โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ขนลุก! ผู้ต้องหาเผยคำสารภาพสุดหลอน พร้อมเล่านาทีฝังร่างพ่อค้า

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • meimei
วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง เข้าตรวจสอบเหตุพบศพชายถูกฆาตกรรมภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านย่านถนนเทิดราชัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ก่อนพบร่างนายชัยสิทธิ์ ขันทะ หรือ นายโป๊ย อายุ 34 ปี เจ้าของบ้าน ถูกยัดใส่ลังพลาสติกขนาดใหญ่และฝังอำพรางไว้ภายในกระบะดินบนชั้น 2 ของบ้านพัก ขณะที่ล่าสุดตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 3 ราย โดยหนึ่งในผู้ต้องหาเปิดปากรับสารภาพถึงชนวนเหตุและพฤติการณ์หลังลงมือก่อเหตุ

วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง เข้าตรวจสอบเหตุพบศพชายถูกฆาตกรรมภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านย่านถนนเทิดราชัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ก่อนพบร่างนายชัยสิทธิ์ ขันทะ หรือ นายโป๊ย อายุ 34 ปี เจ้าของบ้าน ถูกยัดใส่ลังพลาสติกขนาดใหญ่และฝังอำพรางไว้ภายในกระบะดินบนชั้น 2 ของบ้านพัก ขณะที่ล่าสุดตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 3 ราย โดยหนึ่งในผู้ต้องหาเปิดปากรับสารภาพถึงชนวนเหตุและพฤติการณ์หลังลงมือก่อเหตุ

เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ร.ต.อ.สุชัย สุระเสียง รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ดอนเมือง รับแจ้งเหตุพบศพชายภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง จึงประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบ

ภายในห้องบนชั้น 2 ของบ้าน เจ้าหน้าที่พบลังพลาสติกสีฟ้าขนาดใหญ่ถูกฝังอยู่ในกระบะดิน เมื่อตรวจสอบภายในพบร่างของนายชัยสิทธิ์ อยู่ในลักษณะนั่งก้มหน้า มีบาดแผลถูกแทงบริเวณหน้าอก 1 แผล นอกจากนี้ยังพบว่ารถจักรยานยนต์ โทรศัพท์มือถือ และทรัพย์สินบางส่วนของผู้เสียชีวิตได้สูญหายไป

จากแนวทางการสืบสวนพบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 11.17 น. ผู้เสียชีวิตได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ว่านาฬิกาข้อมือยี่ห้อ Nixon สีทอง ได้สูญหายไปจากบ้านพัก และสงสัยว่ารุ่นน้องคนสนิทเป็นผู้นำไป รวมถึงเชื่อว่ามีความพยายามเข้าใช้งานโทรศัพท์มือถือของตน

ต่อมาในคืนวันเดียวกัน ช่วงเวลาประมาณ 22.00-23.00 น. มีรายงานเหตุทะเลาะวิวาทภายในหมู่บ้าน หลังกลุ่มผู้ก่อเหตุ 3 คนเดินทางมาพบผู้เสียชีวิตเพื่อพูดคุยเคลียร์ปัญหาเรื่องนาฬิกาที่หายไป แต่การพูดคุยกลับบานปลายจนกลายเป็นเหตุฆาตกรรม

หลังพบศพ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่แกะรอยจากภาพกล้องวงจรปิดและการใช้งานเฟซบุ๊กของผู้เสียชีวิต จนพบการโต้ตอบ in ลักษณะทะเลาะวิวาทกับบุคคลต้องสงสัย ก่อนขยายผลเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุ

ต่อมาในช่วงบ่ายวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ชุดสืบสวนเข้าตรวจค้นบ้านของนายธนัท อายุ 24 ปี หนึ่งในผู้ต้องสงสัย พบเสื้อผ้าที่มีคราบคล้ายเลือดจำนวน 2 ชุด และบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิต จึงเชิญตัวมาสอบสวน

นายธนัทให้การว่า หลังถูกผู้เสียชีวิตกล่าวหาว่าขโมยนาฬิกา ตนจึงนำเรื่องดังกล่าวไปเล่าให้นายศุภกร อายุ 27 ปี และนายชยพล อายุ 27 ปี ฟัง ก่อนชักชวนกันเดินทางไปพบผู้เสียชีวิตที่บ้านเพื่อพูดคุยเคลียร์ปัญหา

ต่อมาศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางศพ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถติดตามจับกุมตัวได้ครบทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง

ระหว่างการสอบสวน นายศุภกร ซึ่งรับว่าเป็นผู้ลงมือแทงผู้เสียชีวิต ให้การว่า เดินทางไปบ้านผู้เสียชีวิตเพื่อพูดคุยเรื่องนาฬิกาที่สูญหาย แต่ระหว่างการพูดคุยเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง เนื่องจากผู้เสียชีวิตใช้ถ้อยคำดูหมิ่นและด่าทอบุพการีของตน จึงเกิดความโมโหและใช้ของมีคมแทงผู้เสียชีวิตจนเสียชีวิต

หลังจากก่อเหตุ นายศุภกรอ้างว่าได้นำร่างผู้เสียชีวิตใส่ลังพลาสติก ก่อนยกขึ้นไปฝังอำพรางไว้ในกระบะดินบนชั้น 2 ของบ้านเพียงลำพัง พร้อมทำพิธีสะกดวิญญาณ จากนั้นได้ทยอยขนทรัพย์สินภายในบ้านออกไปหลายรายการ ได้แก่ โทรทัศน์ 3 เครื่อง พระเครื่องหลายองค์ พัดลม โทรศัพท์มือถือ รถจักรยานยนต์ และต้นกัญชา 2 ต้น

นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังรับสารภาพว่า หลังลงมือก่อเหตุได้ถอดเหรียญพระของผู้เสียชีวิตที่ตนศรัทธาออกจากสร้อยคอ ก่อนนำมาคล้องไว้กับสร้อยของตนเอง โดยขณะถูกจับกุมยังคงสวมเหรียญดังกล่าวติดตัวอยู่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางศพ ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย และพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร พร้อมขยายผลดำเนินคดีเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...