โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯอนุทิน เยือนจีน หารือ”สี จิ้งผิง” ไม่ปิดกั้นเป็นตัวกลาง ไทย-เขมร

INN News

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

การเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569 ไม่ใช่เพียงการเยือนเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการเปิดฉากยุทธศาสตร์ใหม่ของไทย ในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการลงทุน เข้ากับมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับต้นของโลก

ภารกิจครั้งนี้ครอบคลุม 3 เมืองสำคัญ ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ นครเฉิงตู และกรุงปักกิ่ง โดยมีเป้าหมายชัดเจน คือ การผลักดันความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน นวัตกรรม และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งกำลังเป็นเทคโนโลยีที่หลายประเทศแข่งขันกันอย่างเข้มข้น

จุดเริ่มต้นของภารกิจ คือการเข้าร่วมการประชุม World Artificial Intelligence Conference 2026 ที่นครเซี่ยงไฮ้ เวทีระดับโลกด้านเทคโนโลยี ซึ่งในเวทีนี้ ที่มีนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมผู้นำและผู้แทนระดับสูงจากหลายประเทศ องค์การระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจ และภาควิชาการเข้าร่วม พิธีเปิด ซึ่งเป็นอีกเวทีสำคัญที่ นายอนุทิน นายกรัฐมนตรีไทย ได้เจอกับ ฮุน มาเนต นายก รัฐมนตรีกัมพูชา โดยได้มีการถ่ายภาพหมู่ร่วมกันรถหว่างผู้นำ ซึ่งมีประธานาธิบดีจีน คั่นกลาง

ซึ่งสาระสำคัญของการเดินทางครั้งนี้ คือ การประกาศให้เห็นว่า ไทยต้องการเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจ AI ไม่ใช่เพียงผู้ใช้งานเทคโนโลยี แต่ต้องการก้าวสู่การเป็นฐานการลงทุนด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค

ในการเดินทางเยือนครั้งนี้ รัฐบาลเตรียมหารือกับบริษัท AgiBot ผู้พัฒนาหุ่นยนต์และระบบ AI ของจีน รวมถึงผู้บริหารบริษัทหัวเว่ย และในช่วงท้ายของการเยือน ยังมีกำหนดเข้าศึกษาการดำเนินงานของสำนักงานใหญ่ Alibaba Group เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านเศรษฐกิจดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ และดาต้าเซ็นเตอร์

นายกรัฐมนตรี ระบุอย่างชัดเจนว่า ต้องการเชิญชวนบริษัทเทคโนโลยีจีนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ทั้งการตั้งศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center การผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือ การเปิดสำนักงานส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ประจำนครเฉิงตู ซึ่งถือเป็นประตูเศรษฐกิจของจีนตะวันตก พร้อมจัดเวที Thailand-China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026 เพื่อดึงดูดนักลงทุนจีนเข้าสู่ประเทศไทย และหารือกับภาคเอกชนจีนถึง 6 บริษัท

แต่สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุด คือ การพบหารือกับผู้นำระดับสูงของจีนครบทั้ง 3 ตำแหน่ง ได้แก่ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน และประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ก่อนร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความตกลงระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศ

การพบหารือครั้งนี้ ยังมีประเด็นด้านความมั่นคงร่วมอยู่ด้วย โดยนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ก่อนเดินทางได้หารือกับกองทัพไทย เพื่อสอบถามว่ามีประเด็นใดที่ต้องการฝากถึงผู้นำจีน โดยเฉพาะเรื่องความร่วมมือด้านความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และจะหารือในระดับทวิภาคี

เมื่อถูกถามถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรีไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่ย้ำว่า จีนเป็นมหามิตรของไทยมาโดยตลอด และหากในอนาคตจีนประสงค์จะมีบทบาทช่วยสร้างบรรยากาศในการพูดคุยระหว่างไทยกับกัมพูชา รัฐบาลไทยก็ “ไม่ปิดกั้น”

นอกจากการเมืองและความมั่นคงแล้ว ภารกิจครั้งนี้ยังเป็นการต่อยอดผลความร่วมมือที่ทั้งสองประเทศดำเนินการมาตลอดปีที่ผ่านมา ทั้งด้านการค้า การลงทุน การส่งออกสินค้าเกษตร รวมถึงความร่วมมือด้านเทคโนโลยี ซึ่งรัฐบาลไทยคาดหวังว่าจะนำไปสู่การลงทุนใหม่ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน AI ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย

การเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรี จึงสะท้อนทิศทางสำคัญของรัฐบาล ที่ต้องการใช้เทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนประเทศ ควบคู่กับการรักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับจีน ทั้งในมิติการค้า การลงทุน ความมั่นคง และการพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...