ภูมิใจไทยดัน กม.ใหม่ โกงสอบเจอคุก 15 ปี ปรับ 3 แสน ห้ามรับราชการตลอดชีวิต
วันนี้ (7 ก.ค.2569) นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวถึงทิศทางการยื่นร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า พรรคภูมิใจไทยเตรียมที่จะเสนอร่างกฎหมายสำคัญ ได้แก่ "ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.…" โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการกำหนดฐานความผิดและบทลงโทษที่ชัดเจน สำหรับผู้ที่กระทำการทุจริตในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐทุกรูปแบบ
ทั้งนี้เพื่อมุ่งหวังให้กระบวนการคัดเลือกบุคลากรเข้าสู่ระบบราชการมีความโปร่งใส เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และความสุจริตอย่างแท้จริงเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ขอบเขตความผิดตามร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะครอบคลุมไปถึงการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุหรือแต่งตั้งบุคคลเข้าเป็นข้าราชการ, พนักงาน, ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในทุกประเภท โดยไม่มีข้อยกเว้น นอกจากนี้ ยังขยายผลไปถึงการสอบวัดผลหรือการประเมินผลหลักสูตรต่าง ๆ ที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานของรัฐและมีการใช้งบประมาณแผ่นดินอีกด้วย
ในส่วนของฐานความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับการทุจริต ประกอบด้วย พฤติกรรมการเข้าสอบโดยมิชอบ, การสวมสิทธิ์เข้าสอบแทนผู้อื่น, การให้หรือรับสินบนเพื่อเอื้อประโยชน์ในการสอบ, การข่มขู่บังคับให้ผู้อื่นกระทำความผิด, ตลอดจนการลักลอบเปิดเผยข้อสอบ หรือกระทำการใด ๆ ที่ทำให้ข้อสอบรั่วไหลแล้วนำไปเผยแพร่เพื่อหวังผลในการสอบ
บทลงโทษเด็ดขาด คุก 15 ปี ขรก.โดนคูณสอง-ตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต
นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ในส่วนของบทลงโทษตามร่างกฎหมายฉบับนี้ ถูกกำหนดไว้อย่างรุนแรงและเฉียบขาด โดยมีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ โทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 15 ปี และปรับไม่เกิน 300,000 บาท ตามความร้ายแรงของการกระทำความผิดในแต่ละกรณี พร้อมทั้งให้มีการริบทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่ได้มาจากการกระทำความผิดนั้นตกเป็นของแผ่นดิน
กฎหมายฉบับนี้ยังระบุมาตรการพิเศษว่า หากผู้กระทำความผิดมีสถานะเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่ก่อนแล้ว จะต้องได้รับโทษเพิ่มขึ้นจากอัตราปกติ และหากเป็นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดสอบโดยตรง โทษจะถูกเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ทันที พร้อมทั้งให้ถือว่าเป็นการกระทำความผิดวินัยร้ายแรง มีโทษไล่ออกจากราชการสถานเดียว ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับผู้เข้าสอบที่ถูกตรวจพบว่ากระทำความผิด จะถูกตัดสิทธิ์ในการเข้ารับราชการ หรือปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐทุกแห่งไปตลอดชีวิต
บูรณาการ 4 หน่วยงานให้อำนาจสั่ง "ระงับการสอบชั่วคราว"
เพื่อความรัดกุมและคล่องตัวในการบังคับใช้กฎหมาย ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ได้กำหนดให้หน่วยงานราชการเจ้าของพื้นที่ ร่วมมือกับองค์กรตรวจสอบระดับชาติ 3 แห่ง ได้แก่
- คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
- คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)
- สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.)
มาร่วมเป็นพนักงานสอบสวนร่วมกัน นอกจากนี้ จะจัดสร้างช่องทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับให้ภาคประชาชน แจ้งเบาะแสการทุจริตได้อย่างปลอดภัย และกฎหมายยังให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการสั่งระงับการจัดสอบไว้เป็นการชั่วคราวได้ทันที หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำทุจริตเกิดขึ้นในกระบวนการสอบนั้น ๆ
อ่านข่าวอื่น :
การบินไทยเผยผลสอบ แอร์สาวขนเฮโรอีน ยังไม่เสร็จ ยันไม่กระทบเที่ยวบินออสเตรเลีย
ศรีลังกาเร่งสอบเหตุปะทะเดือดในเรือนจำ ดับอย่างน้อย 26 เจ็บนับร้อย
จุดพลุเศรษฐกิจท่องเที่ยว "Mega Event" พลิกโฉมไทยสู่ฮับความบันเทิงระดับโลก