โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

GULF ผงาดขึ้นหุ้นเทค ดาต้าเซ็นเตอร์ 2 พันเมก

ทันหุ้น

อัพเดต 05 มิ.ย. เวลา 02.30 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. เวลา 19.50 น.

#GULF #ทันหุ้น – GULF เดินเกมใหญ่สู่หุ้นเทค เร่งปั้นธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์-Cloud-AI เป็น New S-Curve ตั้งเป้าขยายดาต้าเซ็นเตอร์แตะ 2,000 เมกะวัตต์ใน 3-5 ปีข้างหน้า หนุนการเติบโตคู่ธุรกิจพลังงาน พร้อมอัดงบลงทุนกว่า 1.3-1.4 แสนล้านบาท รองรับยุค AI เต็มสูบ ลั่นไตรมาส 2 ผลงานโดดเด่น ทั้งปีโต 10-15%

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า บริษัทกำลังมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยวางกลยุทธ์ให้ Data Center, Cloud และ AI เป็นธุรกิจ New S-Curve ที่จะสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดควบคู่ไปกับธุรกิจพลังงานซึ่งเป็นธุรกิจหลัก

ทั้งนี้ GULF มองเห็นโอกาสสำคัญจากการที่ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและการทำ Digital Transformation ขององค์กร ซึ่งการประมวลผลข้อมูลมหาศาลของ AI โดยเฉพาะการทำ Training และInference Model จำเป็นต้องพึ่งพาData Center ที่มีประสิทธิภาพและใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก ทำให้ GULF ซึ่งมีทั้งโรงไฟฟ้าและดาต้าเซ็นเตอร์ได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเฉพาะโอกาสในการทำDirect PPA หรือการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรงระหว่างโรงไฟฟ้าของบริษัทกับดาต้าเซ็นเตอร์ สำหรับรายได้จากธุรกิจนี้ บริษัทคาดการณ์ว่าทุกๆ 1 เมกะวัตต์ จะสร้างรายได้ประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี และสร้างกำไรประมาณ 20 ล้านบาทต่อปี

@ ฮับดาต้าเซ็นเตอร์2พันเมก

ปัจจุบันGULF มีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการและพัฒนา 3 แห่ง รวมกำลังการผลิตเกือบ 200 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย GSA01 เริ่มเปิดดำเนินการแล้วคาดว่าลูกค้าจะใช้งานเต็มความจุภายในกลางปีนี้ GSA02 ขนาด 38 เมกะวัตต์ คาดเปิดให้บริการไตรมาส 1 ปี 2570 และ Gulf Edge Data Center 01 (GADC01) : โครงการ Build-to-Suit ขนาด 100 เมกะวัตต์ ร่วมกับ AIS คาดเปิดให้บริการไตรมาส 4/2570 ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตดาต้าเซ็นเตอร์สู่ระดับ 1,000 – 2,000 เมกะวัตต์ ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้า Hyper Scaler ทั้งจากฝั่งตะวันตกและจีน รวมถึงกลุ่ม Enterprise และหน่วยงานภาครัฐ

@ รุกคืบธุรกิจ Cloud และ AI

GULF ยังต่อยอดไปยังธุรกิจCloud ทั้งระดับ Private และ Public ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Google, Oracle และ Microsoft นอกจากนี้ยังรุกธุรกิจAI as a Service โดยจับมือกับ Kore.AI จากสหรัฐ เพื่อนำเสนอAI Solution และWorkflow Automation ให้กับกลุ่มธุรกิจการเงิน ธนาคาร ประกันภัย และโทรคมนาคมในไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและระบบCall Center

@ เงินแกร่งพร้อมลงทุนแสนล.

นางสาวยุพาพิน กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทเตรียมงบลงทุนในอีก 5 ปีข้างหน้า ไว้ประมาณ 130,000 – 140,000 ล้านบาท โดยจัดสรร 70% สำหรับพลังงานหมุนเวียน 10% สำหรับธุรกิจก๊าซธรรมชาติและ LNG 10% สำหรับธุรกิจดิจิทัล (Data Center, Cloud, AI) 5% สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ เช่น ท่าเรือและทางหลวงพิเศษ 5% สำหรับการลงทุนอื่นๆ

ในแง่ของเงินทุน GULF มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแรง และยังมีศักยภาพในการระดมทุนสูง เนื่องจากมีสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt to Equity) เพียง 0.9 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าข้อกำหนดที่ 3.5 เท่าอยู่มาก โดยเตรียมออกหุ้นกู้เพิ่มเติมอีก 20,000 ล้านบาท ในเดือนกันยายน และกำลังจัดหาเงินกู้สกุลดอลลาร์อีก 400-600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากสถาบันการเงินชั้นนำในสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และฮ่องกง

@ ไตรมาส 2 โดดเด่น

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 จะเติบโตขึ้นจากไตรมาสแรก เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน ส่งผลให้โรงไฟฟ้า IPP การเดินเครื่องจาก กฟผ. สูงขึ้น ขณะที่โครงการ Jackson ในสหรัฐฯ จะเริ่มรับรู้รายได้ที่สูงขึ้นจากการปรับค่า Capacity Payment จาก 270 ดอลลาร์ เป็น 329 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ในตลาด PJM และในไตรมาสนี้จะมีการบันทึกกำไรจากการขายหุ้น 51% ในโครงการเขื่อนปากลาย ประมาณ 1,900 ล้านบาท นอกจากนี้จะได้รับเงินปันผลอีกประมาณ 2,840 ล้านบาทเข้ามา

ส่วนแนวโน้มทั้งปีคาดว่ารายได้และEBITDA ทั้งปีจะเติบโตประมาณ10-15% โดยจะมีการเปิดโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศเพิ่มอีกเกือบ 700 เมกะวัตต์ โดยเฉพาะในไตรมาส 3 และ 4 ซึ่งรวมถึงโครงการโซลาร์และโซลาร์บวกแบตเตอรี 6 โครงการ รวม 623 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรได้ปีละประมาณ 600 ล้านบาท โครงการขยะชุมชนที่เชียงใหม่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปีนี้ ซึ่งจะสร้างกำไรเพิ่มอีกประมาณ 120 ล้านบาทต่อปี ด้านธุรกิจนำเข้าก๊าซ LNG คาดว่าจะมีการนำเข้าประมาณ 4.5 ล้านตัน และสร้างกำไรประมาณ1,000 ล้านบาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...