โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ ขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ย้ำใช้ทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่า

THE STANDARD

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
นายกฯ ขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ย้ำใช้ทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่า

วันนี้ (9 กรกฎาคม) เวลา 17.15 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ว่า ขอขอบพระคุณตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกท่าน ที่กรุณาเร่งพิจารณาและมีคำวินิจฉัยใน พ.ร.ก. ดังกล่าวด้วยความรวดเร็ว ทำให้รัฐบาลมีความมั่นใจที่จะดำเนินการใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดแก่ประชาชน

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะทำงานได้อย่างสบายใจมากขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลทำงานด้วยความสบายใจอยู่แล้ว เพราะทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ และทำทุกอย่างเพื่อประชาชน เราเฝ้าระวังการใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ เพราะชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นเงินกู้ ไม่ใช่เงินงบประมาณ ดังนั้นจึงต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ก็อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ โดยกระทรวงการคลังสามารถเจรจาให้เหลือเพียง 1.2% เมื่อต้นทุนทางการเงินต่ำ เงินทุกบาทที่นำไปลงทุนจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างประโยชน์ และทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ (Multiplier Effect) ได้หลายรอบ ซึ่งทุกครั้งที่เศรษฐกิจหมุนเวียน รัฐก็สามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีในรูปแบบต่าง ๆ กลับคืนมาได้ อีกทั้งเมื่อดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการชำระดอกเบี้ย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า แผนการใช้จ่ายตาม พ.ร.ก. กู้เงิน ยังรวมถึงการปรับโครงสร้างด้านพลังงาน ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและค่าไฟฟ้าของประชาชน จึงต้องใช้โอกาสนี้ผลักดันให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ทั้งต่อรัฐบาล ประชาชน และประเทศชาติ เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นผลจากคำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง หรือไม่ ก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยว่า พ.ร.ก. ดังกล่าวไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญแบ่งการวินิจฉัยออกเป็น 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกเกี่ยวกับวงเงิน 200,000 ล้านบาท สำหรับการช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงาน ศาลมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง วินิจฉัยว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

ส่วนประเด็นที่สอง ซึ่งเป็นวงเงินอีก 200,000 ล้านบาท สำหรับการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก รวมถึงการพัฒนาทักษะประชาชนและนวัตกรรมด้านพลังงาน ศาลมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียง วินิจฉัยว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญเช่นกัน

สำหรับตุลาการเสียงข้างมาก 7 คน เห็นว่าการกู้เงินเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานยังอยู่ในขอบเขตของสถานการณ์วิกฤตที่รัฐสามารถตรา พ.ร.ก. ได้ตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่ตุลาการเสียงข้างน้อย 2 คน เห็นว่ามาตรการในส่วนดังกล่าวไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 172 วรรคหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า จะเผยแพร่คำวินิจฉัยฉบับเต็มและความเห็นส่วนตนของตุลาการแต่ละคนต่อสาธารณะในโอกาสต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...