“ธนาคารกลางนิวซีแลนด์” ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ครั้งแรกในรอบ 3 ปี ส่งสัญญาณคุมเงินเฟ้อต่อ
"ธนาคารกลางนิวซีแลนด์" ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ 2.50% ส่งสัญญาณอาจปรับขึ้นเพิ่ม หลังเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวและเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.13 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี พร้อมส่งสัญญาณว่าจะทยอยลดระดับการผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป หลังมองว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ แม้แนวโน้มระยะสั้นเริ่มปรับตัวดีขึ้น
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Official Cash Rate: OCR) 0.25% สู่ระดับ 2.50% ในการประชุมวันพุธ ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่ Bloomberg สำรวจ
RBNZ ระบุในแถลงการณ์หลังการประชุมว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย และกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวแข็งแกร่งขึ้น จึงมีแนวโน้มจำเป็นต้องลดระดับการกระตุ้นทางการเงินเพิ่มเติม
ธนาคารกลางยังระบุว่า การตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่ทยอยประกาศออกมา พฤติกรรมการกำหนดราคาสินค้า และความแข็งแกร่งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะกลาง
หลังการประกาศผลประชุม เงินดอลลาร์นิวซีแลนด์แข็งค่าขึ้น 0.4% แตะเหนือระดับ 57 เซนต์สหรัฐ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปี เพิ่มขึ้น 5 จุดเบสิส สู่ 3.37% สะท้อนการคาดการณ์ของตลาดว่า RBNZ อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้
RBNZ คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.25% มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่ายังต่ำกว่าระดับดอกเบี้ยที่เป็นกลาง (Neutral Rate) อย่างน้อย 0.75% แต่แนวโน้มที่อุปสงค์ในประเทศจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี และอาจกระตุ้นเงินเฟ้อ ทำให้ธนาคารกลางตัดสินใจเริ่มวงจรการขึ้นดอกเบี้ย
นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า RBNZ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้ง ในปีนี้ เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยแตะใกล้ระดับ 3% โดยธนาคารกลางระบุว่าการปรับขึ้นเพิ่มเติมมีแนวโน้มเกิดขึ้น แม้ช่วงเวลาจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า
RBNZ ประเมินว่า แม้อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง แต่แนวโน้มระยะสั้นปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะสูงสุดที่ 3.9% ในไตรมาส 2 ก่อนชะลอลงเหลือ 3.3% ในไตรมาส 3 ซึ่งต่ำกว่าที่เคยคาดไว้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ระดับ 4.3%
ธนาคารกลางยังคาดว่าเศรษฐกิจนิวซีแลนด์จะกลับมาขยายตัวในไตรมาส 3 หลังชะลอลงในช่วงไตรมาส 2 โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ลดลง ซึ่งช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของภาคครัวเรือน ส่งผลดีต่อการบริโภคและการลงทุน
นอกจากนี้ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจและดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วนปรับตัวดีขึ้นในเดือนมิถุนายน ขณะที่การคาดการณ์ต้นทุนและราคาสินค้าเริ่มลดลง
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการนโยบายการเงินยังมีมุมมองที่แตกต่างกันเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อในระยะกลาง โดยกรรมการบางส่วนเห็นว่าความเสี่ยงยังเอนเอียงไปด้านขาขึ้น เนื่องจากต้นทุนสินค้านอกกลุ่มพลังงานอาจยังปรับเพิ่มตามผลกระทบจากราคาน้ำมัน และผู้ประกอบการอาจทยอยผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค
ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อเริ่มสมดุลมากขึ้น โดยผู้ว่าการธนาคารกลาง แอนนา เบรมัน ระบุว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากอาจไม่สามารถปรับขึ้นราคาสินค้าได้เต็มที่ อีกทั้งเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานจะกัดกร่อนกำลังซื้อของครัวเรือน และอาจทำให้การฟื้นตัวของการใช้จ่ายล่าช้าออกไป