โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลัง WFP เปิดตัว The Next Bucket ขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหาร

THE SIGNALs

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • กองบรรณาธิการ THE SIGNALs

ท่ามกลางความท้าทายระดับโลกที่กำลังปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนในทุกมิติ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประเด็นเรื่อง"ความมั่นคงทางอาหาร" (Food Security) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นวาระเร่งด่วนที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกต้องหันมาให้ความสำคัญอย่างจริงจัง

สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลัง WFP เปิดตัว The Next Bucket ขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหาร

สืบเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องการความร่วมมือระดับมหภาค ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อ สยามพิวรรธน์ผู้นำในการพัฒนาโครงการจุดหมายปลายทางระดับโลก ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations World Food Programme หรือ WFP)ซึ่งถือเป็นองค์กรด้านมนุษยธรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก

ความร่วมมือระดับโกลบอลในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์อันแรงกล้าในการรับมือกับผลกระทบที่ซ้อนทับกัน ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและปากท้องของผู้คนนับล้าน ยิ่งไปกว่านั้นสยามพิวรรธน์ ได้ใช้ศักยภาพของแพลตฟอร์มระดับโลก เครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง และฐานลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลก มาช่วยสนับสนุนภารกิจของ WFP ในการบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรมอย่างเต็มกำลัง ซึ่งสอดรับกับวิสัยทัศน์หลักขององค์กรที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ผ่านความเชื่อที่ว่า การเติบโตทางธุรกิจระดับแนวหน้า ต้องดำเนินควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเสมอ

The Next Bucket : Save Lives & Change Lives เมื่อ 100,000 มื้ออาหาร คือ พลังเปลี่ยนโลก

ภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญนี้ สยามพิวรรธน์ และ WFP ได้เดินหน้าเปิดตัวแคมเปญที่มีชื่อว่า “The Next Bucket: Save Lives & Change Lives”อย่างเป็นทางการ โดยในเฟสแรกจะเริ่มต้นปูพรมจัดกิจกรรมขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายนถึงธันวาคม 2569 ซึ่งตั้งเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และวัดผลได้จริง ในการส่งมอบมื้ออาหารจำนวน 100,000 มื้อเพื่อสร้างรากฐานอนาคตที่ยั่งยืนให้กับชุมชนที่เปราะบาง

สำหรับแนวทางการดำเนินงานนั้นโครงการนี้เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในอีโคซิสเต็ม (Ecosystem) โดยระดมพลังจากเครือข่ายลูกค้า พันธมิตรร้านอาหาร และประชาชนทั่วไป ผ่านการอุดหนุนเมนูพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ รวมถึงการเปิดช่องทางรับบริจาคผ่านพื้นที่ต่างๆ ภายในโกลบอลเดสติเนชั่นของสยามพิวรรธน์ เพื่อร่วมกันส่งต่อโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของเพื่อนมนุษย์ให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน

เจาะลึกมุมมองผู้นำ ทำไม "ความหิวโหย" ถึงเป็นเรื่องที่รอไม่ได้?

เพื่อให้เห็นภาพรวมของวิกฤตนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น คุณซาเมียร์ วันมาลี (Mr. Samir Wanmali)ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ สำนักงานประจำกรุงเทพฯ ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันมีประชากรมากกว่า 65 ล้านคนทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ที่กำลังเผชิญกับภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารอย่างรุนแรง ซึ่งเบื้องหลังตัวเลขมหาศาลเหล่านี้ คือ ครอบครัวมากมายที่ต้องดิ้นรนจากผลกระทบของความขัดแย้ง ภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศ แรงกดดันทางเศรษฐกิจ และการพลัดถิ่น

"การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยสรรพกำลังและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งการผนึกกำลังกับสยามพิวรรธน์ในครั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า ภาคธุรกิจ ชุมชน และประชาชนทั่วไป สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายได้จริง ด้วยการเปลี่ยนความตระหนักรู้ให้เป็นการลงมือทำ เราจะสามารถช่วยเหลือกลุ่มคนที่ขาดโอกาส พร้อมกับสร้างอนาคตที่มีความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค" คุณซาเมียร์กล่าวเน้นย้ำ

