โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนผลงานหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล องคมนตรีใหม่ป้ายแดง อดีต สว.แต่งตั้ง-รมต.รัฐบาล คสช.

iLaw

อัพเดต 17 พ.ค. เวลา 09.56 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. เวลา 06.19 น. • iLaw

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 รัชกาลที่ 10 ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เป็นองคมนตรี เพื่อแทนที่ศุภชัย ภู่งาม ที่ลาออกจากตำแหน่งด้วยปัญหาสุขภาพ โดยพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งองคมนตรีนี้ นับเป็นพระบรมราชโองการฉบับที่ 5 ที่ไม่มีผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ นับแต่การแต่งตั้ง เกษม จันทร์แก้ว พล.อ.บัณฑิตย์ มลายอริศูนย์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ แม้ว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 11 จะเขียนชัดว่าพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรี ต้องมีประธานองคมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งประธานองคมนตรีก็คือ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ได้รับการแต่งตั้งเมื่อ 2 มกราคม 2563 จากการสืบค้นในราชกิจจานุเบกษา ก็ยังไม่พบว่าพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พ้นจากตำแหน่ง

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เคยมีบทบาททางการเมืองผ่านการเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการในรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาก่อน แต่นอกจากบทบาทการเป็นฝ่ายบริหารแล้ว ก็เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดพิเศษที่ คสช. แต่งตั้ง ซึ่งพ้นจากตำแหน่งไปเมื่อกลางปี 2567

โหวตเลือกนายกฯ ปี 62 เห็นชอบประยุทธ์ ปี 66 งดออกเสียงทั้งพิธาและเศรษฐา

ก่อนจะมีสว. ที่มาจากการ “เลือกกันเอง” สว. ชุดแรกตามรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งมีระยะเวลาทำงาน 5 ปีนับแต่มีรัฐสภาชุดแรก มาจากการ “แต่งตั้ง” โดยคสช. ที่มาของ 250 สว. มี 3 ทาง 1) 194 คนมาจากการคัดเลือกโดยคณะกรรมการที่คสช. แต่งตั้ง 2) มาจากการเลือกกันเองและส่งรายชื่อให้ คสช. คัดเลือก 3) สว. โดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เป็นหนึ่งใน สว. ชุดที่ 12 อันเป็นชุดแรกตามรัฐธรรมนูญ 2560 ข้อแตกต่างระหว่าง สว. ชุดพิเศษนี้ กับสว. ชุดเลือกกันเอง คือ สว. ชุดพิเศษ มีอำนาจ “เลือกนายกรัฐมนตรี” ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ด้วยวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี ทำให้ สว. ชุดนี้สามารถโหวตเลือกนายกฯ ได้ที่มาจากการเลือกตั้งสองรอบคือการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2562 และการเลือกตั้งปี 2566

ในการเลือกตั้งปี 2562 มีแคนดิเดตนายกฯ ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ารัฐสภา 2 คน คือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคอนาคตใหม่ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่ง สว. 249 คนรวมถึงหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เสียงไม่แตกโหวตพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ยกเว้นพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาซึ่งนั่งตำแหน่งรองประธานรัฐสภา

ในการโหวตเลือกนายกฯ หลังเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 พรรคก้าวไกลซึ่งเป็นพรรคที่ได้ สส. มากที่สุดในสภาเสนอชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ต่อรัฐสภาโดยไม่มีผู้ท้าชิงจากพรรคอื่น อย่างไรก็ตาม พิธาก็ไม่ได้นั่งเก้าอี้นายกฯ เนื่องจากได้คะแนนเสียงเห็นชอบ 324 เสียง ไม่ถึงเป้าหมายที่ควรได้อย่างต่ำคือ 376 เสียง (เกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา) สว. 34 เสียงโหวตไม่เห็นชอบ ขณะที่ส่วนใหญ่ 159 เสียงเลือกโหวตงดออกเสียง หม่อมหลวงปนัดดาก็เป็นอีก 1 เสียงที่โหวตงดออกเสียง และหลังรัฐสภาลงมติว่าจะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ที่โหวตไม่ผ่านซ้ำอีกรอบไม่ได้ พรรคเพื่อไทยซึ่งได้ สส. เป็นลำดับที่ 2 ก็เสนอชื่อเศรษฐา ทวีสิน แม้การเลือกนายกฯ ครั้งที่ 2 นี้จะจบลงด้วยชัยชนะของเศรษฐา แต่ก็มี สว. 68 คนที่โหวตงดออกเสียง หม่อมหลวงปนัดดาก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยสรุปคือในการเลือกนายกฯ เมื่อปี 2566 เขาโหวตงดออกเสียงทั้งพิธาและเศรษฐา

