ตำรวจบุกค้นรังนายอุทัย ชายสวมฮู้ดน้ำเงินส่งเฮโรอีนให้แอร์ฯ สาว เจ้าตัวรับสารภาพหมดสิ้น พร้อมขอโทษแอร์ฯ สาว
วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงตรวจสอบอพาร์ตเม้นท์แห่งหนึ่ง ย่านคลองสวนพลู จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นแหล่งกบดานและใช้แพ็กสิ่งของกระเป๋าผ้าซุกซ่อนเฮโรอีน ของนายอุทัย ชายใส่ฮู้ดสีน้ำเงิน ที่ถือกล่องพัสดุไปส่งให้กับแอร์โฮสเตสสาวหรือแอร์มีนา เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา ในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านบางนา กรุงเทพฯ
โดยจากการตรวจค้นภายในห้องพัก พบผ้าลายช้างที่ยังไม่ได้ถูกเย็บให้เป็นกระเป๋าจำนวน 8 ผืน เศษผ้าที่เป็นลายช้างลักษณะถูกตัดแต่งเป็นริ้วๆ จำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้นำเศษผ้าที่ถูกตัดเป็นริ้วมากองและเขี่ยเพื่อนำผงสีขาวที่ติดอยู่ตามเศษผ้าออกมา และบรรจุถุงซิบล็อกเพื่อนำไปทำการตรวจพิสูจน์ว่าเป็นผงชนิดใด อีกทั้งยังพบเงินสดเป็นแบงก์พันจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าตังค์ เสื้อผ้าที่เป็นกางเกงยีนขาสั้น และเสื้อสีน้ำเงินแขนสั้น กระเป๋าเป้ ที่คาดว่าเป็นของใช้ที่นายอุทัย ใช้ในวันที่นำพัสดุเฮโรอีนไปส่งให้กับแอร์สาวและหลักฐานทั้งหมดที่พบ เจ้าหน้าที่ได้นำมาวางรวมกันเพื่อตรวจยึดไว้ ซึ่งจะให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบโดยละเอียดโดยเฉพาะลายนิ้วมือแฝง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือแฝงที่พบในห้องพัก รวมถึงตรวจสอบผงสีขาวที่เก็บได้จากเศษผ้าลายช้างว่าเป็นสารเสพติดหรือสารชนิดใด พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือที่ตรวจยึดได้ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน
ต่อมา เวลา 16.16 น. เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายอุทัย ลงจากรถ เพื่อยืนยันของกลางว่าเป็นของนายอุทัยหรือไม่ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ใช้ FTIR (Fourier Transform Infrared Spectroscopy) หรือเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ในการตรวจวิเคราะห์ทางเคมีโดยใช้แสงอินฟราเรด เพื่อตรวจพิสูจน์ผงสีขาวที่ได้จากการเกลี่ยออกมาจากกองเศษผ้าลายช้าง โดยผลการตรวจยืนยันชัดว่าเป็นเฮโรอีน ทำให้ พล.ต.อ.สำราญ ได้ถามนายอุทัยว่า กองเศษผ้าลายช้างเป็นสิ่งที่บรรจุใส่ยาเสพติดมาใช่หรือไม่ ซึ่งนายอุทัย พยักหน้าตอบรับว่าบรรจุยาเสพติดใส่มาในนั้นจริง
ก่อนที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะได้อธิบายลักษณะและผลการตรวจพิสูจน์ จากการนำตัวอย่างผงสีขาวบนกองเศษผ้าที่เป็นของกลางมาตรวจด้วยเครื่อง FTIR ผลออกมาว่าเป็นเฮโรอีน หลังจากนี้จะส่งห้อง lab ในการตรวจพิสูจน์โดยละเอียดต่อไป ทั้งนี้ยังไม่สามารถบอกปริมาณของเฮโรอีนที่พบดังกล่าวได้ ก่อนที่จะคุมตัวนายอุทัย ขึ้นไปห้องพักเพื่อตรวจค้นห้องพักซ้ำ
จากการสอบปากคำ นายอุทัย ในฐานะผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ได้เดินทางไปรับกระเป๋าที่ อ.เชียงคำ โดยรับกระเป๋าลายช้าง 4 ตัว จำนวน 12 ใบ และลายช้าง 2 ตัว จำนวน 6 ใบ ซึ่งภายในบรรจุเฮโรอีนมาแล้ว ก่อนนำมาพักเก็บไว้ในห้องพัก และภายหลังเมื่อทราบข่าวว่าแอร์โฮสเตสถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย จึงนำเฮโรอีนที่เหลือทิ้งลงชักโครก และนำกระเป๋าบางส่วนไปทิ้งตามจุดต่าง ๆ เพื่อทำลายหลักฐาน ส่วนของกลางที่ตรวจพบในวันนี้เป็นวัสดุที่ถูกตีกลับมาจากซอยเสือใหญ่ จากการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ยังพบคราบเฮโรอีนตกค้างภายในกระเป๋าที่ตรวจยึดได้ โดยผลตรวจมีค่าความเข้มข้นเกือบ 900 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน ยืนยันว่าเป็นคราบเฮโรอีนที่ยังหลงเหลืออยู่
