โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"สมาคมผู้ผลิตเหล็กฯ" ยกระดับมาตรฐานเหล็กบนหลักกฎหมายและวิทยาศาสตร์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สมาคมผู้ผลิตเหล็กฯ หนุนแนวคิด

สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า ออกแถลงการณ์เห็นด้วยกับมติ กมอ. รวมถึง สส.อรรถวิชช์ และนายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ยกระดับมาตรฐานการผลิตเหล็ก แจง 3 ข้อเท็จจริง ไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มเทคโนโลยี EAF หรือเป็นการกีดกันทางการค้า เพื่อ ผูกขาดราคา เผยปัจจุบันกลุ่มโรงงาน EAF และโรงรีด BO billet ในไทยมีกำลังผลิตส่วนเกิน กว่าความต้องการ 3 เท่า จึงไม่มีทางที่เหล็กจะขาดตลาดจนส่งผลต่อราคา พร้อมให้กำลังใจ หน่วยงานภาครัฐทำตามหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ 'กีดกันความเสี่ยงออกไปจากชีวิตผู้บริโภค'

นายธีรยุทธ เลิศศิรรังสรรค์ กรรมการ สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า เปิดเผยว่า จากมติของคณะกรรมการมาตรฐานผลิตเหล็กอุตสาหกรรม หรือ กมอ.ที่มีมติจำกัดกรรมวิธีการทำเหล็กแท่ง ที่ใช้ทำเหล็กข้ออ้อยให้ทำได้เฉพาะวิธีเตาเบสิกออกซิเจน (BO) หรือ วิธีเตาอาร์กไฟฟ้า (EF) ซึ่งไม่สามารถ หลอมจากเตาหลอมประเภท IF (Induction Furnace) หรือเตาหลอมโลหะด้วยการเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้า เพื่อมาใช้เป็น ส่วนประกอบสร้างเสา หรือคานของตึกสูง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็น ของจากสาธารณะ ทางสมาคมฯอยากจะชี้แจงข้อเท็จใน 3 ประเด็นที่สังคมอาจจะมีคำถามประกอบด้วย

ประเด็นที่ 1 เป็นการกีดกันทางการค้าหรือไม่ทางสมาคมฯ เห็นว่ามติของ กมอ.คือความถูกต้อง ทาง กฎหมายและสังคม ซึ่งไม่ได้เป็นการกีดกันทางการค้า แต่เป็นการสร้างแนวปฎิบัติตามมาตรฐานสากล ในเชิง คุณภาพและความปลอดภัย ซึ่งเป็นหน้าที่และอำนาจโดยตรงของสำนักงาน มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม (สมอ.) และ กระทรวงอุตสาหกรรม

โดยเหตุผลหลักก็คือ สมอ. มีหน้าที่ คัดกรองสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานไม่ให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วไป เพราะ ประชาชนไม่มีเวลาหรือเครื่องมือในการตรวจสอบโครงสร้างทางเคมีของเหล็กเส้นทุกเส้นในบ้านตัวเอง สมอ. ต้อง "คัดกรองสินค้าที่อาจก่อให้เกิดอันตราย"ต่อชีวิตและทรัพย์สินของสาธารณชน (เหล็กโครงสร้าง ที่คุมคุณภาพ จะมีสารเจือปนไม่ได้ เพราะนั่นคือความเสี่ยงต่อนิรภัยอาคาร) นอกจากนี้ สมอ. กำลัง คุ้มครอง ผู้บริโภค จากสินค้าที่อาจมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อปกป้องมาตรฐาน อุตสาหกรรม ภาพรวม ของประเทศ

ประเด็นที่ 2 กระบวนการร่างแก้ไขมาตรฐานเหล็กที่เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ อาจ จะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สมอ.และกระทรวงอุตสาหกรรม มีความกังวลว่าจะถูกฟ้องร้อง ซึ่งข้อเท็จจริง

