โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สำเร็จ! กล่อมหญิงเครียดจัดย่านนิมิตรใหม่ ยอมรับการตรวจรักษาจิตเวชแล้ว

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เปิดใจยอมรักษา! หญิงเจ้าของแฮชแท็กดัง รับเครียดสะสมจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ด่าทอเพื่อนบ้าน ยอมเข้ารับการรักษาจิตเวชแล้ว

เปิดใจยอมรักษา! หญิงเจ้าของแฮชแท็กดัง รับเครียดสะสมจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ด่าทอเพื่อนบ้าน ยอมเข้ารับการรักษาจิตเวชแล้ว

วันที่ 11 มิ.ย.2569 จากกรณีสื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปหญิงรายหนึ่งย่านนิมิตรใหม่ที่มีพฤติกรรมด่าทอเพื่อนบ้านและผู้ที่สัญจรผ่านไปมาจนสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจ พร้อมกับใส่แฮชแท็ก #ศาลมีนบุรีที่เคารพรัก

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ นำโดย พันตำรวจเอก ชัยธัช เชียงทา รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สน.นิมิตรใหม่ พร้อมด้วยกรมสุขภาพจิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เชิญพี่ชายของนางสาวปริม (นามสมมติ) หญิงที่ปรากฏในคลิปมาร่วมประชุมเพื่อหาทางออกในการพาตัวไปรักษา และเพื่อคืนความสงบสุขและความสบายใจในการใช้ชีวิตให้แก่เพื่อนบ้านในระแวกดังกล่าว

พันตำรวจเอก ชัยธัช เชียงทา เปิดเผยภายหลังการเข้าเจรจาว่า เจ้าหน้าที่ได้ให้พี่ชายร่วมเดินทางเข้าไปพูดคุย พร้อมกับสารวัตรสอบสวนหญิงของ สน.นิมิตรใหม่ โดยใช้เวลาพูดคุยเกลี้ยกล่อมนานกว่า 1 ชั่วโมง นางสาวปริม จึงยินยอมเดินทางไปเข้ารับการตรวจรักษาแต่โดยดี

จากการพูดคุยพบว่านางสาวปริ มยอมรับว่าตนเองมีอาการเครียดจริง แต่ยังคงปฏิเสธเรื่องอาการป่วยทางจิตเวช ทั้งนี้ตลอด 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา เธอได้ระบายความเครียดและเล่าถึงปัญหาความทุกข์ใจอย่างหนัก หลังจากที่สามีถูกจับกุมตัวไปเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนางสาวปริม ไม่พบว่าเคยถูกดำเนินคดีหรือมีหมายจับติดตัวแต่อย่างใด หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะส่งตัวเธอไปให้แพทย์ทำการรักษาตามขั้นตอน

จากการสืบสวนและรวบรวมข้อมูลของฝ่ายสืบสวน รวมถึงการสอบถามเพื่อนบ้าน พบว่าแต่เดิมนางสาวปริม อาศัยอยู่กับสามี แต่หลังจากสามีถูกจับกุม ก็เริ่มมีอาการซึมเศร้า เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในบ้านไม่ยอมพูดจากับใคร ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วยังไม่มีพฤติกรรมต่อว่าด่าทอใคร ทว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เริ่มมีการแจ้งเหตุจากเพื่อนบ้านว่าถูกนางสาวปริม ด่าทออย่างไร้เหตุผล ไม่ว่าจะเป็นใครที่เดินผ่านไปมา คนที่ออกมาทิ้งขยะ หรือแม้กระทั่งพนักงานส่งของของร้านค้าสะดวกซื้อตามที่ปรากฏในคลิป รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เดินทางมาระงับเหตุก่อนหน้านี้ก็โดนด่าทอด้วยเช่นกัน

ทางด้าน นางมลฑา ชื่นชอบ นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ ศูนย์บริการสาธารณสุข 64 เขตคลองสามวา ได้อธิบายถึงขั้นตอนการดูแลว่า ก่อนที่จะส่งตัวไปรักษาอาการทางจิต จะต้องพานางสาวปริม ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลฝ่ายกายก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีปัญหาทางด้านสุขภาพกาย จากนั้นจึงจะส่งตัวต่อไปยังสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา หากแพทย์ประเมินและวินิจฉัยแล้วว่าต้องเข้ารับการบำบัดรักษา ก็จะดำเนินการรักษาตามอาการ ซึ่งหากผู้ป่วยมีอาการกลับมาเป็นปกติ สามารถพูดคุยรู้เรื่องและทานยาได้ แพทย์ก็จะอนุญาตให้กลับบ้านมารับยาไปทานต่อ โดยครอบครัวจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลเรื่องการกินยาอย่างใกล้ชิด หากผู้ป่วยได้ทานยาอย่างต่อเนื่องก็จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป และจะไม่เกิดภาวะคุกคามบุคคลรอบข้างหรือเพื่อนบ้านอีก

นอกจากนี้ นางมลฑา ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากการสอบถามพี่ชายของผู้ป่วยว่า สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจากปัญหาภายในครอบครัวและปัญหาส่วนตัว แต่ในประเด็นอื่น ๆ ยังไม่สามารถระบุแน่ชัดได้ว่ามีปัจจัยใดร่วมด้วยหรือไม่ สำหรับพฤติกรรมหงุดหงิดก้าวร้าวใส่ผู้อื่นตามที่ปรากฏในข่าวนั้น ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของอาการทางจิตเวช 5 ข้อสำคัญ ประกอบด้วย 1. ไม่หลับไม่นอน 2. เดินไปเดินมา 3. พูดจาคนเดียว 4. หงุดหงิดฉุนเฉียว และ 5. เที่ยวหวาดระแวง ซึ่งในกรณีของนางสาวปริมนั้น มีภาวะหงุดหงิดฉุนเฉียวอย่างเห็นได้ชัด จึงถือว่าเข้าข่ายจำเป็นต้องนำตัวเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยเร็ว ก่อนที่อาการจะรุนแรงไปมากกว่านี้จนอาจก่อให้เกิดอันตรายในอนาคต โดยในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังนำตัวนางสาวปริมไปตรวจร่างกายเบื้องต้น และหากพบความผิดปกติทางจิตอย่างเด่นชัดก็จะส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...