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า ผู้ต้องหารับสารภาพว่าทราบตั้งแต่ต้นว่าภายในกระเป๋าบรรจุเฮโรอีน โดยรับของมาจากคนที่ปกปิดใบหน้าที่ อ.เชียงคำ ก่อนโดยสารรถทัวร์เข้ากรุงเทพฯ เก็บของไว้ที่ห้องพัก และนำไปส่งที่คอนโด ย่านบางนา ได้รับค่าจ้างครั้งละ 60,000 บาท และอ้างว่าทำมาแล้ว 3 ครั้ง สำหรับผู้ว่าจ้าง ผู้ต้องหาให้การว่าได้รับการติดต่อจากบุคคลชาวไทยผ่านกลุ่มไลน์ แต่จำชื่อจริงไม่ได้ โดยใช้ชื่อบัญชีในลักษณะชื่อโค้ด เช่น “รินริน” ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบและขยายผลต่อไป
ส่วนการลำเลียงยาเสพติด ผู้ต้องหาระบุว่าไม่ได้เป็นผู้บรรจุเฮโรอีนลงในกระเป๋า แต่รับกระเป๋าที่แพ็กมาเรียบร้อยแล้ว ก่อนนำมาแพ็กใส่กล่องและจัดส่งเท่านั้น ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่าการส่งของทั้ง 3 ครั้งใช้คนขับรถรายเดียวกันนั้นก็นายอติราช หรือ เป้ อายุ 59 ปี โดยติดต่อผ่านหมายเลขโทรศัพท์ ไม่ได้เรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน แม้ผู้ต้องหาจะอ้างว่าไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบมีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินการขอศาลออกหมายจับเพิ่มเติม นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงกับนายอติราช หรือ เป้ อายุ 59 ปี ผู้ขับรถที่ใช้รับส่งพัสดุ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน หากพบผู้ใดมีส่วนร่วมก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที
ในส่วนกรณีที่มีข้อสงสัยว่าชายสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินที่ปรากฏในภาพวงจรปิดเป็นบุคคลเดียวกับผู้ต้องหาหรือไม่ พล.ต.อ.สำราญ ยืนยันว่า เป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจากผู้ต้องหารับสารภาพด้วยตนเองว่าเป็นบุคคลในภาพ พร้อมให้ข้อมูลว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุถูกนำไปทิ้งแล้ว แม้สีจะแตกต่างจากเสื้อที่สวมในวันที่ถูกจับกุม แต่เป็นเสื้อยี่ห้อเดียวกันที่เจ้าตัวนิยมสวมใส่และชื่นชอบยี่ห้อนี้ ซึ่งจากการเข้าตรวจค้น 2 จุด เจ้าหน้าที่พบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ทั้งเสื้อผ้าที่มีลักษณะคล้ายกับที่ปรากฏในภาพวงจรปิด รวมถึงกระเป๋าที่ใช้บรรจุยาเสพติดบางส่วน ขณะที่จุดทิ้งเสื้อผ้าตามเส้นทางหลบหนียังอยู่ระหว่างติดตามค้นหา
ส่วนสถานะของแอร์โฮสเตสผู้ถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า เป็นอำนาจการสอบสวนของตำรวจออสเตรเลีย จึงไม่สามารถก้าวล่วงได้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจไทยพร้อมประสานและส่งมอบพยานหลักฐานทั้งหมด หากทางการออสเตรเลียร้องขอเพิ่มเติม
ภายหลังเวลา 17.10 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายอุทัย ออกจากอพาร์ตเม้นท์ นักข่าวพยายามสอบถามว่ามีอะไรอยากจะพูดหรือไม่หรืออยากจะขอโทษอะไรหรือไม่ นายอุทัย ระบุตลอดทางว่า “ขอโทษแอร์ด้วยครับ ขอโทษที่ทำลงไป ขอโทษจริง ๆ ครับ”
ทั้งนี้ สำหรับข้อกล่าวหาของผู้ต้องหารายนี้ อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดตามพฤติการณ์ของคดี โดยคาดว่าจะมีหลายข้อหา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการครอบครองและลำเลียงยาเสพติด รวมถึงการกระทำผิดอื่นที่ปรากฏจากพยานหลักฐาน ขณะที่การสอบสวนยังคงเดินหน้าขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งต้นทางและปลายทางต่อไป