พลิกคดี “คิมซูฮยอน” พ้นมลทิน ตำรวจพบหลักฐาน ทนายคิมแซรน ร่วมมือยูทูบเบอร์ ใช้ AI ทำหลักฐานเท็จ!
พลิกคดี “คิมซูฮยอน” พ้นมลทิน ตำรวจพบหลักฐาน ทนายคิมแซรน ร่วมมือยูทูบเบอร์ ใช้ AI ทำหลักฐานเท็จ!
ช็อกวงการบันเทิงเกาหลี ตำรวจสรุปคดี คิมซูฮยอน ถูกใส่ร้าย หลังพบหลักฐานสำคัญว่าทนายของ คิมแซรน ร่วมมือกับยูทูบเบอร์ดัง ใช้ AI สร้างข้อมูลเท็จ โยงประเด็นคดีพรากผู้เยาว์และสาเหตุการเสียชีวิตของอดีตนักแสดงสาว
ล่าสุดสื่อเกาหลีเปิดเผยว่า ตำรวจกังนัม กรุงโซล ออกหมายจับ คิมเซอี (Kim Se-ui) หลังพบหลักฐานเผยแพร่ข้อมูลเท็จและมีเจตนาใส่ร้ายป้ายสี คิมซูฮยอน ทั้งที่ทราบดีว่านักแสดงหนุ่มไม่ได้คบหากับ คิมแซรน อดีตนักแสดงหญิงผู้ล่วงลับตั้งแต่สมัยวัยรุ่น เพื่อหวังสร้างรายได้ให้กับช่องยูทูปของตัวเอง
นอกจากนั้น ตำรวจยังพบว่า บทสนทนาทางแอปพลิเคชันส่งข้อความและหลักฐานอื่น ๆ ที่ คิมเซอี นำมาเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นทั้งหมด โดยตำรวจสรุปว่า หลังจากได้รับภาพถ่ายหน้าจอแชตทั้งหมด 11 ภาพจากครอบครัวของ คิมแซรน มาเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นบทสนทนาระหว่างผู้เสียชีวิตกับบุคคลที่ระบุว่า “ไม่ทราบชื่อ” ในปี 2016
แต่ทาง คิมเซอี ได้มีการแก้ไขและดัดแปลงภาพหน้าจอทั้งหมด 7 ภาพ รวมถึงการเปลี่ยนชื่อคู่สนทนาเป็นนักแสดงหนุ่ม “คิมซูฮยอน” ก่อนจะโพสต์ภาพที่ดัดแปลงใหม่แล้วลงโซเชียลของตัวเอง เพื่อให้ดูเหมือนว่าเป็นแชตระหว่าง คิมซูฮยอน กับ คิมแซรน ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็รู้ดีว่าไม่ใช่แบบนั้น
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังเปิดเผยอีกว่า ไฟล์เสียงของคิมแซรน ที่ทาง คิมเซอี ปล่อยออกมาเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมนั้นก็ถูกดัดแปลงโดย AI และยังได้รับการยืนยันอีกว่า ทนายความตัวแทนของครอบครัว คิมแซรน ก็ถูกดำเนินคดีพร้อมกับ คิมเซอี ด้วยเช่นกัน โดยมีการวางแผนและกระทำผิดอย่างเป็นระบบ ด้วยการส่งหลักฐานให้ คิมเซอี เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท็จ และขยายความซ้ำในข้อมูลเท็จเหล่านั้นด้วย
ขณะที่ทาง โกซังรก ทนายความของ คิมซูฮยอน ได้ออกแถลงการณ์ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ระบุว่า ฝ่ายของ คิมซูฮยอน ไม่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนใด ๆ ต่อทนายความของครอบครัวผู้เสียชีวิต เขาตั้งข้อสังเกตว่า ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่สืบสวนได้ยืนยันข้อกล่าวหาเรื่องการสมรู้ร่วมคิดและเปลี่ยนสถานะทนายความให้เป็นผู้ต้องสงสัย
พร้อมเสริมว่า เป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่งที่ทนายความของผู้ต้องสงสัยจะถูกระบุว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดและต่อมาถูกเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ต้องสงสัย มีรายงานว่า ตำรวจระบุในหมายจับว่า เรื่องนี้ส่งผลให้สถานะทางสังคมและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมของ คิมซูฮยอน พังทลายลง รวมถึงทำลายอาชีพการงานของเขาด้วย ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังกล่าวเสริมว่า หากผู้ต้องสงสัยยังคงเผยแพร่ข้อมูลเท็จในขณะที่กำลังเข้ารับการรักษาทางจิตเวช อาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงและแก้ไขไม่ได้
ในทางกลับกันยูทูปเบอร์ชื่อดัง คิมเซอี อ้างว่า การที่อัยการขอหมายจับเป็นการสมคบคิดเพื่อขัดขวางการทำงานด้านสื่อสารมวลชนของเขา ระหว่างการถ่ายทอดสดเมื่อวันก่อน เดิมทีเขาตั้งใจจะทำข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีล่วงละเมิดทางเพศที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองชื่อดังในกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม และยืนยันว่าหมายจับถูกขออย่างกะทันหันเพื่อขัดขวางการรายงานข่าวของเขา