GULF ผงาดขึ้นหุ้นเทค ดาต้าเซ็นเตอร์ 2 พันเมก
#GULF #ทันหุ้น – GULF เดินเกมใหญ่สู่หุ้นเทค เร่งปั้นธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์-Cloud-AI เป็น New S-Curve ตั้งเป้าขยายดาต้าเซ็นเตอร์แตะ 2,000 เมกะวัตต์ใน 3-5 ปีข้างหน้า หนุนการเติบโตคู่ธุรกิจพลังงาน พร้อมอัดงบลงทุนกว่า 1.3-1.4 แสนล้านบาท รองรับยุค AI เต็มสูบ ลั่นไตรมาส 2 ผลงานโดดเด่น ทั้งปีโต 10-15%
นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า บริษัทกำลังมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยวางกลยุทธ์ให้ Data Center, Cloud และ AI เป็นธุรกิจ New S-Curve ที่จะสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดควบคู่ไปกับธุรกิจพลังงานซึ่งเป็นธุรกิจหลัก
ทั้งนี้ GULF มองเห็นโอกาสสำคัญจากการที่ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและการทำ Digital Transformation ขององค์กร ซึ่งการประมวลผลข้อมูลมหาศาลของ AI โดยเฉพาะการทำ Training และInference Model จำเป็นต้องพึ่งพาData Center ที่มีประสิทธิภาพและใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก ทำให้ GULF ซึ่งมีทั้งโรงไฟฟ้าและดาต้าเซ็นเตอร์ได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเฉพาะโอกาสในการทำDirect PPA หรือการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรงระหว่างโรงไฟฟ้าของบริษัทกับดาต้าเซ็นเตอร์ สำหรับรายได้จากธุรกิจนี้ บริษัทคาดการณ์ว่าทุกๆ 1 เมกะวัตต์ จะสร้างรายได้ประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี และสร้างกำไรประมาณ 20 ล้านบาทต่อปี
@ ฮับดาต้าเซ็นเตอร์2พันเมก
ปัจจุบันGULF มีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการและพัฒนา 3 แห่ง รวมกำลังการผลิตเกือบ 200 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย GSA01 เริ่มเปิดดำเนินการแล้วคาดว่าลูกค้าจะใช้งานเต็มความจุภายในกลางปีนี้ GSA02 ขนาด 38 เมกะวัตต์ คาดเปิดให้บริการไตรมาส 1 ปี 2570 และ Gulf Edge Data Center 01 (GADC01) : โครงการ Build-to-Suit ขนาด 100 เมกะวัตต์ ร่วมกับ AIS คาดเปิดให้บริการไตรมาส 4/2570 ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตดาต้าเซ็นเตอร์สู่ระดับ 1,000 – 2,000 เมกะวัตต์ ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้า Hyper Scaler ทั้งจากฝั่งตะวันตกและจีน รวมถึงกลุ่ม Enterprise และหน่วยงานภาครัฐ
@ รุกคืบธุรกิจ Cloud และ AI
GULF ยังต่อยอดไปยังธุรกิจCloud ทั้งระดับ Private และ Public ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Google, Oracle และ Microsoft นอกจากนี้ยังรุกธุรกิจAI as a Service โดยจับมือกับ Kore.AI จากสหรัฐ เพื่อนำเสนอAI Solution และWorkflow Automation ให้กับกลุ่มธุรกิจการเงิน ธนาคาร ประกันภัย และโทรคมนาคมในไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและระบบCall Center
@ เงินแกร่งพร้อมลงทุนแสนล.
นางสาวยุพาพิน กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทเตรียมงบลงทุนในอีก 5 ปีข้างหน้า ไว้ประมาณ 130,000 – 140,000 ล้านบาท โดยจัดสรร 70% สำหรับพลังงานหมุนเวียน 10% สำหรับธุรกิจก๊าซธรรมชาติและ LNG 10% สำหรับธุรกิจดิจิทัล (Data Center, Cloud, AI) 5% สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ เช่น ท่าเรือและทางหลวงพิเศษ 5% สำหรับการลงทุนอื่นๆ
ในแง่ของเงินทุน GULF มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแรง และยังมีศักยภาพในการระดมทุนสูง เนื่องจากมีสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt to Equity) เพียง 0.9 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าข้อกำหนดที่ 3.5 เท่าอยู่มาก โดยเตรียมออกหุ้นกู้เพิ่มเติมอีก 20,000 ล้านบาท ในเดือนกันยายน และกำลังจัดหาเงินกู้สกุลดอลลาร์อีก 400-600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากสถาบันการเงินชั้นนำในสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และฮ่องกง
@ ไตรมาส 2 โดดเด่น
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 จะเติบโตขึ้นจากไตรมาสแรก เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน ส่งผลให้โรงไฟฟ้า IPP การเดินเครื่องจาก กฟผ. สูงขึ้น ขณะที่โครงการ Jackson ในสหรัฐฯ จะเริ่มรับรู้รายได้ที่สูงขึ้นจากการปรับค่า Capacity Payment จาก 270 ดอลลาร์ เป็น 329 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ในตลาด PJM และในไตรมาสนี้จะมีการบันทึกกำไรจากการขายหุ้น 51% ในโครงการเขื่อนปากลาย ประมาณ 1,900 ล้านบาท นอกจากนี้จะได้รับเงินปันผลอีกประมาณ 2,840 ล้านบาทเข้ามา
ส่วนแนวโน้มทั้งปีคาดว่ารายได้และEBITDA ทั้งปีจะเติบโตประมาณ10-15% โดยจะมีการเปิดโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศเพิ่มอีกเกือบ 700 เมกะวัตต์ โดยเฉพาะในไตรมาส 3 และ 4 ซึ่งรวมถึงโครงการโซลาร์และโซลาร์บวกแบตเตอรี 6 โครงการ รวม 623 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรได้ปีละประมาณ 600 ล้านบาท โครงการขยะชุมชนที่เชียงใหม่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปีนี้ ซึ่งจะสร้างกำไรเพิ่มอีกประมาณ 120 ล้านบาทต่อปี ด้านธุรกิจนำเข้าก๊าซ LNG คาดว่าจะมีการนำเข้าประมาณ 4.5 ล้านตัน และสร้างกำไรประมาณ1,000 ล้านบาท