"กลุ่ม สว.สำรอง" จ่อยื่นคลิปหลักฐานร้อง กมธ.องค์กรอิสระ สภาฯ สอบ “กกต.-เลขาฯ กกต.” ดึงเช็งคดีฮั้ว สว. ย้ำ 2 ปี คดีไม่คืบหน้า
"กลุ่ม สว.สำรอง" จ่อยื่นคลิปหลักฐานร้อง กมธ.องค์กรอิสระ สภาฯ สอบ “กกต.-เลขาฯ กกต.” ดึงเช็งคดีฮั้ว สว. ย้ำ 2 ปี คดีไม่คืบหน้า หนุน กกต.เลิกจ้าง“แสวง” พ่วงจี้ "ฐิติเชษฐ์" ถอนตัวคดีฮั้ว สว. ถูกครหาประโยชน์ทับซ้อน-วิ่งเต้น สตง. ชี้ชัดส่อขัดจริยธรรม ปูดกระแสข่าว คนใส่ขาสั้นจ่อเป่าคดีสั่ง กกต.โหวตลงมติ 5:2
วันที่ 8 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภาสำรอง(สว.สำรอง) พร้อมกลุ่มสว.สำรอง แถลงถึงการเตะถ่วงการทำคดีฮั้วการเลือก สว. ของนายฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ กกต.และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกส. ว่า บุคคลทั้งสอง มีพฤติการณ์ส่อละเว้นหน้าที่ และเอื้อประโยชน์ในคดีฮั้วเลือก สว. ส่อไปในทางขัดกันแห่งผลประโยชน์ และอาจเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทั้งละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ม. 157 ของประมวลป.อาญา โดยในวันเลือกสว. ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายฐิติเชษฐ์สร้างภาพลักษณ์ด้วยการยึดหลักฐานโพยรายชื่อจัดตั้งการเลือก สว.ได้ แต่กลับไม่ได้ใช้เป็นหลักฐานในคดีนี้เลย ผลลัพธ์จึงออกมาสวนทางความจริง ผ่านมา 2 ปี คดียังไม่คืบหน้า ซ้ำมีพิรุธทางกฎหมาย เพราะ กกต.เมื่อพบหลักฐานซึ่งหน้าว่า มีพฤติกรรมทำผิดด้วยการฮั้วเลือกตั้ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.มาตรา 77 กลับไม่มีการสั่งระงับ ยับยั้ง หรือส่งตัวดำเนินคดีทันที ปล่อยให้กระบวนการลากยาวมา2 ปีแล้ว ส่อเจตนาประวิงเวลา หรือเป่าคดี เพื่อเอื้อประโยชน์ให้การเลือก สว.ที่ไม่โปร่งใส
“ นอกจากนี้ นายฐิติเชษฐ์ ยังมีคดีติดตัวคือ กรณีการวิ่งเต้น ติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อหวังเคลียร์เรื่อง หากเป็นจริงถือว่าขาดคุณสมบัติทางจริยธรรมร้ายแรง จึงขอเรียกร้องให้นายฐิติเชษฐ์ ยุติการทำหน้าที่ กกต. โดยเฉพาะการประเมินผลงานของนายแสวง ที่ล่าสุดให้นายแสวงผ่านในระดับดีเยี่ยม สวนทางความเห็นของประชาชนกรณีล้มเหลวจับทุจริต ฮั้วเลือก สว. ถูกมองเป็นการตอบแทนและช่วยเหลือกันเพื่อรักษาฐานอำนาจภายใน ที่หากผลการประเมิน กกต.ท่านอื่น แล้ว นายแสวง ไม่ควรผ่านการประเมินผลงานปี 2568 ต้องเลิกจ้างนายแสวงเพราะล้มเหลวจัดเลือกตั้ง” นายอัครวัฒน์ กล่าว
นายอัครวัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนนายแสวง เลขาธิการ กกต. ก็ไฟเขียวปล่อยผ่าน มีพฤติการณ์สนับสนุนให้โกงสำเร็จ ทั้งที่ข้อเท็จจริงมีการแจ้งเบาะแสล่วงหน้า จากเจ้าหน้าที่ กกต. ที่คุมการเลือกสว. ในวันนั้นว่า จถมีคนเอาโพยเข้าไปกาเลือกตามที่ตกลงกันแล้ว แต่นายแสวงกลับพูดว่า ‘เขาทำกันมาแล้ว ปล่อยให้เขาเอาเข้าไปเถอะ’ ซึ่งเป็นการจงใจละเลยไม่ทำหน้าที่เข้าข่ายความผิด ม.157 ทั้งที่บทบาทของนายแสวง เป็นผู้อำนวยการการเลือก สว.ระดับประเทศ ส่งผลต่อกระบวนการทำงานของ กกต.ชุดนี้ ยัเข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อน เล่นพรรคเล่นพวก เครดิตของ กกต.ชุดนี้จึงลดลง สังคมสงสัยเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ จากพฤติการณ์ร่วมกันดังกล่าว มีน้ำหนักพอที่จะระบุว่า กกต. สมรู้ร่วมคิดให้มีการโกงเลือกตั้ง สว.สำเร็จลุล่วง เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้ร้องคัดค้านทุกคน จึงขอเรียกร้องให้นายฐิติเชษฐ์ กกต.ถอนตัวและไม่เข้าร่วมพิจารณาวินิจฉัยคดีฮั้ว สว.ทุกกรณี เพื่อป้องกันปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งตนได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางฐานผิด มาตรา 157 และยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ตรวจสอบจริยธรรมร้ายแรงและการขัดกันแห่งผลประโยชน์แล้ว หาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ทั้ง 2 คน ต้องพ้นจากตำแหน่งและถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง
“ผมเรียกร้องไปถึงคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน กกต. ชุดที่ 26 ว่า ขอให้ทำหน้าที่ตรวจสอบและสรุปสำนวนคดีฮั้ว สว.แล้วให้ส่งศาลฎีกาพิจารณา อย่าเล่นกับไฟ เพราะมีกระแสข่าวว่า มีบุคคลนอกที่ชอบใส่กางเกงขาสั้น มาแทรกแซงสั่งการ ซึ่งมีกระแสข่าวว่า กกต.จะมีการลงมติ 5:2 ให้ยกคำร้องเรื่องฮั้ว สว. ขณะที่นายฐิติเชษฐ์ ก็ครบวาระแล้ว แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยวิธีพิเศษ เพราะ สมาชิกวุฒิสภา ไม่ให้ความเห็นชอบคน ทั้งที่ควรต้องยุติการทำหน้าที่แล้ว โดยตนจะนำหลักฐานทั้งหมดร้องเรียนต่อ กมธ.องค์กรอิสระฯ สภาฯ เพื่อให้ตรวจสอบกรณีการฮั้วเลือกตั้งสส. ที่มีหลักฐานใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ด้วย” นายอัครวัฒน์ กล่าว