โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ร้องป.ป.ช.ฟัน‘ชัชชาติ’ ตั้ง17บิ๊กกทม.ผิดม.157

ไทยโพสต์

อัพเดต 12 มิถุนายน 2569 เวลา 5.19 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"จิรายุ” ควง "คริส” ร้อง ป.ป.ช.ฟัน “ชัชชาติ” ผิดมาตรา 157 ปมตั้ง ผอ.-ผู้ตรวจ 17 คน ลั่นลุยถล่มระบอบอากงต่อ จ่อเปิดมหากาพย์ส่วยเทศกิจ-โยธา "รักชนก" มั่นใจ "ดร.โจ" ตัวเลือกที่ดีสุด เตรียมสอบ กทม.ปมทุจริตเครื่องออกกำลังกาย

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน เวลา 10.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กทม. พรรคเพื่อไทย และนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ ยื่น ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าฯ และคณะกรรมการคัดสรรข้าราชการที่เกี่ยวข้อง โดยกล่าวหาว่ามีเจตนาพิเศษเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 ก.ย.68 มีผล 1 ต.ค.68 นายชัชชาติได้ลงนามแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ จำนวน 17 ราย และยังแต่งตั้งผู้ตรวจราชการ อีก 2 คน โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ต่อมาวันที่ 23 มี.ค.69 คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) กทม. มีคำวินิจฉัยว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกคำสั่ง ย่อมถือว่าการแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวของผู้ว่าฯ กทม.เป็นความผิดสำเร็จแล้ว นอกจากนี้ ยังพบความพยายามในการออกคำสั่งให้ข้าราชการทั้ง 17 รายไปช่วยราชการที่สำนักปลัด กทม.เป็นการชั่วคราว และยังให้สามารถใช้งบประมาณของข้าราชการทั้ง 17 ราย ย้อนหลังตั้งแต่ 1 ต.ค.68

กระทั่งวันที่ 17 เม.ย.69 นายชัชชาติให้คณะกรรมการคัดสรรคัดเลือกใหม่ครั้งที่ 2 อย่างรวบรัดเร่งรีบเพียง 10 กว่าวัน จนวันที่ 30 เม.ย.69 ผู้ว่าฯ กทม.ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งอีกครั้ง อ้างว่ากระบวนการคัดสรรใหม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว และให้ข้าราชการทั้ง 17 ราย กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งเดิมทุกคน ต่อมาวันที่ 1 มิ.ย.69 ข้าราชการ กทม.ได้ยื่นร้องต่อ ก.พ.ค. กทม.อีกครั้ง ว่าการคัดสรรครั้งที่ 2 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งการออกคำสั่งว่าให้การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.68 เป็นการจงใจทำให้รัฐเสียหาย

นอกจากนี้ ยังได้รับเรื่องร้องเรียนว่า ผอ.เขต ซึ่งเป็น 1 ใน 17 ราย คุกคามทางเพศกับผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งได้แนบการร้องเรียนและพยานหลักฐานไว้ด้วยแล้ว จึงมาร้องทุกข์ กล่าวโทษให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีกับนายชัชชาติขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. มีพฤติกรรมและมีเจตนาพิเศษ เพื่อประโยชน์ของตนเองในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการในสมัยต่อไป

"ถามว่าทำไมเพิ่งตรวจสอบตอนนี้ ก็เรื่องมันเพิ่งเกิดก่อนนายชัชชาติลาออกไม่กี่วัน กระบวนการอากงพยายามที่อยากกลับเข้ามาบริหารงบแสนล้านมีจริง และผมเป็นนักตรวจสอบผู้ว่าฯกทม.มาทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่รถเรือดับเพลิง กล้องดัมมี รถไฟฟ้าสีเขียว ดีแล้วที่มีคนช่วยคน กทม.ตรวจสอบ หากไปทำปีหน้าก็หาว่าฮั้วกันอีก ผมถือว่าผู้ว่าฯ กทม.ที่คนกรุงให้ความไว้วางใจต้องโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม ตรวจสอบได้ ต้องไม่ปากว่าตาขยิบ ส่วนเรื่องต่อไปคือมหากาพย์ส่วยเทศกิจ โยธา และจัดซื้อจัดจ้างล็อกสเปก ที่ผมจะยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ ป.ป.ช. เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจน ไปลงถุงเงินหลังบ้านของระบอบอากง" นายจิรายุระบุ

ด้านนายคริสกล่าวถึงกรณีที่ตนเองและพรรคเศรษฐกิจต้องมาทำเรื่องนี้ในช่วงนี้ว่า หากนายชัชชาติไม่ลงเลือกตั้งอีกครั้ง คงพอจะปล่อยไปได้ แต่วันนี้นายชัชชาติเสนอตัวเป็นผู้ว่าฯ กทม. อีกรอบ คำถามคือ 4 ปีที่ผ่านมาได้ทำถูกต้องทุกประการแล้วหรือยัง ซึ่งเข้าใจดีว่าประชาชนหลายคนยังชื่นชอบ แต่ผู้ว่าฯ ที่ท่านชอบมีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ มีระบอบใดระบอบหนึ่งที่เป็นระบอบการทุจริตกัดกินกรุงเทพฯ หรือไม่ หากหลังจากนี้มีการทุจริตเกิดขึ้นในเขตเหล่านี้ ใครแต่งตั้งคนแบบนั้นเข้าไปจะต้องรับผิดชอบด้วย

ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการติดตามเรื่องงบประมาณจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายของ กทม.ว่า ขณะนี้ กมธ.กำลังพิจารณาว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมก่อนหรือหลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯ เพราะไม่อยากถูกกล่าวหาว่านำมาเป็นประเด็นทางการเมือง ทั้งนี้ หากหารือหลังการเลือกตั้ง อาจจะมีการเชิญผู้ว่าฯ กทม.มาร่วมชี้แจงด้วยตัวเอง

ส่วนที่นายชัชชาติและนางทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.ชี้แจงแล้วถือว่าฟังขึ้นหรือไม่นั้น น.ส.รักชนกกล่าวว่า อยากให้แสดงความจริงใจในการจัดการปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในองค์กรให้มากกว่านี้ การที่ออกมาพูดว่าต้องให้เกียรติคนที่ส่อพฤติกรรมไปในทางทุจริต หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าวนั้น มองว่าอาจจะเลือกให้เกียรติผิดคน และควรหันมาเลือกให้เกียรติประชาชนผู้เป็นเจ้าของเงินภาษีมากกว่า

เมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าพรรคประชาชนหยิบยกเรื่องนี้มาโจมตีในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งเป็นเกมการเมือง ทั้งที่ทราบเรื่องมาตั้งแต่เดือน ก.พ. น.ส.รักชนกกล่าวว่า นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ได้โพสต์และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับประเด็นนี้ไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง จึงอยากขอให้ประชาชนพิจารณาด้วยความเป็นธรรมว่าเป็นการทำงานเกาะติดประเด็นอย่างต่อเนื่อง

"มั่นใจในเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทุกคน และเชื่อมั่นว่านายชัยวัฒน์คือตัวเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้ ซึ่งพร้อมที่จะลงแรงและตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่" น.ส.รักชนกระบุ

วันเดียวกัน นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 เปิดพื้นที่รับฟังปัญหาจากตัวแทนสหพันธ์ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย กทม. ซึ่งประกอบด้วยผู้ค้าจากหลายพื้นที่สำคัญ เช่น ราษฎร์บูรณะ, โบ๊เบ๊, สะพานพุทธ และศรีย่าน นำโดยนางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดระเบียบพื้นที่ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ค้ากว่า 2 แสนราย

ประธานสหพันธ์ฯ และตัวแทนต่างสะท้อนถึงปัญหาว่า ในยุคหลังๆ กติกาการตั้งวางแผงลอยมีความเข้มงวดและปรับเปลี่ยนบ่อยครั้ง จนกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ทางเท้าในส่วนที่มีความกว้าง 2-3 เมตร ตามกติกาไม่ให้มีการตั้งแผงลอยนั้น ผู้ค้าทุกคนเข้าใจและยอมรับ แต่พื้นที่ทางเท้ามีความกว้าง 5 เมตร แต่ยังถูกยกเลิกการขาย ทำให้ผู้ค้าได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จึงขอเรียกร้องให้ผู้ว่าฯ คนใหม่หันมาพิจารณานโยบายที่เปิดโอกาสให้ผู้ค้าได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพื้นที่มากขึ้น

นายอนุชากล่าวว่า เข้าใจดีว่าเมื่อคนเดินถนนต้องมาเจอสิ่งกีดขวางเขาก็ลำบาก แต่ต้องมีทางออกที่สมดุล ระเบียบต้องมีไว้เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ แต่การแก้ไขปัญหาต้องโปร่งใส และที่สำคัญคือต้องเปิดโอกาสให้ผู้ค้าได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจของเขตด้วย

ขณะที่ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 14 นำคาราวานรถแห่ลงพื้นที่พบปะประชาชนในเขตบางเขน บริเวณย่านสะพานใหม่ ตลาดยิ่งเจริญ และต่อเนื่องไปยังพื้นที่เขตสายไหม โดยระบุว่า ถือเป็นย่านเศรษฐกิจและชุมชนขนาดใหญ่ที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น แต่ยังคงเผชิญปัญหาหลายด้านที่ประชาชนร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญหาการเดินทาง ระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่เพียงพอ ไฟส่องสว่างในบางพื้นที่ยังไม่ครอบคลุม รวมถึงปัญหาสาธารณูปโภคที่เกิดซ้ำซากและยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน พร้อมประกาศแนวทางพัฒนาพื้นที่ ผลักดันการขยายเส้นทางและเพิ่มความถี่ของรถโดยสารสาธารณะ นอกจากนี้ ยังเสนอแผนยกระดับความปลอดภัยของเมืองผ่านการเพิ่มไฟส่องสว่างอัจฉริยะในจุดเสี่ยง จุดเปลี่ยว และเส้นทางสัญจรสำคัญ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...