โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 6 มิถุนายน 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 6 มิถุนายน 2569

>> เตรียมปิดคดี "น้ององุ่น" วัย 7 ขวบ ถูกฆ่าทารุณหมกสวนยาง ตำรวจรวบตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว

10.00 น. จากกรณีการหายตัวไปของ “น้ององุ่น” (นามสมมุติ) เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ ซึ่งญาติและชาวบ้านช่วยกันออกติดตามค้นหาอย่างต่อเนื่องนาน 6 วัน ก่อนเจ้าหน้าที่พบร่างถูกฆาตกรรมอย่างทารุณ ภายในสวนยางพารา อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยชุดสืบสวนภูธรภาค 7 , กก.สส. ภ.จว.กาญจนบุรี และ สภ. สังขละบุรี นำตัวน้าชาย อายุ 17 ปี และ พี่สาว อายุ 13 ปี ไปชี้จุดที่อำพรางร่าง "น้ององุ่น" อายุ 7 ปี นร.รร.ตชด. ใกล้กอไผ่ในสวนยางพาราห่างจากบ้านพักไม่กี่ร้อยเมตร

ชุดคลี่คลายคดีทั้งหมดรายงาน หลังจากที่ร่วมประชุมเสร็จสิ้นตามคำสั่งวางแนวทางการสืบสวน ซึ่งชุดสืบสวนได้พบแกะรอยอย่างละเอียดพบพยานหลักฐานบางอย่างในโทรศัพท์มือถือของน้ององุ่น ที่ตกอยู่ในจุดที่พบร่างใกล้กอไผ่ จากนั้นได้เชิญตัวน้าชาย และ พี่สาว สอบถามโดยแยกกันสอบถาม ซึ่งทั้งสองคนให้ข้อมูลไม่ตรงกัน

โดยชุดสืบสวนจึงหาพยานหลักฐานมาหักล้างกับข้อมูลที่ทั้งสองคนบอกเล่า กระทั่งพี่สาวของน้ององุ่น บอกว่า ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายน้องสาวปกติทะเลาะกันบ่อยครั้ง วันนั้นทะเลาะกันจึงนั่งคร่อมทับน้องสาว ก่อนใช้มืออุดจมูดอุดปากน้องสาวจนแน่นิ่งไม่คิดว่าน้องสาวจะเสียชีวิต จึงรีบไปบอกน้าชาย มาดูก็นำร่างน้องสาวไปไว้ในตู้เสื้อผ้า ก่อนนำร่างใส่กระสอบลากขึ้นรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วง ขับขี่นำร่างออกจากกระสอบไปไว้ตรงกอไผ่ ขณะเดียวกันน้าชาย บอกว่า รักหลานทั้งสองคนมาก แต่ทั้งสองคนทะเลาะกันประจำทุกวัน โดยวันนั้นไม่คิดว่าน้ององุ่น เสียชีวิตพอรับรู้ก็ตกใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรรักหลานทั้งคู่ จึงนำร่างหลานไว้ในตู้เสื้อผ้าก่อนนำไปไว้ตรงกอไผ่

>> เสือ ดุสิต คอตก ศาลไม่ให้ประกัน หลังยื่นเงินสด 1.5 แสน เตรียมคุมตัวส่งเข้าเรือนจำ ชี้พฤติกรรมทำผิดซ้ำซาก ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

13.00 น. ความคืบหน้าคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี จับกุมนายสัมฤทธิ์ หรือ เสือ ดุสิต อายุ 40 ปี ในคดีทำร้ายร่างกาย น.ส.มิรา ดุรงคชยานุรักษ์ อายุ 36 ปี แฟนสาวในข้อหาหวัดนนทบุรี ลงวันที่ 5 มิ.ย.69 ข้อหาทำร้ายร่างกายและข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ก่อนจะถูกควบคุมตัวสอบสวน และถูกนำตัวส่งฝากขังยังศาลจังหวัดนนทบุรีในเช้าวันนี้พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว

