โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SCB EIC แนะ 4 เป้าความสำเร็จ ใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนลบ.พยุงศก.

efinanceThai

เผยแพร่ 15 พ.ค. เวลา 07.43 น.

SCB EIC แนะ 4 เป้าความสำเร็จ ใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนลบ.พยุงศก.

SCB EIC ประเมินปี 2027 หนี้สาธารณะของไทยมีโอกาสทะลุเพดาน 70% แนะรัฐใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทเร่งให้เกิดการลงทุนภาคเอกชน ลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า พร้อมชี้ 4 เป้าความสำเร็จ ช่วยพยุงเศรษฐกิจ

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC เผยแพร่บทวิเคราะห์ เรื่อง กู้ 4 แสนล้านบาท ปี 2026 : ช่วยเศรษฐกิจไทยได้แค่ไหน ? ว่า พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทช่วยรับมือวิกฤตพลังงาน พยุงเศรษฐกิจระยะสั้น-ผลักดันการเปลี่ยนผ่านระยะยาว โดยออกแบบให้เงินกู้ทำงาน 2 บทบาทพร้อมกัน คือ พยุงเศรษฐกิจในระยะสั้น และเร่งยกศักยภาพเศรษฐกิจในระยะยาว

วงเงินกู้ถูกแบ่งเป็น 2 แผนงาน แผนงานละ 2 แสนล้านบาท ได้แก่ (1) การบรรเทาภาระค่าครองชีพจากวิกฤตพลังงาน ซึ่งช่วยประคองกำลังซื้อและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายได้เร็ว แต่มีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาวจำกัด และ (2) การลงทุนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งแม้จะให้แรงกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นไม่มาก เพราะหลายโครงการพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีสูง แต่เป็นส่วนสำคัญของ พ.ร.ก. ในการลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า เพิ่มความยืดหยุ่นต่อวิกฤตพลังงานในอนาคต และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว

พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาทจะช่วยประคองเศรษฐกิจไทยปีนี้ +0.7pp และเพิ่มขนาดเศรษฐกิจในระยะยาวได้ +0.1-0.2pp ขณะที่ในปี 2027 เศรษฐกิจจะเติบโตชะลอลงจากเดิมประมาณ -0.4pp. จากผลของฐานที่สูงขึ้นและผลมาตรการระยะสั้นหมดลง

โดยแผนงานช่วยเหลือค่าครองชีพมีบทบาทสำคัญต่อแรงส่งระยะสั้น ส่วนแผนงานเปลี่ยนผ่านพลังงาน แม้ผลระยะสั้นน้อยกว่า แต่จะช่วยเพิ่มขนาด GDP ไทยในระยะยาวได้บ้างราว +0.10.2% เทียบกับกรณีไม่กู้เพิ่ม โ ผลของแรงส่งทางเศรษฐกิจของ พ.ร.ก. นี้จะขึ้นกับ คุณภาพของการใช้เงินกู้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่พื้นที่การคลังเหลือน้อยลงมาก สำหรับผลต่อเงินเฟ้อในระยะสั้นจำกัด +0.1-0.3pp. แต่การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวจะช่วยลดความเสี่ยงเงินเฟ้อจากปัญหาอุปทานพลังงานโลกได้ในอนาคต

SCB EIC ประเมินหนี้สาธารณะยังมีโอกาสทะลุเพดาน 70% ของ GDP ในปี 2027 ตามมุมมองเดิม โดยเงินเฟ้อไทยที่เร่งตัวขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง มีส่วนทำให้ขนาดเศรษฐกิจไทยในรูปตัวเงิน (Nominal GDP) ขยายตัวสูงขึ้นในปีนี้ ช่วยชดเชยผลของการกู้เงินเพิ่มได้บางส่วน ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ Nominal GDP ไม่เพิ่มขึ้นมากนัก อย่างไรก็ดี การลงทุนเปลี่ยนผ่านพลังงานช่วยลดความเปราะบางทางการคลังในระยะยาว บรรเทาความจำเป็นในการใช้มาตรการทางการคลังขนาดใหญ่ในการรองรับวิกฤตพลังงานในอนาคต

เงินกู้ 4 แสนล้านจะคุ้มหรือไม่ ขึ้นกับการถูกใช้เป็น งบประคอง หรือ ทุนเปลี่ยนเกม SCB EIC เห็นว่ารัฐบาลควรใช้เงินกู้ครั้งนี้เป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนภาคเอกชน ลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า และเดินหน้าปฏิรูปกติกาพลังงานไปพร้อมกัน ภายใต้ระบบติดตามที่โปร่งใส หากทำสำเร็จ เงินกู้ครั้งนี้จะไม่เพียงช่วยพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ยังช่วยลดความจำเป็นในการพึ่งพามาตรการการคลังขนาดใหญ่ซ้ำอีกในระยะยาว

หัวใจความสำเร็จของ พ.ร.ก. นี้ สรุปได้ใน 4 ต้อง คือ

(1) ต้องใช้ตรงเป้า : มีระบบติดตามที่โปร่งใส ป้องกันการเบี่ยงเบนวัตถุประสงค์ใช้เงินจากการลงทุนระยะยาว

(2) ต้องดึงภาคเอกชนร่วมลงทุน : ใช้เงินรัฐเป็นตัวเร่ง (crowding-in) การลงทุนเอกชน ผ่านการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP)

(3) ต้องลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า : สร้างฐานการผลิตและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในประเทศ

(4) ต้องปฏิรูปกติกาพลังงานหมุนเวียนควบคู่กัน : ไม่ใช่แค่ลงทุนโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานระยะสั้น แต่เปลี่ยนกฎระเบียบเพื่อให้เกิดระบบซื้อขายไฟฟ้าแบบรวมศูนย์และเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดเสรีที่แท้จริงได้ในระยะยาว

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...