ลงมติแก้รัฐธรรมนูญ โหวตรับร่างแก้ระบบเลือกตั้ง โหวตโนร่าง 3 ฉบับที่ประชาชนเสนอ

ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปี 2565 ทั้ง สส. และ สว. แต่งตั้งก็มีวาระสำคัญที่ต้องพิจารณาคือการแก้รัฐธรรมนูญถึง 5 ภาคจาก 26 ข้อเสนอ

ภาคแรก มีข้อเสนอเป็นร่างแก้รัฐธรรมนูญ 7 ฉบับ ในจำนวนนี้ 3 ฉบับเสนอตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ประกอบด้วย 1) ร่างพรรคเพื่อไทย 2) ร่างพรรคพลังประชารัฐ และ 3) ร่างภาคประชาชน หม่อมหลวงปนัดดาโหวตเห็นชอบแก้ร่างของพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่ร่างภาคประชาชนเขาโหวต “ไม่เห็นด้วย” ส่วนอีก 4 ฉบับที่เหลือ เสนอโดยพรรคเพื่อไทยทั้งหมด ประกอบด้วยเรื่องยกเลิกอำนาจ สว. ปฏิรูปประเทศ ยกเลิกอำนาจ สว. เลือกนายกฯ ยกเลิกบทบัญญัตินิรโทษกรรม คสช.และแก้ไขระบบเลือกตั้งใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เขาโหวต “งดออกเสียง” ทั้งหมด

รัฐสภารับหลักการร่าง 2 ฉบับที่มีเนื้อหาเรื่องตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญมาจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ คือร่างพรรคเพื่อไทยและร่างพรรคพลังประชารัฐ แต่ก่อนที่ร่างจะเข้าสู่การพิจารณาลงมติรายมาตราในวาระสอง สส. พรรคพลังประชารัฐและ สว. ก็จับมือกันเสนอญัตติเข้ารัฐสภาเพื่อส่งเรื่องไปถามศาลรัฐธรรมนูญว่ารัฐสภามีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ ในการลงมตินัดนี้เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2564 หม่อมหลวงปนัดดาไม่ได้ร่วมลงมติ แต่หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า “รัฐสภามีอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญ แต่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องมีการทำประชามติก่อน” เมื่อถึงคราวลงมติร่างแก้รัฐธรรมนูญในวาระ 3 ร่างก็ตกไปโดย สว. โหวตงดออกเสียง 84 เสียง และ สว. ส่วนใหญ่ใช้เทคนิคขานโหวต “ไม่ประสงค์ลงคะแนน” 127 เสียง ซึ่งหม่อมหลวงปนัดดาก็อยู่ในกลุ่มหลัง

ภาค 2 พิจารณาร่างแก้รัฐธรรมนูญทั้งหมด 13 ฉบับ ประกอบไปด้วยร่างที่เสนอโดยพรรคพลังประชารัฐพรรคเดียว 1 ฉบับ เสนอโดยพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ 4 ฉบับ เสนอนำโดยพรรคภูมิใจไทย 2 ฉบับ เสนอโดยพรรคประชาธิปัตย์ 6 ฉบับ มีร่างที่ผ่านวาระ 1 ฉบับเดียวคือร่างที่เสนอโดยพรรคประชาธิปัตย์ แก้ไขเรื่องระบบเลือกตั้ง ในวาระ 1 หม่อมหลวงปนัดดาโหวตรับหลักการ แต่เมื่อถึงวาระ 3 กลับโหวตงดออกเสียง

