โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยอดจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา 4 เดือนแรกโต 12% รับเทรนด์สุขภาพ-นวัตกรรมสื่อสารยืนหนึ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สถิติคำขอใหม่พุ่งทะลุ 2.5 หมื่นรายการ สะท้อนความตื่นตัวภาคธุรกิจมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่าน IP ท่ามกลางการแข่งขันการค้าโลก อุตสาหกรรมสุขภาพและสมุนไพรครองแชมป์เครื่องหมายการค้า ขณะที่ยักษ์เทคโนโลยีข้ามชาติแห่ยื่นสิทธิบัตรสื่อสาร-ชีววัตถุ กรมทรัพย์สินทางปัญญาเร่งสปีดระบบจดทะเบียน นำ AI เสริมทัพสืบค้นข้อมูล พร้อมเปิด Fast Track ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ

15 พฤษภาคม 2569 - ในยุคที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ได้กลายเป็นดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นและความสามารถในการแข่งขันระดับสากล ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิในนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ พลังงานสะอาด และนวัตกรรมดิจิทัล ซึ่งสถานการณ์การค้าในปัจจุบัน ทรัพย์สินทางปัญญาไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือป้องกันการละเมิดสิทธิ แต่ยังเป็นกลไกหลักในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ภาพรวมอุตสาหกรรมและสถิติ IP ในไทย

สถิติในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม – เมษายน) บ่งชี้ถึงการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญของภาคธุรกิจและนักสร้างสรรค์ โดยมียอดคำขอจดทะเบียนรวมทุกประเภทสูงถึง 25,537 คำขอ เพิ่มขึ้น 10.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ตัวเลขการรับจดทะเบียนสำเร็จพุ่งสูงถึง 19,684 รายการ เติบโตกว่า 12.86% สะท้อนถึงการตื่นตัวของผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เร่งสร้างฐานที่มั่นทางธุรกิจในไทย

"ทรัพย์สินทางปัญญามีบทบาทอย่างยิ่งต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน… สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานของกรมฯ ในการเร่งรัดกระบวนการจดทะเบียนให้มีความรวดเร็วและเชื่อถือได้"

เจาะลึกรายประเภททรัพย์สินทางปัญญา

  • เครื่องหมายการค้า : มีการยื่นคำขอ 18,761 คำขอ (เพิ่มขึ้น 12.15%) กลุ่มที่มาแรงที่สุดคือ ผลิตภัณฑ์สุขภาพและสมุนไพร ซึ่งขยับจากอันดับ 3 ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอเป็นคนไทย 54% และบริษัทด้านเคมีเกษตรของไทยครอง Top 5 อย่างโดดเด่น
  • สิทธิบัตรการประดิษฐ์ : มีการยื่นคำขอ 2,984 คำขอ (เพิ่มขึ้น 9.14%) โดยกลุ่มนวัตกรรมที่ยื่นขอมากที่สุดคือ ยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการสื่อสาร เช่น เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายและแอนติบอดี้ อย่างไรก็ตาม สัดส่วนผู้ยื่นคำขอเป็นชาวต่างชาติสูงถึง 86% นำโดยยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง ควอลคอมม์ (สหรัฐฯ) และโตโยต้า (ญี่ปุ่น)
  • อนุสิทธิบัตร : เติบโตสูงสุดในกลุ่มคำขอใหม่ที่ 17.12% โดยกลุ่ม อาหาร เครื่องดื่ม และยาสมุนไพร ครองแชมป์ ที่น่าสนใจคือสัดส่วนผู้ยื่นคำขอเป็นคนไทยถึง 95% โดยมีสถาบันการศึกษาไทย เช่น มทร.ธัญบุรี และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผู้นำในการสร้างนวัตกรรม
  • สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ : แม้จำนวนคำขอจะลดลงเล็กน้อย แต่ยอดการรับจดทะเบียนจริงกลับพุ่งสูงถึง 68.54% โดยกลุ่มรถยนต์ อุปกรณ์ก่อสร้าง และบรรจุภัณฑ์ยังคงเป็นกลุ่มหลักที่มีการแข่งขันสูง

กลยุทธ์การขับเคลื่อนและประสิทธิภาพภาครัฐ

กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเพื่อรองรับปริมาณคำขอที่เพิ่มขึ้น โดยมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI มาช่วยสืบค้นและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำ พร้อมทั้งส่งเสริมบริการ Fast Track สำหรับนวัตกรรมที่มีความจำเป็นต่อสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับความคุ้มครองสิทธิรวดเร็วขึ้นและสามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้ทันท่วงที

"กรมฯ ได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI มาช่วยสืบค้นและวิเคราะห์ข้อมูล… พร้อมส่งเสริมบริการ Fast Track ให้เป็นช่องทางพิเศษในการรับจดทะเบียนนวัตกรรมและผลงานที่มีความจำเป็นและตอบโจทย์ความท้าทายใหม่"

ทิศทางและอนาคต IP ไทย

ก้าวต่อไปของกรมทรัพย์สินทางปัญญาคือการยกระดับกฎหมายและกระบวนการพิจารณาให้สอดคล้องกับบริบททางการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อลดระยะเวลาและต้นทุนในการเข้าถึงสิทธิ การพัฒนาระบบคุ้มครองที่เข้มแข็งและได้มาตรฐานสากลจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการต่อยอดนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์ และเป็นปัจจัยหลักในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...