทั้งสองรูปแบบล้วนเป็นพื้นที่สำคัญในการพาผู้อ่านกลับไปยังพื้นที่ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เป็นปลายน้ำของกิจกรรมการอ่านการเขียน และเป็นปลายน้ำที่กลับไปทำให้ระบบนิเวศเติบโตแข็งแรงและครบวงจร
การรีวิวไม่ได้ทำลายการอ่าน แต่อาจกระทบระบบนิเวศสร้างสรรค์
ความซับซ้อนของการรีวิว และการมาถึงของการรีวิวโดยเฉพาะการรีวิวบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ซึ่งกำหนดโดยสไตล์และอัลกอริทึม ข้อสังเกตรวมถึงงานศึกษาเกี่ยวกับการรีวิว เช่น BookTok ไม่ได้ถกเถียงเรื่องการรีวิวทำให้คนอ่านหนังสือได้แย่ลงหรือไม่ แต่พูดคุยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับกิจกรรมการอ่านโดยตรง และส่งผลกับวงการหนังสืออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
งานศึกษาจาก The University Times สื่อด้านการศึกษาไอร์แลนด์ 1 ในประเทศที่มีวัฒนธรรมการอ่านและประวัติศาสตร์การวิจารณ์วรรณกรรมอันยาวนาน เสนอบทความชื่อ BookTok ทำลายการอ่านหรือไม่ คำตอบของบทความคือทั้งใช่และไม่ใช่
แรกที่สุดคือกระแส BookTok นำไปสู่การเปิดตลาดการอ่านอย่างมหาศาล พาผู้คนเข้าสู่การอ่านหรือพาหนังสือออกไปหาผู้คนได้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ผลสำรวจระบุว่าผู้ใช้งาน TikTok เกือบ 50% ระบุว่าตัวเองอ่านหนังสือมากขึ้นหลังจากดูหรือเจอกับกิจกรรม BookTok
ส่วนข้อกังวลหรือผลอีกด้าน ไม่เกี่ยวอะไรกับศักยภาพในการอ่าน แต่ด้วยเงื่อนไขของความแมส และลักษณะของตัวอัลกอริทึมเอง การรีวิวหรือการทำ BookTok อาจทำให้ผู้อ่านได้รับหนังสือเฉพาะกลุ่ม หรือมีเพียงหนังสือในบางประเภทวรรณกรรม (genre) เท่านั้นที่ถูกพูดถึงและแนะนำวนอยู่ในวงจำกัด
รวมถึงด้วยลักษณะของอัลกอริทึมที่มักจะสนองกับบางการรีวิว โดยเฉพาะใน TikTok ซึ่งมักจะให้ความสำคัญกับการกระตุ้นอารมณ์ ความฉูดฉาด เป็นสิ่งที่มักจะต้องเข้าได้ง่าย ชัดเจน ไม่ซับซ้อนมาก ในทำนองเดียวกันข้อกังวลต่อหนังสือที่ระบบจะพาไปหาผู้อ่าน ก็มักจะกลับไปที่งานเขียนที่สอดคล้องกับความฉูดฉาด หรือเป็นอะไรที่สรุปได้ เข้าใจเร็ว
ดังนั้นปัญหาเลยอยู่ที่ระบบที่จะแจกจ่ายความแมส กระทั่งความซ้ำให้กับแค่บางกลุ่ม บางความสนใจ ซึ่งตรงนี้เองในที่สุดก็มักจะนำไปสู่ตัวอุตสาหกรรมในท้ายที่สุด หนังสือที่แมส จะถูกกำหนดโดยอัลกอริทึมของโลกออนไลน์ (ซึ่งเราบ่นมันเหลือเกินว่ามันไม่ได้เรื่องและจำเจ) ท้ายสุดความแมสย่อมส่งผลไปยังอุตสาหกรรมหนังสือได้ หนังสือที่ฮิตย่อมได้รับพื้นที่จำหน่าย ได้รับความสนใจ นำไปสู่การตลาด การตัดสินใจต่างๆ ของอุตสาหกรรม
