โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาวะหัวใจขาดเลือด ภาวะอันตรายอย่ามองข้าม การควบคุมอาหาร-พฤติกรรม- อารมณ์ ลดความเสี่ยง

เดลินิวส์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
ภาวะหัวใจขาดเลือด ภาวะอันตรายอย่ามองข้าม การควบคุมอาหาร-พฤติกรรม- อารมณ์ ลดความเสี่ยง

อีกหนึ่งโรคยอดฮิตที่สืบค้นกันมากในช่วงปี 2569 คือโรค “ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ” ซึ่งเวบไซด์ของโรงพยาบาลพระรามเก้า อธิบายว่า นี่คือปัญหาสุขภาพที่เกิดจากเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ เนื่องจากหลอดเลือดหัวใจอุดตันจากการสะสมของไขมัน หรือคอเลสเตอรอลภายในหลอดเลือด ส่งผลให้หัวใจทำงานผิดปกติ การสังเกตลักษณะหัวใจขาดเลือด แบ่งได้เป็น

ระดับที่ 1 ขณะออกแรงทำกิจกรรมต่าง ๆ รู้สึกเจ็บแน่นหน้าอก คล้ายหัวใจถูกบีบแรง ๆ หรือรู้สึกหนักบริเวณหน้าอกด้านซ้าย อาจมีอาการปวดร้าวจนถึงขากรรไกรล่าง สันกราม หรือหัวไหล่ร่วมด้วย แต่จะเป็นไม่นาน ต่อเนื่องประมาณ 5-10 นาที และจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ

ระดับที่ 2 มีอาการเจ็บหน้าอก แม้อยู่นิ่ง และระยะเวลาของอาการอยู่นานขึ้นประมาณ 10-20 นาที ก่อนดีขึ้นตามลำดับ

ระดับที่ 3 เป็นระดับอาการที่รุนแรงที่สุด มักมีอาการเกิดขึ้นทันทีทันใด และรู้สึกเจ็บแน่น หรือปวดร้าวบริเวณหน้าอกนาน 30 นาทีขึ้นไป รวมถึงอาจมีอาการวิงเวียนศีรษะ เหงื่อออกเยอะ ใจสั่ง คลื่นไส้ร่วมด้วย ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่าเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันและเป็นสัญญาณอันตรายที่นำไปสู่การสูญเสียชีวิตได้

สาเหตุสำคัญของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด มาจากลักษณะทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคดังกล่าว หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจก็มีโอกาสที่จะเกิดภาวะนี้ได้

มาจากผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วน อายุที่เพิ่มขึ้น โดยพบว่าผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมักเป็นในเพศชายอายุ 45 ปีขึ้นไป และเพศหญิงอายุ 55 ปีขึ้นไป

และยังมีปัจจัยจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ส่งผลให้ปริมาณไขมันส่วนเกินสะสมเพิ่มขึ้น เช่น การทานอาหารไขมันสูง หรือการทานของหวาน ของทอด ของมัน และอาหารโซเดียมสูง การสูบบุหรี่ จะส่งผลให้เกิดไขมันสะสมในหลอดเลือดหัวใจและเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้ในอนาคต การขาดการออกกำลังกาย ทำให้ไขมันสะสมในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ภาวะเครียด ที่ส่งผลให้ระบบเผาผลาญร่างกายทำงานผิดปกติ ระดับไขมันในร่างกายและหลอดเลือดสูง

หากมีความกังวลจะป่วย ก็พบแพทย์ตรวจได้หลายอย่าง อาทิ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ( EKG ) ตรวจเลือดเพื่อตรวจหาโปรตีนและเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจขาดเลือด และตรวจวัดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดที่เป็นสาเหตุทำให้หลอดเลือดตีบตัน เอกซเรย์ทรวงอก ตรวจสมรรถภาพหัวใจ (Stress Test) การตรวจหัวใจด้วยเครื่องสะท้อนเสียงความถี่สูง (Echocardiogram) เอกซเรย์คอมพิวเตอร์เส้นเลือดหัวใจ (CTA Coronary)

ตรวจหัวใจด้วยคลื่นสะท้อนแม่เหล็กไฟฟ้า ( MRI ) การใช้เครื่องบันทึกไฟฟ้าหัวใจ (Holter Monitor) การตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiogrphy) การตรวจอะไรเหมาะสมแพทย์จะวินิจฉัยเอง

แนวทางการรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด มีทั้งการใช้ยา เช่น ยารับประทานกลุ่มยาต้านเกล็ดเลือดเพื่อลดการอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ กลุ่มยาลดไขมันในเลือด กลุ่มยาลดการเต้นของหัวใจ (Beta-Blocker) รวมถึงยาลดความดันโลหิตกลุ่ม ACE inhibitors เพื่อลดการทำงานหนักของหัวใจ การทำบอลลูนหรือบายพาส

การป้องกันคือลดปัจจัยเสี่ยง เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เลี่ยงของทอด ของมัน ของหวาน หรืออาหารที่มีปริมาณไขมันสูง เพื่อควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง เพื่อสุขภาพที่ดีและเสริมความแข็งแรงให้หัวใจ ลด ละ เลิกสูบบุหรี่ทุกชนิด หรือผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ ก็ควรเลี่ยงควันบุหรี่มือสองร่วมด้วย

ทำจิตใจให้สงบ ไม่ให้ร่างกายอยู่ในภาวะเครียด และอีกอย่างที่สำคัญ หมั่นตรวจสุขภาพประจำปี.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...