โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ลูกตำรวจปีนห้องสาว อ้างมาเคลียร์ใจที่แฟนตัวเองหึง

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 19 พ.ค. เวลา 03.46 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. เวลา 03.46 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(19 พ.ค. 69) ช่วงเย็นวานนี้(18 พ.ค.) ที่ สภ.เมืองอุดรธานี นางนฤมล อายุ 54 เจ้าของหอพักแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุดรธานี ได้พา น้องเอ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยชื่อดัง นำหลักฐานคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.ท.ทรงภพ คำใจ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อดำเนินคดีกับ นายกิตติพงศ์ อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นรุ่นพี่สถาบันเดียวกัน หลังก่อเหตุลักลอบปีนรั้วบุกรุกเข้าห้องพักในยามวิกาลอย่างอุกอาจ

.

ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกพฤติการณ์ได้อย่างชัดเจน โดยเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 18 พฤษภาคม นายกิตติพงศ์ได้ขับรถจักรยานยนต์มาจอดที่บ้านพักของตนเอง ก่อนจะเดินข้ามถนนมายังฝั่งหอพักของผู้เสียหาย จากนั้นได้ปีนรั้วและแอบย่องเข้าทางประตูด้านหลังห้องพักอาศัยที่ไม่ได้ล็อก โดยคนร้ายใช้เวลาแอบกบดานและยืนจ้องมองผู้เสียหายที่กำลังนอนหลับอยู่บริเวณปลายเตียงนานถึง 30 นาที จนกระทั่งเวลา 05.36 น. จึงได้ปีนรั้วและเดินข้ามถนนกลับเข้าบ้านพักตนเองไป ซึ่งสร้างความหวาดกลัวและวิตกกังวลให้แก่ผู้เสียหายเป็นอย่างมาก

.

หลังรับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและฝ่ายป้องกันปราบปราม สภ.เมืองอุดรธานี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมกระจายกำลังเข้าสอบถามข้อมูลกับบ้านพักข้างเคียงที่อยู่ติดกับหอพัก ซึ่งพบว่าเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเป็นบิดาของนายกิตติพงศ์นั่นเอง

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายกิตติพงศ์จำนนต่อหลักฐานและยอมรับสารภาพต่อหน้าบิดาที่เป็นตำรวจ โดยอ้างว่าทำไปเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากมีความอึดอัดใจและต้องการเข้าไปพูดคุยเคลียร์ปัญหาเพื่อขอโทษผู้เสียหาย หลังแฟนสาวของตนเกิดอาการระแวงและหึงหวงกลัวว่าผู้เสียหายจะเป็นมือที่สามจนถึงขั้นกดเลิกติดตามอินสตาแกรม ขณะที่ นศ.สาวผู้เสียหายยืนยันว่าตนนับถือเป็นแค่รุ่นพี่และตนเองก็มีแฟนอยู่แล้ว หากบริสุทธิ์ใจจริงก็ควรมาติดต่อในช่วงเวลาปกติ ไม่ใช่ลักลอบแอบเข้าห้องตอนตี 5 เช่นนี้ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้บันทึกถ้อยคำไว้เป็นหลักฐานเพื่อเตรียมเรียกตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนอย่างเป็นทางการและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...