ป.ป.ส. ประสานตำรวจออสเตรเลีย กางแผนล่าตัว เดียร์ หญิงไทยกบดานต่างแดนนานกว่า 10 ปี เผยเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญผู้รับพัสดุปลายทางคดี แอร์มีนา
จากกรณีคดีสะเทือนขวัญวงการการบินเมื่อแอร์โฮสเตสสาวชาวไทย หรือที่รู้จักในนาม แอร์มีนา ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมตัวอย่างกะทันหัน หลังตรวจค้นพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง
ล่าสุดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าครั้งสำคัญของคดีนี้ โดยระบุว่า จากการสืบสวนขยายผลร่วมกับตำรวจออสเตรเลีย หรือ AFP ทำให้ทราบชื่อและนามสกุลจริงของตัวละครลับปลายทางแล้ว คือหญิงสาวชาวไทยที่ชื่อ เดียร์ ซึ่งพบข้อมูลว่าแอบพำนักและซ่อนตัวอยู่ในประเทศออสเตรเลียมานานกว่า 10 ปี และไม่ได้เพิ่งทำเป็นครั้งแรก แต่มีหลักฐานเด่นชัดว่ามารับกระเป๋าในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง โดย ป.ป.ส. ได้ส่งมอบข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดให้แก่ตำรวจออสเตรเลียเพื่อกวาดล้างเครือข่ายนี้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นขบวนการใหญ่ที่มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติร่วมอยู่ด้วย
เบื้องหลังการลำเลียงยาเสพติดครั้งนี้พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ โดยพลตำรวจตรี ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ขบวนการดังกล่าวมีการดึงกลุ่มสแกมเมอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมสร้างเพจอวตารในโลกโซเชียลขึ้นมาเพื่อหว่านแหพุ่งเป้าไปที่กลุ่มแอร์โฮสเตสที่มีพฤติกรรมเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง เพื่อจ้างวานให้รับหิ้วกระเป๋าเดินทาง
ซึ่งเมื่อพิจารณาจากรูปแบบการทำงานที่มีความสลับซับซ้อนและเป็นภัยระดับชาติ ทำให้มีคำสั่งมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เข้ามารับผิดชอบดำเนินการสืบสวนสอบสวนเป็นคดีพิเศษทันที ในขณะที่ต้นทางของยาเสพติดนั้นคาดว่ามาจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ลำเลียงผ่านตะเข็บชายแดนภาคอีสาน โดยเฉพาะตามแนวแม่น้ำโขงในจังหวัดนครพนม บึงกาฬ เลย และหนองคาย ซึ่งฝั่งไทยมีขบวนการสามีคนไทยและภรรยาชาวลาวคอยรับช่วงต่อในการแพ็กพัสดุสำเร็จรูปเพื่อส่งต่อในลักษณะไปรษณีย์และส่งแบบมือชนมือ
ล่าสุด ในส่วนของคำให้การที่เป็นประโยชน์ ป.ป.ส. ได้เชิญตัวแฟนหนุ่มของแอร์มีนาเข้ามาให้ถ้อยคำ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าในวันเกิดเหตุได้ช่วยแฟนสาวจัดกล่องบรรจุภัณฑ์ใส่กระเป๋าผ้าลายช้างและรูดซิปตรวจสอบทุกใบแล้ว แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ ก่อนจะนำลงกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่และผ่านเครื่องเอกซเรย์ของสนามบินในไทย ซึ่งผลการตรวจก็ปรากฏเพียงแสงสีส้มตามปกติ ไม่มีสิ่งต้องสงสัยหลุดรอดไป
ขณะที่ประเด็นเรื่องค่าจ้างจำนวน 8,800 บาท และเงินโอนงวดละ 1,700 บาทนั้น เป็นเพียงข้อมูลที่พบบนโทรศัพท์มือถือจากฝั่งออสเตรเลีย แต่เมื่อตรวจค้นสมุดบัญชีธนาคารของแอร์มีนากลับพบว่ามีเงินติดบัญชีอยู่เพียงไม่กี่พันบาทและยังไม่พบเส้นทางการเงินดังกล่าวสอดคล้องกับข้ออ้าง ซึ่งตรงกับคำให้การของ นายอุทัย ผู้ต้องหาที่นำพัสดุไปส่งให้แอร์มีนา ที่ระบุว่าตนเองเพิ่งเคยมาส่งของให้แอร์สาวเป็นครั้งแรกและไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
อย่างไรก็ตาม ทางการไทยยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าแอร์มีนามีส่วนรู้เห็นกับขบวนการยาเสพติดข้ามชาติครั้งนี้ หรือเป็นเพียงผู้บริสุทธิ์ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เนื่องจากถูกหลอกใช้ แต่ในฐานะคนไทยด้วยกัน ป.ป.ส. ยืนยันว่าจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานในทุกมิติ ทั้งเส้นทางการเงิน ธุรกรรมการฟอกเงิน และแผนประทุษกรรมทั้งหมด ส่งต่อไปยังสถานทูตไทยและกงสุลไทยประจำออสเตรเลีย เพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดีและปกป้องแอร์มีนาซึ่งขณะนี้ยังมีสถานะเป็นผู้ถูกกักตัวรอดำเนินคดี โดยศาลแขวงออสเตรเลียได้กำหนดนัดพิจารณาคดีในวันที่ 14 กันยายน 2569 นี้ ซึ่งทางการไทยเชื่อว่าเวลาที่เหลืออยู่จะเพียงพอในการขยายผลเพื่อทลายล้างต้นตอใหญ่และส่งข้อมูลสนับสนุนกระบวนการยุติธรรมได้อย่างทันท่วงที
อ่านข่าวเพิ่มเติม