กัมพูชาแจ้งสหรัฐฯ เตรียมใช้กลไก UNCLOS แก้ข้อพิพาทกับไทย
กัมพูชาได้แจ้งต่อสหรัฐฯ ว่า จะใช้กระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) แก้ข้อพิพาททางทะเลกับไทย หลังจากไทยประกาศถอนตัวจากข้อตกลงพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเล หรือ MOU 2544
โดย ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ได้แจ้งการตัดสินใจดังกล่าวแก่ แอลลิสัน ฮุกเกอร์ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศฝ่ายกิจการการเมืองของสหรัฐฯ ระหว่างการหารือทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา
กัมพูชาระบุว่า ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้สะท้อนถึงจุดยืนอันยาวนานของกัมพูชาในการแก้ไขข้อพิพาทต่างๆ โดยสันติวิธีและเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ
โดยนายปรัก สุคน ได้ย้ำถึงความต้องการของกัมพูชาที่จะฟื้นฟูความเชื่อมั่นและปรับความสัมพันธ์กับไทยให้กลับคืนสู่ปกติ ควบคู่ไปกับการใช้กลไกทางกฎหมายและทางการทูตเพื่อแก้ไขข้อพิพาททางทะเล
การตัดสินใจพึ่งกลไก UNCLOS ของกัมพูชาเกิดขึ้นหลังจากที่ไทยได้มีมติยกเลิก MOU 2544 โดยฝ่ายเดียวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นแนวทางในการเจรจาร่วมกันของทั้งสองประเทศมานานกว่า 20 ปี
ด้านนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนตของกัมพูชา ได้ย้ำอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ โดยระบุว่า แม้จะว่าการเจรจาจะมีโอกาสประสบความสำเร็จแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ ก็ยังดีกว่าการทำสงคราม
ผู้นำกัมพูชาได้กล่าวระหว่างงานเฉลิงฉลองวันทหารผ่านศึกและผู้เกษียณอายุราชการครั้งที่ 19 ที่กรุงพนมเปญ เมื่อ 15 พ.ค. โดยย้ำว่า ความขัดแย้งทางอาวุธนำความเดือดร้อนมาให้ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ การทูตและการเจรจาจึงเป็นแนวทางที่ควรเลือกใช้ทุกครั้งที่สามารถทำได้
นายฮุน มาเนต ยังกล่าวถึงความปรารถนาอันยาวนานของกัมพูชาในการหลีกเลี่ยงสงคราม โดยระบุว่ากัมพูชาแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างสันติมาโดยตลอด ควบคู่ไปกับการปกป้องอธิปไตยและชีวิตประชาชน
ผู้นำกัมพูชาอธิบายว่าการเดินหน้าเจรจาไม่ได้หมายความว่าเป็นการยอมสูญเสียดินแดน แต่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการแก้ไขข้อพิพาทผ่านกลไกทางการทูตและกฎหมายอย่างถึงที่สุด
นายฮุน มาเนต ยังกล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์และความเข้าใจผิดของประชาชนต่อคำพูดก่อนหน้านี้ของเขา โดยอธิบายว่า เขาไม่ได้หมายความว่าการเจรจามีโอกาสสำเร็จเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น แต่สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อคือ ความสำคัญของการคว้าทุกโอกาสที่เป็นไปได้ในการเจรจา ไม่ว่าความหวังนั้นจะดูริบหรี่เพียงใดก็ตาม
อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรีกัมพูชาตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบัน ช่องทางการเจรจาทวิภาคีเริ่มไม่มีประสิทธิภาพแล้ว ทำให้กลไกทางกฎหมายมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
ฮุน มาเนตกล่าวว่า กัมพูชาจะยังคงพึ่งพากรอบกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ควบคู่ไปกับการเคารพข้อตกลงที่มีอยู่เดิมเกี่ยวกับกิจการชายแดนต่อไป
ขณะเดียวกันกระทรวงวัฒนธรรมของกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ประท้วงอย่างรุนแรงตต่อการที่ไทยได้จัดงาน พิธีกรรมทางศาสนา และเปิดปราสาทคะนาให้ประชาชนจำนวนมากเข้าชม โดยย้ำว่าปราสาทคนา รวมถึงปราสาทตาควายและปราสาทตาเมือนธม เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่ภายในดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา ตามที่ได้ระบุไว้ในสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี ค.ศ. 1904 และ 1907 และเอกสารการปักปันเขตแดนที่เกี่ยวข้องซึ่งได้รับการรับรองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
กระทรวงวัฒนธรรมของกัมพูชา ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติกิจกรรมทั้งหมดในสถานที่ทางวัฒนธรรมของกัมพูชาที่อยู่ภายใต้การยึดครองโดยทันที รวมถึงถอนมาตรการที่ผิดกฎหมายทั้งหมด และละเว้นจากการกระทำใดๆ ที่อาจทำให้ความตึงเครียดรุนแรงขึ้น หรือส่งผลเสียต่อการยุติปัญหานี้โดยสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ แถลงการณ์ย้ำด้วยว่ากัมพูชายังคงมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการปกป้องอธิปไตยของตน การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และการดำเนินมาตรการทางกฎหมายและการทูตที่สันติและเหมาะสมทั้งหมด เพื่อปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนของตน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เกาะติดสงครามอิหร่าน 17 พ.ค. 69 “ทรัมป์” ส่งสัญญาณรบอิหร่านรอบใหม่?
ทรัมป์ เตือน! ไม่ต้องการเห็น "ไต้หวัน" ประกาศเอกราชจากจีน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กัมพูชาแจ้งสหรัฐฯ เตรียมใช้กลไก UNCLOS แก้ข้อพิพาทกับไทย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com