ศาลจังหวัดนนทบุรี มีคำสั่งไม่อนุญาตให้นายสัมฤทธิ์ หรือ เสือ ดุสิต ประกันตัวในชั้นศาล หลังจากที่ฝ่ายภรรยาของเสือ ดุสิต หอบหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 1.5 แสนบาทเพื่อเตรียมขอยื่นประกันตัว แต่ต้องผิดหวังกลับไป ทำให้นายสัมฤทธิ์ หรือ เสือ ดุสิต จะต้องถูกควบคุมตัวส่งเข้าเรือนจำจังหวัดนนทบุรีในช่วงเย็นของวันนี้ ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนซึ่งได้คัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากผู้ต้องหาเคยได้รับการปล่อยชั่วคราวในคดีลักษณะเดียวกันมาก่อน แต่ยังกลับมากระทำความผิดซ้ำอีก อันแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ประกอบกับคดีอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนพยานบุคคลเพิ่มเติม หากได้รับการปล่อยชั่วคราว เกรงว่าผู้ต้องหาอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือมีอิทธิพลต่อพยานในคดี อันอาจก่อให้เกิดอุปสรรคต่อกระบวนการสอบสวนและการดำเนินคดี จึงขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว นอกจากนี้ การกระทำของผู้ต้องหามีลักษณะเป็นการกระทำต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง หากได้รับการปล่อยชั่วคราว มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจกลับไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันอีก

>> รวบหัวหน้าใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่น หนีซ่อนตัวในไทย หลังตุ๋นเหยื่อเสียหายหลายพันล้านเยน

14.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้จับกุม นายซาซากิ อายุ 39 ปี สัญชาติญี่ปุ่น หัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่น ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ได้บริเวณย่านทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ สำหรับนายซาซากิ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นหัวหน้าปฏิบัติการฉ้อโกงหลอกลวงประชาชนในประเทศญี่ปุ่น สร้างความเสียหายหลายพันล้านเยน และมีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศกัมพูชา

ทั้งนี้ จากข้อมูลของทางการญี่ปุ่น ผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นบุคคลสำคัญระดับหัวหน้าขบวนการที่มีบทบาทในการสั่งการเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลนาโกยา ลงวันที่ 1 เมษายน 2569 ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกง

คดีนี้เริ่มต้นจากการที่ตำรวจญี่ปุ่นสืบสวนขยายผลเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชา ซึ่งหลอกลวงประชาชนชาวญี่ปุ่น จนทราบว่า นายซาซากิฯ เป็นหัวหน้าใหญ่ผู้สั่งการ มีเครือข่ายการทำงานเชื่อมโยงในหลายประเทศ และหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทยพร้อมครอบครัว

>> ปรากฏการณ์สุดแปลก "ปลิงทะเลสีแดงชมพู"จำนวนมหาศาลเต็มหาดสวนสน จ.ระยอง

15.47 น. ที่ชายหาดสวนสน ต.แกลง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เกิดปรากฏการณ์ประหลาด โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพระบุ “ปรากฏการณ์สุดแปลก เกิดการเกยตื้นของปลิงทะเลสีแดงชมพู นับล้านตัว โดยไม่ทราบสาเหตุที่หาดสวนสนจังหวัดระยอง อยากทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้นปรากฏการณ์นี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร วอน ผู้รู้มาชี้แจงทีครับเพราะว่าชาวบ้านตกใจเป็นอย่างมาก”