ในขณะเดียวกัน ดร.วิรไท สันติประภพรองประธานกรรมการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และประธานกรรมการกำกับดูแลกิจการ โครงการอาหารโลก ได้ฉายภาพบริบทของสังคมไทยว่า คนไทยอาจจะมองข้ามเรื่องความมั่นคงทางอาหารไปบ้าง เนื่องจากประเทศของเราอุดมสมบูรณ์ สามารถผลิตอาหารได้เกินความต้องการ และสังคมไทยยังมีรากฐานของการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ดูแลกันและกัน ทว่าหากเรามองออกไปในสเกลระดับโลก วิกฤตการขาดแคลนอาหารกำลังปะทุขึ้นในหลายพื้นที่ และมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้นจากปัญหาทับซ้อนต่างๆ

"ความร่วมมือระหว่าง WFP และสยามพิวรรธน์ นอกเหนือจากการจุดประกายให้คนในสังคมตระหนักถึงวิกฤตนี้แล้ว ยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมส่งต่ออาหารให้กับคนที่กำลังหิวโหย เรื่องนี้เป็นวาระสำคัญมาก เพราะถ้าโลกของเรายังเต็มไปด้วยความหิวโหยและความอดอยาก ก็เป็นเรื่องยากที่เราจะก้าวเดินไปข้างหน้าและอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติและยั่งยืน" ดร.วิรไท ระบุ

นอกจากนี้ คุณชนิสา แก้วเรือนผู้บริหารสายงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ยังเสริมมุมมองที่ว่า สยามพิวรรธน์ในฐานะผู้พัฒนาโกลบอลเดสติเนชั่นชั้นนำ ทั้ง สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม ไอซีเอส และสยามพรีเมียม เอาท์เล็ต กรุงเทพ มีความเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า ความสำเร็จทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ต้องเติบโตควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมรอบข้าง ดังนั้นการนำแนวคิด Co-Creation และ Collaboration มาร่วมขับเคลื่อนแคมเปญนี้ จึงเป็นการผสานศักยภาพของทั้งสององค์กรเข้าด้วยกัน โดยมีเครือข่ายร้านอาหารชั้นนำเป็นฟันเฟืองสำคัญ ควบคู่ไปกับการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถร่วมเป็นผู้ให้ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะผ่านการสั่งเมนูพิเศษ หรือการบริจาคโดยตรงผ่านแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง เทใจ (Taejai)

รวมพลังคนสร้างสรรค์อาหาร มื้อพิเศษที่อิ่มท้องและอิ่มใจ

ภายในงานแถลงข่าวเปิดตัวโปรเจกต์ ณ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน ได้รับเกียรติจากสุดยอดร้านอาหารชั้นนำที่นำความเชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งอาหารมาร่วม Co-create เมนูเพื่อการกุศล ได้แก่

  • ร้านสรรพรสร้านอาหารไทยสูตรโบราณ นำทีมโดย เชฟซีตรอง – วลาสุระ ณ ลำปาง เจ้าของตำแหน่งแชมป์ MasterChef Thailand Season 6
  • ร้าน FIKKAร้านอาหารไลฟ์สไตล์สัญชาติไทยสุดชิค โดย คุณภาณิชา สัตยาประเสริฐ
  • ร้าน L'Antica Pizzeria Da Michele Bangkokร้านพิซซ่าระดับตำนานที่สืบทอดความอร่อยมากว่า 150 ปีจากเมืองเนเปิลส์ ประเทศอิตาลี นำทีมโดย Artem Viglione

พร้อมกันนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณเอด้า จิรไพศาลกุลประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทใจดอทคอม ในฐานะแพลตฟอร์มสื่อกลางระดมทุนที่มาร่วมอัปเดตถึงความพร้อมในการส่งต่อความช่วยเหลือให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

