โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"ครอบครัวไรเดอร์" เข้าให้ปากคำเพิ่ม หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม เผยเยียวยา 5 แสน ไม่คุ้ม 1 ชีวิต ยันชายที่เข้าไปชกไม่ใช่ญาติ แต่เป็นเพื่อนของผู้เสียชีวิต

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

ครอบครัวไรเดอร์เข้าพบตำรวจ ติดตามความคืบหน้าทางคดี หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม เหตุคู่กรณีเป็นข้าราชการระดับสูง วอนตำรวจดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา เผยข้อเสนอเงินเยียวยาเบื้องต้น 5 แสนบาท ยังไม่เพียงพอ เหตผู้ตายมีภาระต้องส่งเสียเลี้ยงดูลูกอีก 2 คน ส่วนกรณีรุ่นน้องไรเดอร์ที่ปรี่เข้าทำร้ายคู่กรณี ทำไปเพราะความโกรธแค้นส่วนตัว เนื่องจากมีความสนิทสนมรักใคร่กับผู้ตาย ความคืบหน้าคดี นายจรงค์ (เกราะเหมาะ) ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. ผู้ต้องหาเมาแล้วขับรถชนไรเดอร์เสียชีวิต เช้าวันนี้ (30 พ.ค.69) ที่ สภ.บางศรีเมือง สมาชิกครอบครัวของ นายศรนรินทร์ นาคงสี อายุ 43 ปี ไรเดอร์ผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย พี่สาว-พี่ชาย และลูกทั้ง 2 คน ได้เดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีและให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้มีการพูดคุยรายละเอียดของคดีในเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของการแจ้งข้อกล่าวหากับคู่กรณี

นางสาววิยะดา นาคงสี อายุ 49 ปี พี่สาวของไรเดอร์ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่าเมื่อวานที่ผ่านมา คู่กรณีได้เดินทางไปที่วัดเพื่อขอขมาศพผู้เสียชีวิต พร้อมมอบเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ ส่วนเรื่องเงินเยียวยา หลังเสร็จสิ้นพิธีศพจะมีการนัดหมายพูดคุยกันอีกครั้งซึ่งเบื้องต้นมีการหารือไว้ที่ประมาณ 500,000 บาท แต่ตนมองว่าเงินจำนวนดังกล่าวยังไม่เพียงพออย่างแน่นอน และจะมีการเรียกร้องเพิ่มเติม เนื่องจากผู้เสียชีวิตยังมีภาระต้องเลี้ยงดูลูกอีก 2 คน จึงต้องการให้คู่กรณีรับผิดชอบถึงที่สุด

ส่วนกรณีที่คู่กรณีออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนว่ารู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ตนมองว่าเป็นการสร้างภาพมากกว่า เพราะจากคลิปเหตุการณ์ที่ปรากฏต่อสาธารณะ มีหลายประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้ขับขี่ หรือการยืนยันว่าไม่ได้ดื่มสุราและไม่ได้เป็นผู้ขับรถในวันเกิดเหตุ จึงยอมรับว่ารู้สึกกังวล เนื่องจากคู่กรณีเป็นข้าราชการระดับสูง ขณะที่ครอบครัวของตนเป็นเพียงคนชั้นล่าง จึงอยากขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาสำหรับเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่งพุ่งเข้าไปชกหน้าคู่กรณีภายในงานศพนั้น ยืนยันว่า บุคคลดังกล่าวไม่ใช่ญาติของครอบครัว แต่เป็นเพื่อนของผู้เสียชีวิต จากการพูดคุยสอบถามถึงสาเหตุที่เข้าไปทำร้ายร่างกาย ทราบว่าเพราะผู้ก่อเหตุมีความสนิทสนมรักใคร่ชอบพอกับผู้เสียชีวิตมาก เนื่องจากที่ผ่านมาผู้เสียชีวิตคอยให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ก่อนที่คู่กรณีจะเดินทางมาขอขมาศพที่วัด ครอบครัวได้มีการพูดคุยและตกลงกันไว้แล้วว่า จะไม่มีการใช้ความรุนแรงหรือทำร้ายร่างกายคู่กรณี ทุกคนเข้าใจตรงกัน เพราะต่อให้เกิดอะไรขึ้นกับคู่กรณี น้องชายของตนก็ไม่สามารถกลับมามีชีวิตได้อีก ยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนมีน้ำใจ คอยช่วยเหลือคนรอบข้างเสมอ จึงเป็นที่รักของเพื่อนฝูงและคนใกล้ชิดจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังฝากข้อความถึงคู่กรณีว่า “กรุณาช่วยเยียวยาให้เต็มที่อย่างที่เคยพูดไว้ด้วย เพราะเราไม่รู้อะไรเป็นเพียงแค่ตาสีตาสา ท่านที่มีความรู้ก็อยากให้ช่วยให้เต็มที่”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...