โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

บทวิเคราะห์: อิหร่านกล้าเล่นกับไฟเพราะคำนวณแล้วว่าทรัมป์จะไม่คิดจะทำสงครามเต็มรูปแบบ

The Better

อัพเดต 42 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER

การที่อิหร่่านทำการโจมตีเรืออย่างท้าทาย แสดงว่าอิหร่านกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความย้อนแย้งที่สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง นั่นคืออิหร่านอาจจะคำนวณแล้วว่า วิธีการที่จะสามารถเพิ่มอำนาจการป้องกันการโจมตีในระยะยาวได้ ก็ต้องยั่วยุให้สหรัฐฯ ทำการโจมตีตนอีกครั้ง

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า อิหร่านยังคาดหวังว่าทรัมป์ ไม่ว่าจะโกรธและโอ้อวดเพียงใด ก็คงไม่ต้องการกลับไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันไม่พอใจก่อนการเลือกตั้งสภาคองเกรสหลายเดือน

อิหร่านเรียนรู้จากสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ว่า ไพ่ใบสุดท้ายของตนคือช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นประตูแคบๆ สำหรับน้ำมันหนึ่งในห้าของโลก

“พวกเขาต้องการให้มีการยอมรับว่าอิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอยู่จริง นั่นคือจุดยืนขั้นต่ำของพวกเขา นั่นคืออำนาจต่อรองของพวกเขากับสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตก ซึ่งเข้ามาแทนที่การเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในอดีต” อเล็กซ์ วาตันกา นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันตะวันออกกลาง (Middle East Institute) กล่าว

“โดยพื้นฐานแล้ว พวกเขาคิดว่าเวลาอยู่ข้างพวกเขา พวกเขาสามารถรับความเสียหายได้มากกว่าชาวอเมริกันและประเทศในอ่าวเปอร์เซีย และนั่นคือสิ่งที่พวกเขากำลังเดิมพันอยู่” เขากล่าว

ทรัมป์ประกาศหยุดยิงกับอิหร่านตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน ทำให้ประเทศอิสราเอลไม่พอใจ ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และสหรัฐอเมริกากำลังพยายามหาทางออกที่ง่ายในการขับไล่กองกำลังอิหร่านออกจากช่องแคบฮอร์มุซที่อยู่ติดกัน

รัฐบาลอิหร่าน ซึ่งได้จัดตั้งระบบค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบ (ซึ่งสหรัฐอเมริกานิยามว่าเป็นการเรียกเก็บสินบน) ได้โจมตีเรือพาณิชย์อย่างน้อย 3 ลำในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ตามรายงานของกองทัพสหรัฐฯ

สหรัฐอเมริกาตอบโต้ด้วยการโจมตีอย่างกว้างขวาง ทรัมป์ประกาศว่าการหยุดยิง "สิ้นสุดลงแล้ว" และสาบานว่าจะโจมตีอิหร่าน "อย่างหนัก" แต่ก็กล่าวว่าเขาไม่ได้ต้องการสงครามยืดเยื้อในขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

อิหร่านตกลงในบันทึกข้อตกลงหยุดยิงที่ลงนามกับทรัมป์เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เพื่ออนุญาตให้เรือแล่นผ่านช่องแคบได้

แต่อิหร่านก็ต้องการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าตนเป็นผู้ควบคุม และคัดค้านการที่สหรัฐฯ เข้าคุ้มกันเรือแต่เพียงฝ่ายเดียว ตามที่เนการ์ มอร์ตาซาวี นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์นโยบายระหว่างประเทศ (Center for International Policy) ซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายซ้ายกล่าว

"อิหร่านกำลังพยายามหลีกเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง แต่ก็เชื่อว่าการไม่ตอบโต้ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เพราะจะแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอและเชิญชวนให้เกิดแรงกดดันมากขึ้น" เธอกล่าว

"การคำนวณของอิหร่านคือ การยกระดับความขัดแย้งอย่างจำกัดและรอบคอบสามารถฟื้นฟูการป้องปรามได้โดยไม่ต้องก้าวข้ามไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ"

ความเสี่ยงมีอยู่มากมาย
รัฐบาลของอิหร่านอาจรู้สึกว่าตนแทบไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วจากการโจมตีแบบครั้งเดียวจบอีกครั้ง หลังจากสงครามที่คร่าชีวิตผู้นำสูงสุดที่ครองอำนาจมายาวนานอย่างอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ไปแล้ว

สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านไม่ได้เผชิญกับข้อจำกัดเดียวกันจากความคิดเห็นของประชาชน เนื่องจากเพิ่งปราบปรามการประท้วงครั้งใหญ่ไปอย่างโหดเหี้ยมในเดือนมกราคม

แต่กลยุทธ์ของรัฐบาลที่เตหะรานนั้นเต็มไปด้วยความเสี่ยง ทรัมป์ไม่เป็นที่รู้จักในเรื่องความแน่นอน และเคยขู่ว่าจะทำลายอารยธรรมอิหร่านทั้งหมดด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มาก่อน

ทรัมป์อาจให้ไฟเขียวแก่การโจมตีอิหร่านครั้งใหม่โดยอิสราเอล ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอิสราเอลไม่เหนื่อยหน่ายกับสงครามมากนัก และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กำลังเผชิญกับแรงกดดันทางการเมืองให้แสดงผลงานก่อนการเลือกตั้ง

ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือระบอบกษัตริย์อาหรับในอ่าวเปอร์เซียที่ร่ำรวยน้ำมัน ซึ่งภาคภูมิใจในความมั่งคั่งและความมั่นคง แต่ถูกอิหร่านโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยอ้างว่าเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ

อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรนอีกครั้งในวันพุธ

“เตหะรานมองว่าสองรัฐนี้เป็นจุดกดดันที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดและมีต้นทุนต่ำที่สุดในอ่าวเปอร์เซีย” ฮาหมัด อัลธูนาเยียน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยคูเวต กล่าว

“มันทำให้อิหร่านสามารถแสดงแสนยานุภาพ สร้างความเสียหาย และทดสอบความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ และกลุ่มความร่วมมืออ่าวเปอร์เซีย” เขากล่าว

อาลี วาเอซ ผู้อำนวยการโครงการอิหร่านของกลุ่มวิเคราะห์วิกฤตการณ์ระหว่างประเทศ (International Crisis Group) ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการกลับไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ โดยกล่าวว่าทรัมป์ตระหนักดีว่าการยกระดับความขัดแย้งเช่นนั้นจะนำมาซึ่งต้นทุนทางเศรษฐกิจและการทหารมหาศาล

“ผมคิดว่าคำพูดของทรัมป์นั้นเกินจริงเหมือนเคย” วาเอซกล่าว

อิหร่านเชื่อว่าการควบคุมช่องแคบ “เป็นความสำเร็จที่สำคัญที่สุดที่พวกเขาได้รับในสงครามครั้งนี้”

“พวกเขาหลั่งเลือดเพื่อมัน และพวกเขาจะไม่ยอมเสียมันไป” วาเอซกล่าว

Agence France-Presse

Photo - ชายคนหนึ่งสวมชุดนักรบแบบดั้งเดิมยืนอยู่บนถนน ขณะที่ผู้ไว้อาลัยเดินทางมาถึงใกล้ศาลเจ้าอิหม่ามเรซาเพื่อร่วมพิธีศพของผู้นำอิหร่าน อาลี คาเมเนอี ที่ถูกสังหาร และสมาชิกในครอบครัวของเขาในเมืองมาชาด เมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 (Photo by WAKIL KOHSAR / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...