โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เดือดอีกระลอก! อิสราเอลเปิดฉากถล่มกาซา ล่าแกนนำระดับสูงฮามาส

สยามนิวส์

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Gift
อิสราเอลอ้างจัดการแกนนำฮามาสเบื้องหลังเหตุ 7 ต.ค. หลังเปิดปฏิบัติการถล่มกาซา แม้ข้อตกลงหยุดโจมตียังมีผลบังคับใช้ ขณะฮามาสยังไม่ยืนยันชะตากรรมของเป้าหมายคนสำคัญรายนี้

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 รัฐบาลอิสราเอล แถลงว่า กองทัพอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซา และสามารถจัดการ อิซซ์ อัด-ดิน อัล-ฮัดดัด แกนนำระดับสูงของกลุ่มฮามาส ซึ่งอิสราเอลระบุว่าเป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกแถลงการณ์ระบุว่า อัล-ฮัดดัด มีส่วนรับผิดชอบต่อการสัvหาs ลักพาตัว และทำให้พลเรือนรวมถึงทหารอิสราเอลได้รับบาดเจ็บหลายพันคนจากเหตุโจมตีดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ฮามาสยังไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธรายงานการเสียชีวิตของอัล-ฮัดดัด ขณะที่พยานในพื้นที่เปิดเผยว่า อาคารอัล-มูทาซ ใจกลางกาซา ถูกยิงถล่มด้วยขีปนาวุธพร้อมกัน 3 ลูกจากหลายทิศทาง ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ต่อมามีรายงานว่ารถยนต์คันหนึ่งที่พยายามหลบหนีออกจากพื้นที่ถูกโจมตีซ้ำอีกครั้ง

ทีมกู้ภัยเร่งเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและค้นหาผู้รอดชีวิต ท่ามกลางความเสียหายอย่างหนักของอาคาร โดยมีรายงานพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคนถูกนำตัวออกจากจุดเกิดเหตุ ขณะที่พยานบางส่วนเชื่อว่า หนึ่งในผู้ถูกลำเลียงออกมาอาจเป็นอัล-ฮัดดัดที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีระลอกแรก

ทั้งนี้ แม้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับฮามาสจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่อิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีในกาซา โดยอ้างสิทธิ์ในการโจมตีสมาชิกฮามาส ขณะที่ฮามาสกล่าวหาอิสราเอลว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและยังคงโจมตีพลเรือนอย่างต่อเนื่อง

ชมคลิป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...