ถามว่ามันถึงขนาดทำลายหรือไม่ เมื่ออ่านถึงจุดนี้แล้ว คำตอบที่ว่าใช่และไม่ใช่ก็ค่อนข้างชัดเจน ด้านหนึ่งการอ่านและวงการหนังสือมีผู้คนเข้ามามากขึ้น มีการซื้อมากขึ้น แต่ความสนใจอาจหดแคบลง พื้นที่ความหลากหลายของงานเขียนและวรรณกรรมก็อาจหดเล็กลงด้วย
งานวิจารณ์: ทำงานยากให้สนุก ทำงานสนุกให้ซับซ้อน
แง่หนึ่ง ทั้งการวิจารณ์และการรีวิวต่างว่าด้วยกิจกรรมการเสพและการสื่อสารเกี่ยวกับงานศิลปะแขนงต่างๆ เป็นปลายน้ำของการสร้างสรรค์ ซึ่งเส้นแบ่งของการรีวิวและการวิจารณ์ก็ค่อนข้างจาง บางครั้งเราอ่านงานวิจารณ์ก่อนค่อยไปดูหรืออ่านงานนั้นๆ บางครั้งเราก็ดูงานนั้นๆ แล้วกลับมาอ่านรีวิวว่ามีความคิดตรงกันไหม บ้างก็จะแยกแยะด้วยลักษณะ เช่น การรีวิวคือการเน้นไปรู้จักภาพรวมหรือมักเป็นการแสดงความรู้สึกผู้ที่ชมหรืออ่านงานนั้นๆ ว่าชอบไม่ชอบ อิงกับรสนิยมส่วนตัวในฐานะผู้ชม ขณะที่งานวิจารณ์อาจว่าด้วยกระบวนการวิจารณ์ซึ่งอาจเน้นการสำรวจ ถกเถียงที่เป็นระบบ
ทว่า สิ่งหนึ่งที่เรามักระบุการวิจารณ์เป็นสาขาวิชาและวงการที่มีทฤษฎีและการรวมตัวกันทำกิจกรรมการวิจารณ์มาอย่างยาวนาน ไม่เพียงเท่านั้นการวิจารณ์ (criticism) ค่อนข้างเชื่อมโยงกับกระบวนการเชิงวิพากษ์ (critical) คือถ้าการรีวิวว่าด้วยการบอกเล่าประสบการณ์ในการอ่านหรือเสพสิ่งนั้นๆ การวิจารณ์(ที่ดี) มักต้องมีกระบวนการเชิงวิพากษ์ มีการตั้งคำถาม มีการวิเคราะห์และโต้แย้งถึงเงื่อนไขต่างๆ ในงานนั้นๆ
บทบาทสำคัญของนักวิจารณ์และงานวิจารณ์ คือเป็นผู้สนับสนุนและเสนอแนวทางในการอ่าน ในตัวบทใดๆ ก็ตาม มีหน้าที่คัดเลือกตัวบทต่างๆ เพื่อใช้หลักการ กระบวนการทั้งหลายมาชี้ให้เห็นแง่มุมในการอ่านงานเขียนนั้นๆ เป็นผู้ใช้ความเชี่ยวชาญต่างๆ ทำให้การอ่านหลากหลายมากขึ้น เสนอแนวทางในการสำรวจและทำความเข้าใจตัวบทต่างๆ ซึ่งบทบาทงานวิจารณ์ในปัจจุบันมักไม่ค่อยว่าด้วยการให้คะแนนหรือตัดเกรด มากไปกว่าการเสนอการอ่านที่หลากหลาย และชวนผู้อ่านสนุกไปกับการอ่านในหลายๆ แง่มุม หรือชวนเห็นสิ่งต่างๆ ในตัวบทด้วยทั้งแง่มุมจากตัวบทเองและการตีความด้วยกรอบคิดทฤษฎี
สำหรับผู้เขียนเอง มีข้อเสนอว่า ถ้าเรามองลักษณะงานวิจารณ์ในปัจจุบัน บทบาทของงานวิจารณ์คือการเสนอ ‘การอ่าน’ คือวิธีการอ่าน รูปแบบการอ่าน และกิจกรรมการอ่าน ให้กับผู้คน นักวิจารณ์อาจพาผู้คนไปมองเห็นความสนุกในตัวบทคลาสสิก อ่านแง่มุมหลากหลายจากวรรณกรรม จากบทกวี หรือกลับกันก็อาจทำให้ ‘งานสนุกๆ’ จากนิยายรัก เรื่องวัยรุ่น หนังและเกม ต่างๆ มีมิติที่ซับซ้อน อ่านเห็นแง่มุมที่ซุกซ่อนและสัมพันธ์กับความเป็นมนุษย์ ความคิด ความเชื่อและความเป็นไปต่างๆ
