โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สร้างชุมชนที่เข้มแข็ง! “นิกร” ปลุกพลังขบวนชุมชน 77 จังหวัด ขับเคลื่อนนโยบายสังคมเชิงรุก-มุ่งสร้างความมั่นคงให้คนไทยอย่างยั่งยืน

WeR NEWS

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดงานสัมมนาวิชาการและการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมระดับชาติภายใต้หัวข้อ “พลังองค์กรชุมชนสร้างสังคมไทยไปด้วยกัน” เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงของมนุษย์และสวัสดิการภาคประชาชนสู่มิติใหม่ ภายใต้ความร่วมมือที่ยึดความต้องการของภาคประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยมีนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางผู้เข้าร่วมงานจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคประชาชน อาทิ ผู้นำสภาองค์กรชุมชน ผู้นำองค์กรการเงินและสวัสดิการชุมชน เครือข่ายที่อยู่อาศัย นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิ รวมกว่า 600 คน ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ

สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการจัดงานสำคัญในครั้งนี้ ประกอบด้วย 3 ประการสำคัญที่เป็นฟันเฟืองในการยกระดับสังคมไทย ได้แก่ 1.เพื่อให้ขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศได้รับฟังนโยบายด้านสังคมและการพัฒนาฐานรากโดยตรงจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อนำไปสู่การแปลงนโยบายสาธารณะสู่ภาคปฏิบัติในระดับพื้นที่ 2.เพื่อสร้างพื้นที่ประวัติศาสตร์ให้ขบวนองค์กรชุมชนได้รับทราบร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575) และเปิดโอกาสให้ร่วมแสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ สะท้อนปัญหาจริงจากหน้างาน เพื่อให้แผนพัฒนาประเทศฉบับใหม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชาวบ้านมากที่สุด และ 3.เพื่อส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทบทวนบทเรียน และร่วมกันออกแบบทิศทางการพัฒนาองค์กรชุมชนในอนาคต ตลอดจนร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571 – 2575) และแผนปฏิบัติการประจำปี พ.ศ. 2570 ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เพื่อเตรียมความพร้อมขององค์กรในการรองรับความท้าทายใหม่ ๆ

นายนิกร กล่าวเปิดงานโดยระบุว่า ขบวนองค์กรชุมชนและ พอช. มีส่วนช่วยหนุนเสริมการดำเนินงานตามภารกิจของกระทรวง พม. จนมีผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ในการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางกว่า 11 ล้านคนทั่วประเทศ ทั้งการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย การขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน และการเติบโตของกองทุนสวัสดิการชุมชน กลไกเหล่านี้คือโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม ที่สำคัญที่สุดของประเทศ และรัฐบาลพร้อมที่จะส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อเป็นรากฐานในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างหลักประกันทางสังคมที่ยั่งยืน

นายนิกร ระบุต่อว่า การพัฒนาประเทศในอนาคตจะต้องก้าวข้ามการวางแผนจากส่วนกลางเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องเปิดรับฟังข้อเสนอและสถานการณ์จริงจากหน้างานของภาคประชาชนในพื้นที่ การที่ผู้แทนเครือข่ายชุมชนจากทั้ง 77 จังหวัดมารวมตัวกันระดมสมองในครั้งนี้ จึงเป็นกระบวนการประชาธิปไตยทางตรงที่ทรงพลัง ข้อมูลและข้อเสนอเชิงนโยบายที่สะท้อนจากชาวบ้านจะถูกนำไปใช้ประโยชน์สูงสุดในการร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ และจัดทำแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปีของ พอช. ให้สอดรับกับบริบทความเปลี่ยนแปลงและตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของประชาชนอย่างแม่นยำ

“กระทรวง พม. พร้อมเดินหน้าทำงานในฐานะ “หุ้นส่วนการพัฒนา” ร่วมกับภาคประชาชน ภาคเอกชน และนักวิชาการ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยให้เข้มแข็ง เสมอภาค และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมที่ช่วยถักทอเครือข่ายทุกภาคส่วนให้ทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนจากระดับฐานราก และนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าด้วยพลังขององค์กรชุมชนอย่างมั่นคง” นายนิกร กล่าว

ด้าน ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า พอช. ได้ขับเคลื่อนการสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและสิทธิ์ในที่ดินทำกินของผู้มีรายได้น้อย ทั้งในเขตเมืองและชนบทไปแล้วมากกว่า 350,000 ครัวเรือน ซึ่งรวมถึงโครงการบ้านมั่นคงเมือง บ้านมั่นคงชนบท และโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมคูคลองสาธารณะ มีการสนับสนุนและพัฒนาสภาองค์กรชุมชนตำบลให้เกิดขึ้นและดำเนินการได้อย่างเข้มแข็งรวมจำนวนทั้งสิ้น 7,802 แห่งทั่วประเทศ กลายเป็นพื้นที่กลางในการแก้ไขปัญหาและจัดทำแผนพัฒนาชุมชนโดยชาวบ้านเอง ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมและจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนในระดับตำบลจำนวนถึง 6,094 กองทุน ซึ่งกองทุนเหล่านี้มีสมาชิกเข้าร่วมเครือข่ายรวมแล้วกว่า 6.7 ล้านคน จากพลังการออมทรัพย์และการสมทบของชุมชนและรัฐ ทำให้มีเงินกองทุนสะสมรวมกันในระบบมากกว่า 24,695 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ได้ถูกนำไปแปรเปลี่ยนเป็นสวัสดิการภาคประชาชน ดูแลสมาชิกและประชาชนกลุ่มเปราะบาง รวมถึงผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทยรวมแล้วกว่า 11 ล้านคน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...