ไฮไลต์ที่น่าจับตามองที่สุดของการเปิดตัว คือ การจัด Charity Dinner สุดเอ็กซ์คลูซีฟในวันที่ 18 มิถุนายน 2569 จากร้านสรรพรส ซึ่งถูกนำเสนอภายใต้คอนเซปต์ “The Alchemy of Elements: A Journey of Heritage and Hope ศาสตร์แห่งธาตุปฐมภูมิ : การเดินทางของมรดกภูมิปัญญาและความหวัง” ที่บอกเล่าเรื่องราวอันทรงคุณค่าของมรดกอาหารไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความเข้มแข็งของระบบอาหารในระดับชุมชน ผ่าน 5 เมนูสุดล้ำลึก ได้แก่ เมี่ยง 4 อารยธรรม, น้ำชุบบนไฟกับขนมครก, หมี่น้ำบ้านราชทูต, มัสมั่นแกะและข้าวพระสุรีย์ และปิดท้ายด้วย ขนมหินฝนทอง

How to Join วิธีง่ายๆ ในการเปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นพลังแห่งการให้

สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญแห่งความหวังนี้ สามารถสนับสนุนได้หลากหลายช่องทางตามกรอบเวลาดังต่อไปนี้:

  • ลิ้มรสเมนู “มัสมั่นแกะและข้าวพระสุรีย์”จากร้านสรรพรส (เปิดจำหน่ายตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569)
  • อุดหนุนเมนู “แกงเขียวหวานหมูกับโรตี”จากร้าน FIKKA (เปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน ถึง 31 ธันวาคม 2569)
  • ติดตามเมนูพิเศษและการจัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากร้าน L'Antica Pizzeria Da Michele Bangkok (ณ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน)
  • ร่วมบริจาคทุนทรัพย์โดยตรงผ่านแพลตฟอร์ม เทใจ (Taejai)และร้านอาหารที่ร่วมโครงการภายในโกลบอลเดสติเนชั่นของสยามพิวรรธน์ ตั้งแต่วันนี้ยาวไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://taejai.com/th/project/ots-save-lives-change-lives

รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายเมนูพิเศษและยอดบริจาคทั้งหมด จะถูกส่งมอบให้ WFP เพื่อนำไปใช้ในภารกิจสร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนที่กำลังเผชิญวิกฤตต่อไป

เพราะ 'ความอิ่ม' หนึ่งมื้อ คือ จุดเริ่มต้นของ 'ความหวัง' ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ท้ายที่สุดแล้ว หากเราถอยออกมามองภาพรวมให้ลึกลงไปถึงแก่นแท้ของการแก้ปัญหา โครงการ “The Next Bucket: Save Lives & Change Lives” ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญที่มุ่งเน้นการส่งมอบ"ปริมาณ" อาหารจำนวน 100,000 มื้อให้ครบตามเป้าหมายเท่านั้น แต่ในทางกลับกันมันคือ การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางมนุษยธรรมที่จะส่งผลลัพธ์เชิงบวกในระยะยาว

ในมิติของความเป็นจริงที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการริเริ่มในวันนี้ การที่เราทุกคนร่วมมือกันเพื่อช่วยให้ครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่งในพื้นที่เปราะบางได้หลุดพ้นจากความหิวโหยในแต่ละวัน นั่นอาจหมายถึงการต่อลมหายใจและยับยั้งไม่ให้เด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาเพื่อมาใช้แรงงานหาเลี้ยงปากท้อง มันหมายถึงการช่วยลดอัตราการเกิดโรคภัยไข้เจ็บร้ายแรงที่มาจากภาวะทุพโภชนาการ และยังหมายถึงการช่วยบรรเทาความขัดแย้งย่อยๆ ในระดับชุมชนที่มักเกิดจากการแย่งชิงทรัพยากรที่จำกัด

พลังแห่งการแบ่งปันผ่านมื้ออาหารธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวันของเรา วันนี้อาจดูเหมือนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในสายตาของใครหลายคน แต่นี่คือ ฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่สุด ที่จะช่วยขับเคลื่อนโลกใบนี้ให้เดินหน้าต่อไปสู่สังคมที่มีความเข้าอกเข้าใจ ลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น และร่วมกันวาดภาพความหวังใหม่ที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้ได้อย่างงดงาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...