เมื่อกิจกรรมการอ่านของเรามีมิติ มีความหลากหลาย และกลายเป็นกิจกรรมหลัก ซึ่งในการวิจารณ์ย่อมต้องมีทั้งหลักเกณฑ์ ระบบระเบียบ และมีวาทศิลป์ที่โน้มน้าว ให้หลักฐาน ชวนผู้อ่านคิดและคุยไปบนเรื่องราวจากตัวบทต่างๆได้ ในที่สุดเมื่อมีการอ่านหลากหลาย ผู้คนก็จะเข้าถึงกิจกรรมการอ่านที่หลากหลายขึ้น มีความสนใจที่หลากหลายขึ้น
แง่นี้ กิจกรรมการวิจารณ์จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญซึ่งตัวการวิจารณ์เองก็มีการถกเถียงและพยายามให้ความสำคัญกับวงการการวิจารณ์ ซึ่งถ้าเรามองว่าการรีวิวอาจได้รับการสนับสนุนโดยตลาดและระบบอัลกอริทึม การรีวิวทำให้ผู้คนเข้าสู่ระบบนิเวศของหนังสือ การวิจารณ์ก็อาจเป็นอีกกลไกที่ทำให้ระบบนิเวศสร้างสรรค์นั้นรุ่มรวยขึ้น
เมื่อมีการอ่าน มีการถกเถียงโต้แย้ง ให้เหตุผล ให้คุณค่ากับตัวบทต่างๆ อย่างจริงจังและกว้างขวาง การวิจารณ์เป็นส่วนหนึ่งของการคิด การวิพากษ์ การใช้ภาษาและการให้เหตุผล นอกจากจะทำให้การอ่านกว้างขวางขึ้นแล้ว ท้ายที่สุดการวิจารณ์ซึ่งเป็นส่วนปลายของการผลิตงานสร้างสรรค์ ย่อมส่งผลกลับไปยังการสร้างสรรค์เป็นวงจรที่แข็งแรงต่อไป
ดังนั้น ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย รัฐมักมองเห็นและสนับสนุนเพียงฝั่งการผลิต และมักไม่ค่อยปรากฏการสนับสนุนในฝั่งของการบริโภค ซึ่งคือพื้นที่ของการอ่านและการวิจารณ์
การบริโภคที่ไม่เพียงขยายความสนใจและวิธีการอ่านตัวบท แต่นำไปสู่การปลูกฝังในระดับวัฒนธรรม ทั้งทำให้กิจกรรมการบริโภคสินค้าและวัฒนธรรมเป็นกิจกรรมสำคัญของผู้คน การส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการคิด วัฒนธรรมการวิพากษ์ การสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับผลิตผลทางวัฒนธรรม ต่อตัวบท ต่อวัฒนธรรมต่างๆ อย่างลึกซึ้ง
ในที่สุดแล้วทั้งองค์ความรู้และรสนิยมย่อมส่งต่อคืนไปยังการผลิต ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญทำให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์แข็งแรงขึ้นทั้งระบบ เป็นการขุดพรวนทั้งอุตสาหกรรมให้รุ่มรวยและแผ่ขยายทั้งในทางลึกและทางกว้างได้ต่อไป
อ้างอิงจาก
Graphic Designer: Krittaporn Tochan (IG: krittochan)
Editorial Staff: Paranee Srikham