HSBC คาด กนง. คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.00% มองคงต่อเนื่องตลอดปี 69-70
HSBC คาด กนง. คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.00% มองคงต่อเนื่องตลอดปี 2569 และ 2570 หลังแนวโน้มการเติบโตที่ยังเปราะบางและผันผวน
นายอาริส ดาคาเนย์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ประจำภูมิภาคอาเซียน ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) คาดการณ์ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพรุ่งนี้ (24 มิ.ย.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% และอาจคงไว้ต่อเนื่องตลอดปี 2569 และ 2570 เหตุจากแนวโน้มการเติบโตที่ยังเปราะบางและผันผวน โดยมองว่า นโยบายการคลังจำเป็นต้องเข้มงวดขึ้นในปี 2570 เพื่อรักษาสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ให้อยู่ต่ำกว่ากรอบเพดานวินัยการเงินการคลังโดยสมัครใจ ที่ภาครัฐกำหนดไว้ที่ 70%
อย่างไรก็ตาม การรัดเข็มขัดทางการคลังดังกล่าว มีความเสี่ยงที่จะจำกัดศักยภาพการเติบโตของไทย ซึ่งจะทำให้ภาคเอกชนต้องเข้ามามีบทบาทหลักในการพยุงการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ประเด็นนี้ก็มีความท้าทายเช่นกัน เนื่องจากภาคธุรกิจพบว่า เป็นการยากที่จะผลักภาระต้นทุนปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางไปยังผู้บริโภค ส่งผลให้ส่วนต่างกำไรของธุรกิจถูกบีบตัวลดลง เมื่อส่วนต่างกำไรตึงตัว บริษัทอาจไม่มีแรงจูงใจที่จะขยายการดำเนินงาน หรือลงทุนในโครงการใหม่ ๆ ในปี 2570
ข้อเท็จจริงที่ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อย่างมีนัยสำคัญ ตลอดจนดัชนีราคาผู้ผลิตของ PMI (Purchasing Managers Index) มีการปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าดัชนีราคาผลผลิต (Output Price Index) สะท้อนว่าบริษัทต่าง ๆ กำลังแบกรับผลกระทบจากแรงกระแทกของราคาพลังงานเป็นส่วนใหญ่
ส่วนแนวโน้มนี้พบได้มากในกลุ่ม SME และธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานสูงโดยตรง ซึ่งกลุ่มดังกล่าว รวมถึงภาคครัวเรือน ต้องเผชิญแรงกดดันซ้ำจากภาวะสินเชื่อตึงตัว และสภาพคล่องที่จำกัด ที่สำคัญ ธุรกิจจำนวนมากขึ้น เริ่มมีความกังวลถึงผลการดำเนินงานและการลงทุนในอนาคต โดยความเชื่อมั่นต่อผลการดำเนินงาน และการลงทุนในอนาคต ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก (Global Financial Crisis) ช่วงปี 2550-2551 (ไม่นับรวมถึงช่วงการระบาดของโควิด-19)
"ด้วยความตระหนักว่า แนวโน้มดังกล่าว อาจนำไปสู่การชะลอตัวของการลงทุนภาคเอกชนในระยะใกล้ ส่งผลให้ ธปท. มีแนวโน้มที่จะคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย แม้คาดว่าอัตราเงินเฟ้อ จะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้" บทวิเคราะห์จาก HSBC ระบุ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกประการหนึ่งของเศรษฐกิจไทย คือ การลงทุนภาคเอกชนที่ทำได้ดีกว่าคาดการณ์ โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจช่วยพยุงไม่ให้การลงทุนในไทยชะลอตัวลงมากนัก โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา มีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ไหลเข้าสู่ประเทศมูลค่า 612,000 ล้านบาท คิดเป็น 3.2% ของ GDP ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของไทยนับตั้งแต่ปี 2556 เมื่อเปรียบเทียบในสัดส่วนต่อ GDP และยอดอนุมัติ FDI ในปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยแนวโน้มนี้ ยังคงเติบโตต่อเนื่องมาจนถึงปี 2569 นี้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- คาดที่ประชุม กนง. 24 มิ.ย. คงดอกเบี้ยที่ 1.00% โอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยมีจำกัด!
- SCB EIC มอง ‘กนง.’ จะคงดอกเบี้ยไปอีก 1-2 ไตรมาส รอดูความชัดเจนสงคราม!
- กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ 6 ต่อ 0 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% ต่อปี
ติดตามเราได้ที่