โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ทรัมป์” เผยลงนาม MOU สันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน เรียบร้อยแล้ว จ่อเปิดฮอร์มุซเต็มรูปแบบ 19 มิ.ย.นี้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

"ทรัมป์" เผยลงนาม MOU สันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน เรียบร้อยแล้ว จ่อเปิดฮอร์มุซเต็มรูปแบบ 19 มิ.ย.นี้ พร้อมเริ่มเจรจารายละเอียดด้านนิวเคลียร์และการผ่อนคลายคว่ำบาตร

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 07.12 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยระหว่างการประชุม G7 ที่ฝรั่งเศสว่า ข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามเรียบร้อยแล้ว พร้อมส่งสัญญาณว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงต่อสาธารณะในเร็ว ๆ นี้

ทรัมป์กล่าวระหว่างการหารือกับ Emmanuel Macron ว่า "ข้อตกลงได้รับการลงนามเรียบร้อยแล้ว" ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดให้เรือเดินสมุทรสัญจรได้เต็มรูปแบบในวันศุกร์นี้ ซึ่งเป็นวันเดียวกับการลงนามอย่างเป็นทางการที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) ดังกล่าวได้รับการลงนามผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยทรัมป์ รองประธานาธิบดี JD Vance และโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน โดยข้อตกลงฉบับนี้จะเป็นกรอบสำหรับการเจรจารายละเอียดในระยะต่อไป

แวนซ์เปิดเผยว่า MOU มีความยาวเพียงประมาณ 1 หน้าเศษ และเป็นเพียงเอกสารวางกรอบความร่วมมือในภาพรวม โดยรายละเอียดสำคัญจะถูกกำหนดผ่านการเจรจาทางเทคนิคในอนาคต ซึ่งรวมถึงประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร และการเข้าถึงทรัพย์สินที่ถูกอายัด

ภายใต้กรอบข้อตกลงดังกล่าว อิหร่านจะให้คำมั่นต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค รวมถึงยุติการสนับสนุนองค์กรที่สหรัฐฯ จัดเป็นกลุ่มก่อการร้าย และที่สำคัญที่สุดคือการยอมรับกลไกตรวจสอบที่สามารถยืนยันได้ว่าอิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ข้อตกลงดังกล่าวยังขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาจัดทำข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ ขณะที่นายกรัฐมนตรี Shehbaz Sharif ของปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจา ระบุว่าข้อตกลงครอบคลุมการยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอนด้วย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐย้ำว่า การถอนกำลังของอิสราเอลออกจากเลบานอนไม่ได้เป็นเงื่อนไขของข้อตกลง และอิสราเอลยังคงมีสิทธิในการป้องกันตนเอง ขณะที่นายกรัฐมนตรี Benjamin Netanyahu ระบุว่า กองกำลังอิสราเอลจะยังคงประจำการอยู่ในพื้นที่ความมั่นคงในเลบานอน ซีเรีย และกาซา "ตราบเท่าที่จำเป็น" พร้อมย้ำว่าอิหร่านจะไม่ได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ว่าจะมีข้อตกลงหรือไม่ก็ตาม

ด้านอิหร่านยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารได้ยุติลงแล้ว โดยนายคาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า การเจรจาที่นำไปสู่ข้อตกลงเบื้องต้นใช้เวลานานกว่า 14-15 ชั่วโมง ภายใต้การไกล่เกลี่ยของกาตาร์ พร้อมระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นชัยชนะทางการทูตของอิหร่าน

แม้อิหร่านจะยอมรับกรอบข้อตกลง แต่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยังคงแสดงความไม่ไว้วางใจอย่างลึกซึ้งต่อสหรัฐ และมองว่าข้อตกลงครั้งนี้เป็นเพียงก้าวแรกในการลดความตึงเครียดเท่านั้น

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายยังต้องเจรจากันต่อ ได้แก่ การจำกัดโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน การรับประกันว่าอิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรและการปลดล็อกทรัพย์สินน้ำมันมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัดอยู่ในต่างประเทศ

ด้านผู้นำสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี ออกแถลงการณ์ร่วมต้อนรับความคืบหน้าดังกล่าว พร้อมย้ำว่าอิหร่านต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และพร้อมพิจารณาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร หากอิหร่านดำเนินการตามพันธกรณีด้านนิวเคลียร์อย่างชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้

อ้างอิง : bbc.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน ตึงเครียดสะเทือนรอบโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...