โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"WHO องค์การอนามัยโลก" แถลงการณ์ระบาดของอีโบลาในคองโก ถูกยกระดับความเสี่ยงสู่ระดับสูงสุด หลังยอดผู้ติดเชื้อ-เสียชีวิตพุ่งสูง

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

องค์การอนามัยโลกออกแถลงข่าวระบุว่า ความเสี่ยงจากโรคอีโบลาที่ร้ายแรง ได้ถูกยกระดับขึ้นสู่ระดับสูงสุดสำหรับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เนื่องจากจำนวนผู้เสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก มีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว 82 ราย และผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว 7 ราย ขณะที่มีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อเกือบ 750 ราย และมีผู้เสียชีวิตที่ต้องสงสัยอีก 177 ราย โดยการระบาดครั้งนี้เกิดจากเชื้ออีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูโจ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบได้ไม่บ่อย และยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ การค้นหาผู้สัมผัสเชื้อ และแยกกักตัวเป็นเวลา 21 วัน ถือเป็นวิธีเดียวที่จะตัดวงจรการแพร่เชื้อได้ ด้านดร. เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า สถานการณ์ในคองโกถือว่า ท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องเร่งติดตามผู้สัมผัสเชื้อ และควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่ที่มีปัญหาด้านความมั่นคง ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อจริงในคองโก อาจมีมากกว่าตัวเลขที่ได้รับการยืนยันแล้วอย่างแน่นอน ขณะที่สถานการณ์ในประเทศยูกันดา ก็ยังถือว่าทรงตัว หลังพบผู้ติดเชื้อ 2 รายที่เดินทางมาจากคองโก และมีผู้เสียชีวิต 1 รายทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกได้ปรับระดับความเสี่ยงในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกจาก “สูง” เป็น “สูงมาก” และยังคงระดับความเสี่ยงในภูมิภาคไว้ที่ “สูง” แต่ในระดับโลก คงไว้ที่ระดับ “ต่ำ” โดยอับดี ราห์มาน มาฮามุด ผู้อำนวยการฝ่ายเตือนภัยและตอบสนองเหตุฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก อธิบายว่า การประเมินดังกล่าวพิจารณาจากผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์, ความเสี่ยงในการแพร่กระจาย, และศักยภาพในการรับมือของระบบสาธารณสุข ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือ ความเป็นไปได้ที่ไวรัสจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว มีสูงมาก สำหรับแนวทางการรักษา องค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยเกิดการระบาดของอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูโจเพียง 2 ครั้ง คือในยูกันดาเมื่อปี 2550 และในคองโกเมื่อปี 2555 โดยซิลวี บรียอง หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลกกล่าวว่า องค์กรกำลังเร่งนำเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีอยู่มาประเมินว่า สามารถใช้ต่อสู้กับสายพันธุ์นี้ได้หรือไม่ นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้ทดลองใช้ยาต้านไวรัสชนิดรับประทาน “โอเบลเดซิเวียร์” เพื่อป้องกันการเกิดโรคในกลุ่มผู้สัมผัสเชื้อความเสี่ยงสูง โดยบรียองได้กล่าวว่า ยาดังกล่าวมีแนวโน้มที่ดีในการช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ที่ติดเชื้อแล้ว พัฒนาไปสู่การป่วยรุนแรง ส่วนด้านวัคซีนนั้น วัคซีน “เออร์เวโบ” ซึ่งใช้ได้ผลกับอีโบลาสายพันธุ์ซาอีร์ ยังมีหลักฐานน้อยมากว่าสามารถป้องกันสายพันธุ์บุนดิบูโจได้ ขณะที่วัคซีนเฉพาะสำหรับสายพันธุ์นี้ ยังไม่มีโดสพร้อมใช้ทดลองในมนุษย์ และหากเร่งพัฒนา ก็อาจต้องใช้เวลาอีก 6-9 เดือน จึงจะพร้อมใช้งาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...