ภาค 3 พิจารณาร่างแก้รัฐธรรมนูญ “รื้อระบอบประยุทธ์” ยกเลิก สว. รื้อองค์กรอิสระ เสนอโดยภาคประชาชน ร่างนี้ถูกคว่ำไปในวาระ 1 ด้วยคะแนนเสียงไม่รับหลักการ 474 เสียงและในจำนวนนี้เป็นเสียง สว. 225 เสียง หม่อมหลวงปนัดดาก็เป็นหนึ่งในผู้ที่โหวตไม่รับหลักการ

ภาค 4 พิจารณาร่างแก้รัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ 1 ฉบับเสนอโดยภาคประชาชน เนื้อหาคือตัดอำนาจสว. .เลือกนายกฯ อีก 3 ฉบับเสนอโดยพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วยเรื่องสิทธิชุมชน สิ่งแวดล้อม สิทธิกระบวนการยุติธรรม สิทธิสาธารณสุข และกำหนดให้นายกฯ ต้องเป็น สส. ผลปรากฏว่าร่างทุกฉบับ “ตกหมด” เมื่อสำรวจการลงมติของหม่อมหลวงปนัดดา เขาโหวต “ไม่รับหลักการ” ทั้ง 4 ฉบับ

ภาค 5 ร่างแก้รัฐธรรมนูญปลดล็อกท้องถิ่น เสนอโดยภาคประชาชน ร่างนี้ตกไปด้วยคะแนนเสียงไม่รับหลักการ 245 เสียง ในการพิจารณาร่างนี้ หม่อมหลวงปนัดดาไม่ได้เข้าร่วมลงมติ

นั่งเก้าอี้รองประธานกมธ.พิทักษ์สถาบันฯ รับเหมาบรรยายหัวข้อ “สถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทย”

ในวุฒิสภา จะมีคณะกรรมาธิการชุดหนึ่งที่สภาผู้แทนราษฎรไม่มี ก็คือ คณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ (กมธ.พิทักษ์สถาบันฯ) ซึ่งตั้งขึ้นตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2562 มีหน้าที่และอำนาจกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ (ข้อ 82) ซึ่งกมธ. ชุดนี้ก็เคยมีในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติยุค คสช. เช่นกัน โดยหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เคยเป็นรองประธานกมธ. ชุดนี้

หนึ่งในผลงานของกมธ. พิทักษ์สถาบันฯ คือ โครงการเสริมสร้างความพร้อมแก่ท้องถิ่น หลักสูตร “กระบวนการเสริมสร้างผู้นำนักประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม” เป็นในโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของวุฒิสภา โดยจะมีการจัดบรรยายภายใต้โครงการนี้ในอยู่เป็นระยะ ตามสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทย โดยมีหัวข้อการบรรยาย คือ “สถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทย” ผู้รับผิดชอบเป็นวิทยากรในการบรรยายหัวข้อดังกล่าว ปี 2563 ถึงปี 2564 โดยโครงการนี้ได้ดำเนินไป 9 ครั้ง หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รองประธานกมธ.พิทักษ์ฯ รับผิดชอบเป็นวิทยากรบรรยายทุกครั้ง

ทั้งนี้ ในการประชุมของกมธ. พิทักษ์สถาบันฯ นับถึง 6 พฤษภาคม 2565 กมธ. พิทักษ์สถาบันฯ ประชุมไปแล้วอย่างน้อย 57 ครั้ง แต่การประชุม “ปิดลับ” บันทึกการประชุมของกมธ.พิทักษ์สถาบันฯ ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะหรืออัพโหลดบนเว็บไซต์วุฒิสภาแต่อย่างใด โดยเหตุมาจากกมธ.พิทักษ์สถาบันฯ เอง มีมติให้การประชุมเป็นการประชุมลับ และเสนอเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อให้พิจารณามีมติไม่เปิดเผยบันทึกการประชุมของกมธ.พิทักษ์สถาบันฯ

ผลงานชิ้นใหญ่ของกมธ.พิทักษ์สถาบันฯ ที่หม่อมหลวงปนัดดาเป็นรองประธานกมธ. คือ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง คุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งระบุถึงคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยหลายด้าน เช่น คุณูปการด้านการปกครองในประเทศไทย คุณูปการด้านการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย คุณูปการต่อฝ่ายนิติบัญญัติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...