ทางสมาคมฯมองว่ารัฐมีหน้าที่บนหลักนิติธรรมเป็นการดำเนินงานที่ชอบด้วยกฎหมายมีความโปร่งใส และ สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในการคุ้มครองผลประโยชน์สาธารณะ โดยเหตุผล หลักสนับสนุน คือ

-มาตรฐานนี้ประกาศใช้เป็นการทั่วไป (General Application) กับผู้ประกอบการทุกรายบนเกณฑ์ เดียวกันไม่ได้เลือกปฏิบัติ (Non-discriminatory)

-การที่ มอก. 20 กำหนดให้ต้องมีระบบปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace - LF) และ มอก. 24 กำหนดให้ ใช้เฉพาะ EF และ BOF นั้น ยึดโยงอยู่บน "หลักวิทยาศาสตร์และความปลอดภัย" ซึ่งเป็นหลักการสากล ที่เหนือ กฎหมายการค้า

-เอกสารระดับภูมิภาคอย่าง "SEAISI AISC ออก Joint Statement Phase out IF" เป็น หลักฐานเชิงประจักษ์ว่า "ทั้งอาเซียนกำลังทำสิ่งเดียวกัน" มาตรการของไทยจึงเป็นการทำหน้าที่ ตามมาตรฐาน ภูมิภาค ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือกฎหมาย ที่จะนำไปสู่การฟ้องร้อง แล้วรัฐจะแพ้ได้เลย

ส่วนประเด็นที่ 3 ที่กังวลว่าการแก้ไขร่างมาตรฐานเหล็กฉบับใหม่จะเอื้อประโยชน์ กับกลุ่ม ผู้ประกอบการเหล็กที่ใช้เตาหลอมประเภท EAF(Electric Arc Furnace) จะผูกขาดและฉวยโอกาส ขึ้นราคา เหล็กเส้นนั้นทางสมาคมฯขอชี้แจงว่า ข้อเท็จจริงเป็นไปไม่ได้ในทางเศรษฐศาสตร์ และโครงสร้างอุตสาหกรรม ในปัจจุบัน ด้วยเหตุผล 2 ข้อหลัก

1.กำลังการผลิตล้นเหลือ (Overcapacity มากกว่า 3 เท่า): ปัจจุบันความต้องการใช้เหล็ก (Consumption) ในประเทศ น้อยกว่ากำลังการผลิตรวมของกลุ่มโรงงาน EAF และโรงรีด ด้วย Import Billet มากกว่า 3 เท่า ทุกวันนี้โรงงาน EAF ส่วนใหญ่ทำตารางการผลิตแค่ช่วงกลางคืน (Off-Peak) เท่านั้น หากตลาดมีความต้องการเพิ่มขึ้นกลุ่ม EAF ยังมีกำลังการผลิตเหลือเฟือ ที่จะเดินเครื่องช่วงกลางวัน มารองรับ ได้ทันที จึงไม่มีทางเกิดภาวะ "เหล็กขาดตลาดจนราคาพุ่ง" นอกจากนั้นยังมีการนำ billet จากการผลิต BO เข้ามารีดขายปกติ ซึ่งปัจจุบัน ก็มีจำนวนมาก

2. การขาดแคลนเป็นเรื่องเฉพาะหน้า ป้องกันได้ หากเกิดการตื่นตระหนกในระยะสั้น เป็นเรื่องที่บริหาร จัดการและป้องกันได้ล่วงหน้าผ่านกลไกการติดตามของรัฐ

ทางสมาคมฯเห็นด้วยกับ ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ และ สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยที่เสนอแนะว่าถึงเวลาที่ต้องยกระดับมาตรฐานการผลิตเหล็กของไทย

"หลักการเรื่องความปลอดภัยของชีวิตประชาชน เป็นเรื่องระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ที่ไม่สามารถ สั่นคลอนได้ และเราไม่สามารถเอาปัญหาเฉพาะหน้าหรือความตื่นตระหนกเรื่องราคาระยะสั้น มาเป็นข้ออ้าง ในการปล่อยให้สินค้าเสี่ยงอันตรายอยู่ในตลาดต่อไปได้"นายธีรยุทธ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...