ล่าสุด นายธเนศ มั่นน้อย ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 พร้อมผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ที่เกิดเหตุพบปลิงสีชมพูแดงจำนวนมหาศาล พบว่านักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพและบันทึกคลิปวิดีโอไว้เป็นที่ระลึก เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทราบว่า ปกติในช่วงที่มีมรสุมหรือพายุคลื่นลมแรง มักพบสัตว์ทะเลจำพวกหอย ปู หรือสัตว์หน้าดินบางชนิดถูกซัดขึ้นฝั่ง แต่ครั้งนี้กลับพบปลิงทะเลจำนวนมหาศาลเกยชายหาด ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่พบได้ยากและไม่เคยปรากฏในปริมาณมากเช่นนี้มาก่อนในพื้นที่ ทั้งนี้สัตว์ที่พบคือ “ปลิงทะเล” (Sea Cucumber) โดยเฉพาะกลุ่มปลิงทะเลสีชมพู หรือที่เรียกกันว่า ปลิงชมพู หรือ ปลิงหนามชมพู มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cercodemas anceps เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นท้องทะเล มีลักษณะลำตัวอ่อนนุ่ม ทรงกระบอกคล้ายแตงกวาหรือไส้กรอก ผิวหนังมีตุ่มหรือหนามขนาดเล็ก สีสันตั้งแต่ชมพูสดไปจนถึงแดงส้ม

>> รวบหนุ่มอินเดียคาด่านฯ สุวรรณภูมิ ซุก "ชะนี-ค่าง-กิ้งก่าเตกู" ลงกระเป๋าโหลด หวังบินข้ามประเทศ

16.00 น. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รายงาน ด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สนองนโยบายเข้มกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุทยานฯ บูรณาการร่วม บก.ปทส. ศุลกากร และฝ่ายมั่นคงท่าอากาศยาน สกัดจับกุมชายสัญชาติอินเดียคาจุดโหลดสัมภาระ หลังลักลอบขนสัตว์ป่ามีชีวิต ทั้งชะนีแก้มขาว ค่าง และสัตว์เลื้อยคลานหายาก รวม 14 ชีวิต ซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทางเตรียมบินไปโกลกาตา

นายสดุดี พันธุ์ภักดี ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา ได้รับรายงานผลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดจาก นายคมกฤษ พิณสาย หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่าเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สนธิกำลังร่วมกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเข้าตรวจสอบและทำการจับกุม ชายอายุ 36 ปี สัญชาติอินเดีย

ผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้โดยสารของสายการบินอินดิโก ซึ่งมีกำหนดการเดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานเมืองโกลกาตา สาธารณรัฐอินเดีย จากการตรวจค้นบริเวณจุดส่งกระเป๋า อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการเปิดตรวจสอบกระเป๋าเดินทาง พบมีการซุกซ่อนสัตว์ป่าอย่างแนบเนียน ตรวจนับของกลางเป็นสัตว์ป่ามีชีวิตรวมทั้งสิ้น 14 ตัว ประกอบด้วย ชะนีแก้มขาวมีชีวิต จำนวน 1 ตัว ,ค่างมีชีวิต จำนวน 2 ตัว กิ้งก่าเตกูมีชีวิต จำนวน 6 ตัว และจิ้งเหลนลิ้นสีน้ำเงินมีชีวิต จำนวน 5 ตัว เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และกฎหมายศุลกากร รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> รวบสาวหล่อพนักงานขาย แอบสลับ QR Code รับเงินเข้าบัญชีตัวเอง รองเท้าแบรนด์ดังหาย 200 คู่ บริษัทเสียหายกว่าครึ่งล้าน

17.00 น. กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม น.ส.นี (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ซึ่งกระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง” จับกุมได้บริเวณริมถนนหน้าร้านกาแฟ จังหวัดชลบุรี

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2568 ทางบริษัทได้ทำการปิดกิจการร้านรองเท้าแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้างแห่งหนึ่ง จ.เชียงใหม่ โดยบริษัทฯ ได้มอบหมายให้หัวหน้าพนักงานขาย ไปควบคุมการจัดเก็บสินค้าส่งกลับบริษัทฯ ซึ่งภายในร้านมีพนักงานขาย คือ น.ส.นี (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ร่วมกับพนักงานขายอีก 1 คน เก็บสินค้าเพื่อนำส่งคืนบริษัทฯ ต่อมาเมื่อสินค้าได้ส่งมาถึงคลังของบริษัทฯแล้ว ทางแผนกบัญชีได้ทำการตรวจสอบยอดขายและจำนวนสินค้า พบว่ามีสินค้าประเภทรองเท้าสูญหายไปจำนวน 201 คู่ รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 501,840 บาท ซึ่งทางบริษัทฯ ได้มอบอำนาจให้ผู้แทนดำเนินการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบว่าพนักงานดังกล่าวมีการสลับ QR Code เป็นบัญชีตัวเอง ไม่ใช่ทางร้าน พนักงานสอบสวนจึงออกหมายจับดังกล่าวไว้ ก่อนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธในชั้นจับกุม

