หอการค้า 5 ภาค ระดมข้อเสนอเคลื่อนเศรษฐกิจ จ่อชงนายกฯ 10 มิ.ย. นี้
หอการค้า 5 ภาคผนึกกำลัง ระดมข้อเสนอขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเตรียมนำข้อเสนอภาคเอกชนทั่วประเทศพบนายกฯ 10 มิ.ย. นี้
หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดการประชุมใหญ่หอการค้าภาค 5 ภาค ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 30–31 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ โดยมีผู้นำหอการค้าจากทั่วประเทศกว่า 500 คน เข้าร่วมระดมความคิดเห็นและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจากฐานรากสู่ระดับประเทศ
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การประชุมใหญ่หอการค้าภาค 5 ภาคในครั้งนี้ เป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการในพื้นที่จริงทั่วประเทศ ทั้ง SMEs ภาคเกษตร อุตสาหกรรม การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว บริการ พลังงาน และเศรษฐกิจชุมชน เพื่อนำมาสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตรงกับปัญหาและศักยภาพของแต่ละภูมิภาค
“วันนี้เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายทั้งจากโลกป่วนและไทยป่วย โลกป่วนคือความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ ห่วงโซ่อุปทานโลก เทคโนโลยี และกติกาการค้าใหม่ ส่วนไทยป่วยคือปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน ทั้งผลิตภาพต่ำ ต้นทุนสูง กฎระเบียบซับซ้อน การเข้าถึงแหล่งทุนและเทคโนโลยีของ SMEs รวมถึงขีดความสามารถในการแข่งขันที่ต้องเร่งยกระดับอย่างจริงจัง หอการค้าจึงต้องทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงข้อเสนอจากพื้นที่ ไปสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายร่วมกับภาครัฐ” ดร.พจน์ กล่าว
ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจไทย อาทิ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้นำเสนอแนวทางการทำงานของภาครัฐในการปลดล็อกข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ การเร่งใช้เทคโนโลยีและ AI การสนับสนุนพลังงานสะอาด และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สะท้อนความท้าทายด้านการค้าโลก การยกระดับ SMEs การเข้าถึงแหล่งทุนรูปแบบใหม่ และการเร่งรัดการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เพื่อขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้พร้อมรับอนาคต โดยเฉพาะการยกระดับ Digital & AI Transformation ให้เข้าถึงผู้ประกอบการทุกระดับ การเพิ่มผลิตภาพ การลดต้นทุน การขยายตลาด และการสร้างความสามารถใหม่ให้กับ SMEs ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายหอการค้าทั่วประเทศ
สำหรับประเด็นการระดมข้อเสนอ ที่ประชุมได้หารือแนวทางปลดล็อกเศรษฐกิจใน 4 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ การค้าและการลงทุน เกษตรและอาหาร การท่องเที่ยว และพลังงาน โดยเน้นการเร่งรัดการเปิดตลาดและ FTA การยกระดับสินค้าเกษตรและอาหารไปสู่มูลค่าเพิ่มสูง การเปลี่ยนการท่องเที่ยวจากจำนวนสู่คุณภาพ และการเตรียมความพร้อมด้านพลังงานสะอาดและมาตรการคาร์บอน ซึ่งกำลังเป็นกติกาสำคัญของการค้าโลก
ในระดับภูมิภาค หอการค้า 5 ภาคได้ร่วมกันนำเสนอแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่สะท้อนจุดแข็งและปัญหาเฉพาะพื้นที่ อาทิ การพัฒนา Smart Farming และเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงในภาคกลาง การยกระดับผลไม้ สมุนไพร และเศรษฐกิจสุขภาพในภาคตะวันออก การพัฒนาการท่องเที่ยวริมโขงและโคเนื้อคุณภาพสูงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การผลักดันเทศกาลท่องเที่ยว กาแฟ และการแก้ไขปัญหา PM 2.5 ในภาคเหนือ รวมถึงการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวตลอดปี ระเบียงสุขภาพอันดามัน และการยกระดับความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในภาคใต้
อีกหนึ่งวาระสำคัญของการประชุม คือ การส่งเสริมบทบาทของนักธุรกิจรุ่นใหม่ หรือ YEC ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสร้างผู้นำเศรษฐกิจรุ่นต่อไป โดยหอการค้าไทยมุ่งสนับสนุนให้ YEC เป็นเครือข่ายเชื่อมโยงผู้ประกอบการรุ่นใหม่ข้ามจังหวัด ข้ามภูมิภาค และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ในช่วงค่ำของวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม ยังมีพิธีมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติหอการค้าและนักธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ได้แก่ รางวัลนักธุรกิจสตรีดีเด่น นักธุรกิจสตรีรุ่นใหม่ ผู้บริหารสตรีดีเด่น รางวัลหอการค้ายอดเยี่ยม รางวัลหอการค้าดีเด่น รางวัลหอการค้ามาตรฐาน และรางวัลรณรงค์เพิ่มสมาชิก ซึ่งถือเป็นการยกย่องบุคคลและองค์กรต้นแบบที่มีส่วนร่วมในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายหอการค้าไทยทั่วประเทศ
ดร.พจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมใหญ่หอการค้าภาค 5 ภาคครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการประชุมประจำปี แต่เป็นการรวมพลังของเครือข่ายหอการค้าทั่วประเทศ เพื่อจัดทำข้อเสนอจากพื้นที่จริงไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับประเทศ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการฐานราก และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจะรวบรวมข้อเสนอจากการประชุมใหญ่หอการค้าภาค 5 ภาคครั้งนี้ จัดทำเป็นข้อเสนอเร่งด่วนเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาล โดยมีกำหนดนำคณะผู้บริหารหอการค้าไทยและตัวแทนหอการค้าจากภูมิภาคต่าง ๆ เข้าพบนายกรัฐมนตรีในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 เพื่อสะท้อนข้อเสนอของภาคเอกชนจากทั่วประเทศ และผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หอการค้า 5 ภาค ระดมข้อเสนอเคลื่อนเศรษฐกิจ จ่อชงนายกฯ 10 มิ.ย. นี้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th