>> เผยปมยิงสนั่น สวนทุเรียน เจ็บ 5 ราย พบปลอกกระสุนตกเกลื่อน 18 นัด

18.30 น. จากกรณีเหตุยิงกันภายในสวนทุเรียนในพื้นที่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมฝ่ายสืบสวน เข้าตรวจสอบบริเวณโรงเรือนเก็บทุเรียนพบร่องรอยการต่อสู้ โดยมีกองเลือดขนาดใหญ่กระจายอยู่บนพื้นคอนกรีต เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพบปลอกกระสุนปืนจำนวน 18 ปลอก ตกกระจายอยู่ทั้งภายในและบริเวณหน้าโรงเรือน

จากการสอบสวนของ พ.ต.ท.อำนาจ รุ่นหนุ่ม สว.สอบสวน สภ.ทุ่งเบญจา ทราบว่าชนวนเหตุสำคัญ มาจากปัญหาข้อพิพาทเรื่องสัญญาเหมาตัดทุเรียนรอบสุดท้าย ซึ่งก่อนหน้านี้มีปากเสียงกันมาหลายครั้งระหว่างฝ่ายล้งกับ นายนพ อายุ 51 ปี เจ้าของสวน โดย นายนพ ไม่พอใจที่ฝ่ายล้งเข้าตัดทุเรียนช้าจนผลผลิตเสียหาย และยังไปเก็บทุเรียนหล่นมาปนกับทุเรียนที่ตัด ทำให้เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง

สำหรับสถานการณ์ผู้บาดเจ็บรวม 5 รายนั้น เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 4 รายถูกลำเลียงส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรีอย่างเร่งด่วน ส่วนรายที่ 5 คือ นายนพ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส ได้ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทางด้าน พ.ต.ท.อำนาจ รุ่นหนุ่ม สว.สอบสวน สภ.ทุ่งเบญจา ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่และรวบรวมพยานหลักฐานจากทั้งสองฝ่าย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

>> ทหารดับฝัน 17 เขมร จ่ายหัวละ 8 พันหวังลอบขายแรงงานเมืองชลบุรี

19.00 น. หน่วยเฉพาะกิจโคกสูง (ฉก.โคกสูง) โดยกองร้อยทหารพรานที่ 1205 จัดกำลังพลร่วมกับหน่วยข่าวกรองทหาร ลาดตระเวนเข้มข้นบริเวณรอยต่อบ้านศิลารัตน์พัฒนา ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว กระทั่งพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยเดินลัดเลาะมาตามทุ่งนาช่องทางธรรมชาติ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม พบเป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายจำนวน 17 ราย แยกเป็นชาย 7 คน หญิง 8 คน และเด็กติดตามอีก 2 คน ตรวจสอบไร้เอกสารแสดงตน

สอบถามกลุ่มแรงงานเขมรสารภาพว่า เดินทางมาจาก จ.พระตะบอง โดยมีนายหน้าคิดค่าหัวคนละ 8,000 บาท พาเดินเท้าฝ่าความมืดมาหลบซ่อนตัวรอข้ามแดน นานกว่า 12 ชั่วโมง หวังจะไปทำงานก่อสร้างที่ จ.ชลบุรี จะได้ค่าจ้างวันละ 400 บาท แต่สุดท้ายไปไม่ถึงฝัน ถูกทหารพรานรวบตัวส่ง สภ.โคกสูง ดำเนินคดีผลักดันกลับประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...